ขอดเกล็ด"ยุทธพงศ์" หลังโวย"อนุทิน"ได้เรียน วปอ.-คนอื่นไม่ ที่แท้อยู่ใน"คลิปเสียบบัตรแทนกัน"ป้อง"หญิงปูโกงข้าว"สุดลิ่ม

ขอดเกล็ด"ยุทธพงศ์" หลังโวย"อนุทิน"ได้เรียน วปอ.-คนอื่นไม่ ที่แท้อยู่ใน"คลิปเสียบบัตรแทนกัน"ป้อง"หญิงปูโกงข้าว"สุดลิ่ม

 

ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า เหตุอันใด "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯ และอดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย จึงออกมาโวยวายกรณีที่ คณะรัฐมนตรีมีมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบกับรายชื่อนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประจำปีการศึกษา 2561-2562 หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. รุ่นที่ 61 ซึ่งมีชื่อ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" ประธานกรรมการ บริษัท เอส ที พี แอนด์ ไอ จำกัด และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวด้วย

 

 

โดยเขาอ้างว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงระบุว่า นายอนุทิน มาเรียนในฐานะนักธุรกิจ ไม่ได้มาในฐานะนักการเมือง หรือถ้าจะว่าเป็นนักการเมืองก็สามารถมาเรียน วปอ. ได้ เพราะพรรคการเมืองมีโควตาอยู่ เรื่องนี้ทำให้ตนสงสัยว่า ถ้าพรรคการเมืองมีโควตาอยู่จริง แล้วทำไมพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ถึงไม่มีชื่อไปเรียนหลักสูตร วปอ.61 แม้แต่คนเดียว  มีแต่ชื่อนายอนุทิน 


"ถ้าบอกว่าพรรคการเมืองมีโควตาอยู่ แล้วทำไมนายอนุทิน ถึงไม่สมัครในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่สำคัญปัจจุบันนี้นายอนุทิน ยังมีรายชื่อเป็นนักศึกษาอบรมหลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย”(นธป.) รุ่นที่ 6 ของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ซึ่งหลักสูตรของศาลรัฐธรรมนูญก็ใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่เป็นเงินภาษีของคนทั้งประเทศมาเป็นค่าใช้จ่ายในการอบรมเช่นเดียวกัน และขณะนี้ นายอนุทิน ก็ยังเรียนหลักสูตร นธป.6 ของศาลรัฐธรรมนูญไม่จบ แถมยังเป็นประธานรุ่นของหลักสูตร นธป.รุ่นที่ 6 อีกด้วย ทั้งที่มีระเบียบไม่สามารถเรียนซ้ำซ้อนกันได้

 


“ผมขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร ช่วยตรวจสอบกรณีนี้ด้วย และที่ผมออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ก็เพื่อความถูกต้อง โปร่งใส เพราะนายอนุทิน ใช้งบประมาณแผ่นดินมาอบรมเรียนทั้ง 2 หลักสูตร ไม่ใช่เงินส่วนตัวของนายอนุทิน และนายกรัฐมนตรีเพิ่งมีแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ขึ้นมาใหม่เมื่อวันที่ 14 ส.ค.61 จึงน่าจะได้นำเรื่องนายอนุทิน เข้าไปตรวจสอบด้วย” นายยุทธพงศ์ อ้าง


อย่างที่กล่าวไว้แต่ต้น การออกมาเคลื่อนไหวของนายยุทธพงศ์ ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมาในทันที เพราะว่าไปแล้วก็ไม่มีนักการเมืองฝากฟั่งประชาธิปัตย์....ที่นายยุทธพงศ์ นำมากล่าวอ้าง...คนใดออกมาโวยวายในเรื่องนี้...หรือแม้แต่คนเพื่อไทยด้วยกันก็ยังไม่มีใครหยิบมาพูดถึง แล้วเหตุอันใดนายยุทธพงศ์จึงตาร้อนนัก....หรือนั่นแค่อยากเป็นประเด็นข่าว...เพื่อให้ "นายใหญ่-นายหญิงน้อย" เห็นการเคลื่อนไหว


