พื้นที่ท้ายน้ำเตรียมรับมือ!!ระดับแม่น้ำโขง สูงสุดรอบ 10ปี!

จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดใกล้ถึงจุดวิกฤติสูงสุด อยู่ที่ระดับ ประมาณ 12.45 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 55 เซนติเมตร  แต่ยังมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือว่าระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี  ส่งผลกระทบ ทำให้ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอติดกับแม่น้ำโขง  ได้รับผลกระทบจากน้ำโขงล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตร มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบ 4 อำเภอ คือ อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง  อ.ธาตุพนม  หนักสุดคือ อำเภอบ้านแพง    ได้รับผลกระทบ น้ำท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำโขง   มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ  รวม 6 ตำบล  กระทบรวม 49 หมู่บ้าน 600 ครัวเรือน  และมีพื้นที่การเกษตร นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ไร่   เบื้องต้นจังหวัดนครพนม ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ น้ำท่วมแล้วทั้งจังหวัด มี 12 อำเภอ  94 ตำบล 908 หมู่บ้าน 17,454 ครัวเรือน รวมชาวบ้านได้รับผลกระทบ  51,080 คน มีถนนได้รับความเสียหาย กว่า 111 สาย และมีพื้นที่การเกษตร เสียหายแล้วไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่
 

ขณะเดียวกันผลกระทบจากระดับน้ำโขงสูงขั้นวิกฤติ ทำให้ลำน้ำสาขา สายหลักแม่น้ำโขง มีลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน ที่ไหล มาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ไหลผ่าน พื้นที่ อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม  ลงสู่แม่น้ำโขง ที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ล่าสุดมีระดับสูงสุดเกินจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 1.50 เมตร  มีระดับที่ประมาณ 14.50 เมตร  ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร หนักสุดคือ พื้นที่ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ที่อยู่ติดกับลำสงคราม น้ำได้เอ่อท่วมบ้านเรือน แล้ว กว่า 200 หลังคาเรือน มีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย  ไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่  โดยทางเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ทหาร ได้ระดมกำลัง เข้าไป ตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมง เร่งอพยพ ขนย้ายสิ่งของ ขึ้นที่สูงในจุดที่เสี่ยงวิกฤติ
 


นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ว่า สภาพอากาศวันนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 24 จังหวัด ภาคเหนือ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ภาคตะวันตก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไทยยังคงมีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ ได้แก่ จ.เชียงราย 44.0 มม. แพร่ 41.5 มม. ลำปาง 40.5 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.อุบลราชธานี 55.0 มม. สกลนคร 44.4 มม. อุดรธานี 38.6 มม. ภาคกลางได้แก่ จ.ลพบุรี 39.0 มม. เพชรบูรณ์ 39.0 มม. และภาคตะวันออก ตราด 39.0 มม.

ขณะที่เขื่อนเฝ้าระวังพิเศษ มีน้ำเกิน100% ได้เพิ่มการติดตั้งกาลักน้ำ 25 ชุดที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร จะแล้วเสร็จ ทำให้การระบายน้ำเพิ่มขึ้นอีกวันละ 1 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันปริมาณน้ำ 567 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 109% ปริมาณน้ำไหลเข้า 12.44 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 1.33 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 8.12 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 3.38 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ ศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้เน้นย้ำการแจ้งเตือนหน่วยงานเกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำใน 3 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร บึงกาฬ และนครพนม อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้น

ส่วนเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีแนวโน้มน้ำไหลเข้าเขื่อนลดลง ปัจจุบันปริมาณน้ำ 754 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 106% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 99 ซม. ลดลง 1 ซม. ปริมาณน้ำไหลเข้า 13.71 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 3.51 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ปริมาณน้ำไหลออก 14.31 ล้าน ลบ.ม. ลดลง 0.66 ล้าน ลบ.ม. โดยระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 92 ซม. แนวโน้มลดลง และที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง 2 ซม. แนวโน้มลดลง ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีที่ยังได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีแนวโน้มลดลง

สำหรับเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 8,150 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 92% ปริมาณน้ำไหลเข้า 112.35 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มขึ้น 11.35 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออก 52.29 ล้าน ลบ.ม. สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำปัจจุบันยังไม่สูงกว่าตลิ่ง แต่กระทบพื้นที่รีสอร์ทที่สร้างอยู่ในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ ยังมีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่องด้วย

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสำคัญๆ ที่พบว่ามีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งขณะนี้ มีน้ำสูงกว่าตลิ่งในแม่น้ำน่าน จ.อุตรดิตถ์ แม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร ห้วยหลวง จ.อุดรธานี ลำเซบาย จ.ยโสธร แม่น้ำยังที่ อ. เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี คลองพระปรง จ.สระแก้ว แม่น้ำนครนายก จ.นครนายก ขณะที่แม่น้ำโขงมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.หนองคาย

 

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุดีเปรสชันอยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก    มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 26 สิงหาคม 2561 - 1 กันยายน 2561บริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตลอดช่วงข้อควรระวัง   ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ตลอดช่วง

ในช่วงวันที่ 26-30 ส.ค. 61 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 31 ส.ค. – 1 ก.ย. 61 ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนต่อเนื่อง และฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลางตลอดช่วง อนึ่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไต้หวันและชายฝั่งประเทศจีนตอนกลางบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุดีเปรสชันอยู่บริเวณดังกล่าว

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 26-30 ส.ค. 61ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย


HASTAG : ระดับแม่น้ำโขง สูงสุดรอบ 10ปี  พื้นที่ท้ายน้ำเตรียมรับมือ 

ติดตามข่าวอื่นๆ