ลุ้นบรรเทาโทษ โฆษกทร.เผยขั้นตอนพิจารณา สมรักษ์ถึงขั้นต้องออกจากราชการหรือไม่

สืบเนื่องจากกรณีที่ สมรักษ์ คำสิงห์ หรือ บาส อดีตนักชกฮีโร่เหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ และ ภรรยา ถูกฟ้องล้มละลาย โดยราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศวันที่ 21 กันยายน 2561 เรื่อง ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นางเสาวนีย์ คำสิงห์ จำเลยที่ 1, นายสมรักษ์ คำสิงห์ จำเลยที่ 2 เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483  โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ มหานคร จำกัด ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย  มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น (อ่านข่าว : ผลพวงล้มละลาย "รองปลัดยธ." ชี้ "สมรักษ์"ต้องออกราชการ เจ้าตัวยิ้มสู้ชีวิต ยึด"พี่ระ เขาทราย" ตัวอย่างล้มแล้วลุกได้ )

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด พล.ร.ต.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กรณีที่ น.อ.สมรักษ์ คำสิงห์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายทหารประจำกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กองทัพเรือ ถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือล้มละลาย ว่า ในขั้นตอนแรกภายหลังจากที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งดังกล่าวลงราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว น.อ.สมรักษ์จะต้องทำเอกสารรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบตามลำดับชั้นว่าตัวเองถูกศาลฯ มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ 

 

 

 


กรณีของ สมรักษ์ ได้นำเรื่องเรียนเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และจะเสนอเรื่องให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้านี้ และเมื่อเสนอเรื่องไปแล้วก็จะอยู่ในการพิจารณาของกรมกำลังพลทหารเรือ ซึ่งก็จะไปดูกฏ กติกา ข้อบังคับ พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักงานกรมพระธรรมนูญกองทัพเรือ ซึ่งจะดูแลในเรื่องของข้อกฎหมายว่าในกรณีของ สมรักษ์ จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

 

 

"การดำเนินการภายในกองทัพเรือนั้น กรมกำลังพลทหารเรือ (กพ.ทร.) จะประสานงานกับสำนักงานพระธรรมนูญทหารเรือ พิจารณาว่าเข้าเกณฑ์การปฏิบัติระเบียบข้อบังคับใดบ้าง เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอกรมกำลังพลทหารเรือและสำนักงานพระธรรมนูญทหารเรือเป็นผู้พิจารณาว่าจะถึงขั้นให้ออกจากราชการหรือไม่ พร้อมทั้งต้องพิจารณาถึงในเรื่องความประพฤติที่ผ่านมาด้วยว่าสิ่งที่เขาทำมาควรจะลงทัณฑ์เบาลงหรือไม่ และพิจารณาว่ามีเหตุให้บรรเทาโทษ จากการทำคุณงามความดีหรือไม่มาประกอบการพิจารณาซึ่งก็จะได้ข้อยุติ โดยที่ผ่านมาสมรักษ์ได้ร่วมจัดกิจกรรมมวลชนให้กับกองทัพเรือ เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ก็จะได้รับความสนใจจากประชาชน และมาเข้าร่วมกิจกรรมกับกองทัพเรือ ซึ่งก็ต้องเสนอตรงนี้ขึ้นไปด้วย"

 

 

 

ก่อนหน้านั้น นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ธวัชชัย ไทยเขียว ระบุข้อความว่า "คุณสมรักษ์ คำสิงห์ กรณีถ้าศาลมีคำสั่งเด็ดขาดให้เป็นบุคคลล้มละลายตามข่าว ต้องถูกคำสั่งให้ออกจากราชการด้วย ถ้าปัจจุบันรับราชการทหารเรือยศนาวาเอก แต่ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดให้เป็นบุคคลล้มละลายนั้น จะทำให้เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติทั่วไปและมีลักษณะต้องห้าม” ของการรับราชการทหารเรือ ดังนั้น ถ้ายังคุณสมรักษ์ยังอยู่ในราชการ กองทัพเรือต้องมีคำสั่งให้ออกจากราชการต่อไป เนื่องจากเป็นบุคคลที่เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวข้างต้น"

 

 