หากจำกันได้ "นายยุทธพงศ์เอง" ก็ใช่ว่าจะผุดผ่องนัก เขานี่แหล่ะคือ "ส.ส.ผู้ที่อยู่ในคลิปเสียบบัตรแทนกัน" แห่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2556 อันอื้อฉาว โดยเจ้าตัวเองยังยอมรับในเรื่องนี้ แต่อ้างว่า เป็นเพราะก่อนนั้นตนได้เสียบบัตรคาเอาไว้ในที่นั่งของตน แต่มี ส.ส. อีกคนเข้ามานั่งในที่ดังกล่าว ตนเลยไปเอาบัตรคืน ไม่ใช่เป็นการมีพฤติกรรมกดบัตรแทนกันแต่อย่างใด 


"คนที่เข้าไปนั่งแทนคือ ส.ส. เพื่อไทยที่เป็นผู้ใหญ่ คงไม่สามารถเข้าไปไล่ให้ออกไปได้ จึงเข้าไปเอาบัตรและย้ายที่นั่ง" นายยุทธพงศ์ อ้าง....แต่นั่นดูจะเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ และดูถูกสติปัญญาคนไทยเกินไปหน่อย เพราะหลังจากนั้นไม่นาน นายยุทธพงศ์ก็ถูกสังคมประณามจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แม้ ป.ป.ช. จะมติชี้มูลความผิด "นายนริศร ทองธิราช" อดีต ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทยเพียงคนเดียวในกรณีนี้ เพราะหลักฐานชัดเจน ส่วนนายยุทธพงศ์จะรอดไปได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปด เพราะ ป.ป.ช.มองว่า หลักฐานไม่เพียงพอ จึงยกประโยชน์ให้จำเลย...แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า...เขาไม่กระทำ...เพราะเจ้าตัวเองยังยอมรับว่า...เป็นบัตรของตนเอง


ไม่เพียงแต่เท่านี้ ช่วงกลางปี 2560 หรือเมื่อกว่า 1 ปีก่อน ก่อนที่การไต่สวน "คดีโกงข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์" จะไต่สวนนัดสุดท้ายแค่สัปดาห์เดียว โดยเขาได้ออกโรงยั่ว "คสช." ใช้ ม.44 ตรวจโกดังข้าวทั่วประเทศ โดยเขาโจมตีว่า รัฐฯ ประมูลข้าวในสต็อคไม่โปร่งใส เพราะเอาข้าวดีไปขายถูกในราคาอาหารสัตว์ พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตรวจสอบความถูกต้องในการจำหน่ายข้าว พร้อมให้เปิดโกดังข้าวทั้งหมดให้ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าไปร่วมตรวจสอบว่า ข้าวที่อยู่ในโกดังเป็นข้าวดีหรือข้าวเน่าอย่างที่กล่าว

 

การออกมาเคลื่อนไหวของนายยุทธพงศ์ในครั้งนั้น ทำให้หลายคนตั้งข้อสังเกตในทันทีว่า พรรคเพื่อไทยหวังเตะถ่วง ต้องการเยื้อคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่มีน้องสาวนายใหญ่ตกเป็นจำเลยตามคำยื่นฟ้องของอัยการสูงสุด ฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ทำให้ประเทศเสียหายไปกว่า 5 แสนล้านบาท และจะเหลือการไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้าแค่นั้น เพราะอย่าลืมว่า แต่ไหนแต่ไรมา พรรคเพื่อไทต่อต้านมาตรา 44 มาโดยตลอด...ไม่ว่ากรณีใด ๆ ดังนั้น การขยับของนายยุทธพงศ์ในครั้งนั้น...จึงมองเป็นอื่นไม่ได้...หวังช่วยนายหญิงปู....แบบคิดว่าคนไทยโง่


