จำให้ขึ้นใจ!! วิธีเอาตัวรอดฉบับ "พราน" เมื่อ "หลงป่าหรืออยู่ในที่กันดาร" ช่วยชีวิตคนมาได้แล้วหลายราย ศึกษาไว้เป็นความรู้!

เมื่อได้เดินเข้าป่าแล้ว แน่นอนว่าคงไม่อยากหลงทาง แต่บางครั้งก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เสมอ แต่เวลาหลงป่า และข้างกายก็ไม่มีเครื่องมือช่วยเหลือ คุณจะทำอย่างไร? วันนี้จะมาเสนอการใช้ของข้างกายในชีวิตประจำวันของคุณสามารถช่วยชีวิตคุณเวลาหลงป่าได้


1. ควบคุมสติให้ได้
หากรู้ตัวแล้วว่าหลงทางแน่ อย่าตื่นตระหนก เพราะหากตกใจจนคุมสติไม่ได้ ก็จะทำอะไรไม่ถูก และจะทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม ควรหยุดแล้วคิดเมื่อรู้ตัวว่าหลงทางให้หยุดอยู่กับที่ อย่าพยายามเดินต่อไป หรืออย่าเดินเพื่อหาทางกลับ เพราะจะทำให้ยิ่งออกนอกเส้นทางมากขึ้น ควรคิดวางแผนก่อนที่จะเดินต่อ

2. หาพื้นที่ปลอดภัย

หากใกล้พลบค่ำ และแน่ใจว่าไม่มีใครมาช่วยเราในวันนี้ ให้หาที่พักการเข้าป่าแน่นอนเราไม่อาจรู้ได้ว่ารอบตัวจะเกิดอันตรายใดๆขึ้นมาบ้าง เพราะฉะนั้นแล้วการหาพื้นที่เพื่อสร้างแคมป์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยคือพื้นที่นั้นต้อง สูงและแห้ง และควรหลีกเลี่ยงการนอนใต้ต้นไม้ เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของแมลงและสัตว์เลื้อยคลานที่อันตราย สรุปแล้วคือ ควรเลือกพื้นที่ที่แห้งและสูง และมีระยะการเดินที่ไม่ไกลจากแหล่งน้ำมากนัก
 

 

3. สร้างแคมป์

เป็นสิ่งแรกๆที่ควรทำคือการตั้งแคมป์ หรือสร้างที่พัก เพราะว่าถ้าคุณหลงป่า อากาศภายในป่านั้นจะปรับเปลี่ยนไวมาก และอาจเป็นอันตรายต่อเราได้ การสร้างแคมป์เพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำอย่างมาก

อันตรายที่ต้องคำนึงถึงอีกอย่างคือการหลีกเลี่ยงจากโรคมาลาเรียและโรคจากไรอ่อน 

การพิจารณาภูมิประเทศในการนอนพักแรมเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในป่าเขา เพราะจุดพักแรมใดที่มีความชื้น จุดนั้นจะเป็นแหล่งเพาะยุงที่อาจมีเชื้อไข้มาลาเรีย บ่อยครั้งที่พบในป่าชื้นที่มีต้นไม้ขึ้นเป็นดง มีตะไคร่น้ำขึ้นเขียวพร้อมกับฟอสฟอรัสเรืองแสงเต็มไปหมด พรานสอนว่าอย่าไปลงแคมป์พักแรมเป็นอันขาดเลย เพราะที่ชื้นแบบนั้นรับรองมาลาเรียเพียบแต่ส่วนใหญ่พวกเราก็มักจะพักแรมกันเนื่องจากสะดวกในการทำกิจกรรมทั้งการประกอบอาหารหรือชำระร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรป้องกันไม่ให้ยุงและไรอ่อนกัดเราได้ โดยการสมเสื้อที่มิดชิด ทายาป้องกันยุงกันและแมลง และนอนในเต็นท์ หรือเปลที่มีมุ้งป้องกัน และในกรณีที่ออกจากป่าแล้วมีไข้สูงหนาวสั่น ถ้าไม่แน่ใจให้รีบพบแพทย์โดยด่วน เพื่อเจาะเลือดตรวจสอบ 

 

4.หญ้าให้ความอบอุ่น


หากหนาวแต่ไม่มีเสื้อผ้ากันหนาว ก็สามารถใช้เศษหญ้ามาใส่ไว้ในเสื้อได้ เพราะมันสามารถช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นได้