ขณะที่ นายสมรักษ์ เปิดใจว่า เรื่องนี้เป็นคดีเก่าที่ค้างคามาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยยังคงชกมวยสมัครเล่นรับใช้ชาติอยู่ สาเหตุมาจากความไม่รู้ไม่เชี่ยวชาญในเรื่องเอกสารต่าง ๆ การทำธุรกิจ สุดท้ายก็เลยกลายเป็นคดียืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน


“มันเป็นเรื่องเก่า ๆ ที่ผมไปลงทุนเซ็นเอกสาร เรื่องธุรกิจเปิดปั๊มน้ำมัน ให้กับพ่อตาแม่ยายที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อหลายปีก่อน โดยเราไปลงชื่อเซ็นในเอกสาร พอกิจการมันไปไม่รอด ก็เลยขาดทุนกลายเป็นหนี้สิน  สุดท้ายมันก็เลยเป็นหนี้สินลามไปถึงเรื่องบ้านต้องเป็นหนี้ราว ๆ สี่ล้านกว่าบาท แต่อยากให้ดูตัวอย่าง พี่ระ เขาทราย แกแลคซี่ ก็เคยประสบปัญหาแบบนี้มาก่อน สามปีเขาก็ตั้งตัวขึ้นใหม่ได้ ทุกวันนี้ ชีวิตเขาก็มีความสุขเริ่มต้นใหม่ได้ ตัวผมเองก็ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ผมยังแฮปปี้ดีทุกวันนี้”

 

 

“ก็อยากฝากขอบคุณถึงแฟน ๆ ทุกคนที่เป็นห่วง ตอนนี้ผมมีลูกพี่ มีเจ้านายที่ยินดีช่วยเหลือ ตัวผมเองถึงจะถูกฟ้องล้มละลาย มันก็เป็นหนี้สินเฉพาะตัวผม ตราบใดที่ลูกสาวและลูกชาย ทุกวันนี้ ต่างก็เติบโต และมีงานทำมีรายได้ทั้งวงการบันเทิง รายการทีวี ก็ยังมีรายได้เดือนละแสนกว่าบาท ช่วยเหลือครอบครัวเราให้อยู่ได้ ตัวผมเองก็มีงานละคร งานกิจกรรมต่าง ๆ ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขครับ” 

 

 

ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรื่อง คําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดคดีหมายเลขแดงที่ ล.๓๐๕๓/๒๕๖๑ กองบังคับคดีล้มละลาย ๓ศาลล้มละลายกลาง กรมบังคับคดีกระทรวงยุติธรรมด้วย บริษัท บริหารสินทรัพย์ มหานคร จํากัด โจทก์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางขอให้จําเลยทั้งสองล้มละลาย และศาลได้มีคําสั่งลงวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๑ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นางเสาวนีย์คําสิงห์จําเลยที่ ๑ , นายสมรักษ์ คําสิงห์ จําเลยที่ ๒ เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช๒๔๘๓ แล้ว

จําเลยที่ ๑ เลขประจําตัวประชาชน ๕-๔๐๙๙-๙๙๐๓๘-๒๓-๖ เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม๒๕๑๖ มีภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ ๒๐๐/๒๑ ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานครจําเลยที่ ๒ เลขประจําตัวประชาชน ๓-๔๐๑๐-๐๐๕๓๖-๑๒-๓ เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม๒๕๑๖ มีภูมิลําเนาอยู่บ้านเลขที่ ๒๐๐/๒๑ ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ดังนั้น นับแต่วันที่ศาลมีคําสั่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว มีอํานาจจัดการเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจําเลย ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓อนึ่ง เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชําระหนี้ในคดีนี้ จะเป็นโจทก์หรือไม่ก็ตาม ต้องยื่นคําขอรับชําระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคําคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม กรมบังคับคดี หรือ สํานักงานบังคับคดีซึ่งจําเลยมีภูมิลําเนาอยู่ ภายในกําหนดเวลา ๒ เดือน นับแต่วันที่โฆษณาคําสั่งนี้ และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กําหนดวันลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๑ ซึ่งตรวจได้จากเว็บไซต์ของกลุ่มงานราชกิจจานุเบกษาที่www.ratchakitcha.soc.go.th
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
กนกพร เลิศวรญาณ
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นิตติยา บุญตาวัน


HASTAG : สมรักษ์ คำสิงห์  สมรักษ์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