เรื่องนี้ยิ่งชัดขึ้นอีก เมื่อนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม "มือปราบโกงข้าว" ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตในครั้งนั้นว่า เรื่องนี้ทางทนายความของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ เคยร้องขอต่อศาลฎีกาให้ไปตรวจโกดังข้าวแล้ว แต่ศาลยกคำร้องดังกล่าวไป แต่พรรคเพื่อไทยกลับยังไม่ละความพยายาม ล่าสุดออกมาเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 ในการตรวจโกดังข้าวอีก ทำให้เห็นเจตนาของนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า มีเจตนาจะยื้อคดีจำนำข้าว หากพรรคเพื่อไทยจะให้ตรวจทุกโกดังข้าวทั้งประเทศ และจะขอเจาะข้าวทุกกระสอบ อย่างนี้ 10 ปีก็ยังตรวจไม่เสร็จ จึงคิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรหยุดยื้อคดีได้แล้ว และ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ศาลตัดสินจะดีกว่า

 

นอกจากนี้ หมดวรงค์ ยังให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ยิ่งใกล้วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย ยิ่งเห็นความเคลื่อนไหวที่เข้มข้นของพรรคเพื่อไทย โดยหมอวรงค์ ระบุว่า มี 4 ประเด็นใหญ่ที่สังคมจะได้เห็นจากพรรคเพื่อไทย คือ


1.ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินสายพบปะมวลชน และทำกิจกรรมกับแฟนๆ เพื่อไม่ให้คนลืม

 
2.เชิญชวนมวลชนมาให้กำลังใจ ในระหว่างขึ้นศาล

 
3.ใช้ช่องทางทางกฏหมายในการยื้อคดีอย่างเต็มที่

 
4.ให้ข้อมูลเพื่อให้เกิดความสับสน โดยเฉพาะคุณภาพข้าวในโกดัง ซึ่งประเด็นเรื่องการเรียกร้องให้ตรวจสอบโกดังข้าว


โดยหมอวรงค์ ระบุด้วยว่า หากรัฐบาล คสช. ตกหลุมพรางยอมทำตาม "คดีโกงข้าวหญิงปู" ที่จะไต่สวนนัดสุดท้าย จะยืดออกไปอีกเป็นสิบ ๆ ปี เพราะต้องตรวจทุกโกดังข้าวทั่งประเทศ แถมต้องเจาะทุกกระสอบ


ข้อสังเกตของหมอวรงค์ในครั้งนั้น...ถือเป็นการขอดเกล็ดนายยุทธพงศ์ จนเลือดซิบ และเจ้าตัวแทบไปต่อไม่ได้ เพราะไม่อาจหักล้างข้อสังเกตเหล่านั้นได้เลย กระทั่งต้องถอยตัวเองออกไปจากวงการเมืองพักใหญ่ ก่อนจะพยายามหาประเด็นมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยอ้างมั่วว่า ถูกทหารบุกบ้านบังคับให้ตอบคำถาม 4 ข้อของนายกฯ และถูก ผบ.ทบ.ตอกหน้าว่า...ที่ทหารจากกองทัพภาค 2 เดินทางไปพบนายยุทธพงศ์ เป็นเรื่องของการเผยแพร่พ็อกเก็ตบุ้คต้องห้าม ซึ่งก็คือ "หนังสือ ทำลายจำนำข้าว แต่ฆ่าชาวนา" ที่นายยุทธพงศ์ มีส่วนในการจัดทำ และ คสช. ห้ามเผยแพร่ เพราะบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างหนัก และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่อง 4 คำถามของนายกฯ ที่นายยุทธพงศ์ พยายามอ้าง


ไม่ว่าจะอย่างไร เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้...คงปะติดปะต่อได้ว่า...นายยุทธพงศ์นั้น...ยึดมั่นในข้อเท็จจริง หรือเขานั้นจอมปลอมแค่ไหน และบอกได้เลยว่า....การออกมาเคลื่อนไหวล่าสุดของเขา กรณี "นายอนุทิน" นั้นตีความเป็นอื่นไม่ได้...หากไม่ใช่เรื่องทางการเมือง


  


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นายอารมณ์ เคนหล้า


HASTAG : ยุทธพงศ์  ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร  พท 

ติดตามข่าวอื่นๆ