เพราะปัญหาชีวิตคู่? เปิดรายได้ "บริษัทเสี่ยเกาะเต่า" ขาดทุนหนักหลังคบหาดูใจ!!

จากคดีสะเทือนขวัญ หนุ่มใหญ่ไบค์เกอร์ วัย47ปี ไลฟ์สดฆ่าตัวตายภายในบ้านพักของตนเอง คาชุดมอเตอร์ไซค์  โดย เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พ.ต.ท ศุภสัณห์ สุขแก้ว สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงตัวตายภายในบ้านเลขที่ 88/37 ถ.พ่อขุนทะเล 22 หมู่ที่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี รีบตรวจสอบที่เกิดพร้อม พ.ต.อ.วิชอบ เกิดผล รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.นิพล ชาตรี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

 

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ใช้เฟซบุ๊กของตัวเอง ที่ไลฟ์สดพร้อมเขียนข้อความ “18+ นะฮะ ขออภัยไว้ล่วงหน้า” และไลฟ์สดตั้งแต่การแต่ตัวและหยิบอาวุธปืนที่วางอยู่บนเตียงนานกว่า 11 นาที จึงเดินมาปิดการไลฟ์สด แต่จากการตรวจสอบภายในห้องโดยละเอียด พบผู้ตายได้เขียนข้อความไว้ที่กระจกมีข้อความเขียนว่า”ไม่มีไรผมตัดสินใจทำเอง” ปืนที่ใช้ยิงจะยกให้กับผู้ที่เผาร่างแล้วนำไปทิ้งน้ำ และไม่มีงานศพโดยเด็จขาดและที่ปลายเตียงพบไอแพดยึดติดกับขาตั้ง และมีกระดาษเขียนข้อความว่า “ให้ดูคลิปสองคลิปสุดท้ายในกล่องก่อน แล้วค่อยดูคลิปแรกในMem”นอกจากนั้นที่หน้าจอทีวียังมีกรรไกรปักอยู่

 

 

ภายหลังทราบข้อมูลเพิ่มเติม ว่าผู้ตายมีลูก 2 คน ลงทุนสร้างตัวทำธุรกิจดำน้ำที่เกาะเต่า ในพื้นที่ครอบครัวแฟน ระยะหลังแฟนไม่ซื่อสัตย์ ติดโซเชียลอย่างหนัก และมีเรื่องชู้สาว แถมยังขับไล่ผู้ตายอยู่ตลอด  จะไปไหนก็ไปให้ไปแต่ตัว ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ให้เงินใช้ ทั้งที่ธุรกิจทั้งหมดผู้ตายเป็นผู้สร้างมา ผู้ตายไม่มีความสุข ทุกอย่างที่สร้างเหมือนไม่ใช่ของเขา ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเพื่อนฝูง เหมือนเสือเฒ่าลำบากร่างกายก็เริ่มไม่ดี หมอนรองกระดูกทับเส้นมีการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ผู้ตายคงถึงที่สุดแล้ว หมดกำลังใจที่จะสร้างครอบครัวต่อ อะไรที่เป็นของผู้ตาย เขายกให้ลูกหมด กลับมาที่สุราษฏร์เขียนจดหมายสาปแช่งแฟนไว้ และจะไม่ยอมไปผุดไปเกิด ให้แฟนทรมานอย่างที่เค้าเป็น

 

 


#อย่าลงทุนทำกินในที่คนอื่น นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะถ้าวันใดถูกไล่จะเหลือแต่ตัว
#เจ็บอย่างเสือ_ตายอย่างเสือ

 

 

 นอกจากนี้ผู้ตายได้เขียนจดหมายระบายความในใจเกี่ยวกับปัญหาชีวิตครอบครัวความยาว 2 หน้ากระดาษ โดยมีข้อความสำคัญทิ้งท้ายว่า”ไม่ต้องมาร้องให้ ไม่ต้องมากราบมาไหว้ พี่ไม่อโหสิให้ เราจะทรมานใจอย่างที่พี่เป็นอยู่ในทุกๆวัน เราจะมีหน้าที่ทำในสิ่งที่พี่สั่งไว้ จากนั้นเราถึงจะเป็นอิสระในลมหายใจสุดท้ายของเรา”

 

 

 

เอาใบ มรณะบัตรไปโอนทุกอย่างให้เป็นชื่อเรา ที่เราอยากได้ อย่างที่เราเคยบอกให้พี่ทำ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่พี่เคยบอกว่าจะทำให้ ถ้าเรื่องวิญญาณ และชีวิตหลังความตายมีจริง “พี่จะอยู่ทุกๆมุมมืด คอยดูเรา” พี่ไม่ต้องการไปเกิดใหม่ พอแล้ว..

 

 



สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวนั้น เว็บไซต์ของ Sanook! Money ได้มีการเปิดรายได้ของบริษัท  อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2552 โดยมีนายพัชรพล เอกปฐมศักดิ์, นายสมจิต จันทร์อินทร์ และนางสาวพึงพิศ จันทร์อินทร์ เป็นคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจด้านกีฬาและนันทนาการด้วยการสอนดำน้ำ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีผลประกอบการย้อนหลัง ดังนี้

ปี 2557 รายได้ 2.23 ล้านบาท ขาดทุน 6.41 แสนบาท

ปี 2558 รายได้ 2.38 ล้านบาท กำไร 1.26 แสนบาท

ปี 2559 รายได้ 1.37 ล้านบาท ขาดทุน 3.25 แสนบาท

ปี 2560 รายได้ 9.9 แสนบาท ขาดทุน 8.78 แสนบาท

โดยเรานั้นจะเห็นได้ว่า บริษัทขาดทุนเพิ่มขึ้นแถมรายได้ก็ลดลงต่อเนื่อง อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นเรื่องปัญหาการใช้ชีวิตคู่ระหว่าง นายพัชรพล กับแฟนสาว คนในพื้นที่เกาะเต่าที่คบหาดูใจกันมานานหลายปี จนบานปลายมากระทบการทำธุรกิจดำน้ำของเขาเอง

 

อ่านรายละเอียด ทั้งหมดได้ที่ 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เอกสิทธิ์ ชูวารี


HASTAG : บริษัท  อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง จำกัด  เสี่ยเกาะเต่า 

ติดตามข่าวอื่นๆ