5. ก่อกองไฟ

การก่อกองไฟนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ทำให้คนด้านนอกสามารถหาเราได้แล้ว นั้นยังทำให้เรามีความอบอุ่น รวมทั้งสามารถไล่ ยุง แมลง สัตว์ป่าที่เข้ามาใกล้ได้อีกด้วย

 


6. น้ำดื่มก็สำคัญ
น้ำเป็นปัจจัยหลัก ในการใช้ชีวิต ไม่มีอาหารแต่มีน้ำก็สามารถพอประทังชีวิตได้ ซึ่งแน่นอนการหาน้ำดื่มสะอาดนั้นควรต้มมันด้วย เพราะอาจมีสารเจือปนและ ไม่ทราบว่าสะอาดหรือไม่ ถ้าหาน้ำไม่ได้ไม่มีแหล่งน้ำเลย ตามเถาวัลย์และไม้ไผ่ ก็เป็นอีกแหล่งที่มีน้ำนะอย่าลืม

-ใช้ผ้าหรือเสื้อในการทำให้น้ำสะอาด  


โดยการเอาน้ำที่สกปรกใส่ไว้ในขวดวางให้สูงกว่าขวดเปล่าที่เตรียมจะกรองน้ำสะอาด  เพราะผ้าดูดซึมได้แต่น้ำและไหลไปทางที่ระดับต่ำกว่า ฉะนั้นเศษสิ่งสกปรกก็จะไม่ไหลมาตามน้ำ แค่นี้ก็จะได้น้ำที่สะอาดแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีควรที่จะต้มก่อนดื่ม

-น้ำจากต้นไผ่


เมื่อหาลำธารหรือแล่งน้ำไม่ได้ ถ้าป่าบริเวณนั้นมีกอไผ่ ให้คุณตัดกิ่งไผ่แล้วใช้ขวดน้ำหรือถุงพลาสติดครอบเอาไว้หย่อนลงต่ำๆ คุณก็จะได้น้ำดื่มที่สะอาดโดยไม่ต้องกรอกอีกด้วย

-น้ำจากเถาวัลย์


เถาวัลย์น้ำเป็นเถาวัลย์ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นเถากลมอ่อนอวบน้ำ มีรูพรุนอยู่ในเถา เก็บน้ำอยู่ข้างใน พบทั่วไปในป่า เถาวัลย์น้ำมีประโยชน์สำหรับนักเดินป่าที่หลงป่าและขาดน้ำ วิธีรักษาชีวิตต้องอาศัยเถาวัลย์น้ำปะทังความกระหาย วิธีการดื่มน้ำจากเถาวัลย์น้ำ ตัดเถาวัลย์น้ำยาวประมาณหนึ่งเมตรตัดให้เป็นปากฉลามทั้งโคนและปลาย ชูด้านปลายให้สูงไว้น้ำจะค่อย ๆ ไหล มาตามปากฉลามส่วนโคน หากน้ำหยุดไหลก็ตัดปากฉลามด้านบนให้สั้นลงมาอีก ทำเช่นนี้จนกว่าน้ำจะหมด เถาวัลย์น้ำยาวหนึ่งเมตรอาจได้น้ำประมาณหนึ่งในสามของแก้วกาแฟ พอปะทังชีวิตได้

 

7. ใช้ยาสีฟันทาเมื่อโดนยุงกัด


เมื่อโดนยุงหรือแมลงกัด หากมียาสีฟันพกไปด้วยสักหลอด คุณสามารถใช้ยาสีฟันทาบริเวณนั้นได้  เพราะในยาสีฟันมีตัวยา เมนทอล มีอีกชื่อหนึ่งว่า การบูรเปปเปอร์มินต์ ช่วยลดอาการอักเสบได้ ลดอาการปวดลง และยังช่วยลดอาการคันได้ด้วย

 

8. ลิปมันทาแผล


หากเกิดมีรอยแผลสามารถใช้ลิปมันทาบริเวณแผลได้ เพราะว่าในลิปมันมีตัวยาที่สามารถช่วยลดอาการอักเสบได้ หากทาบนใบหน้าสามารถป้องกันจาการโดนน้ำแข็งกัดหน้า หรืออาการขาดน้ำ

 

9. การหาอาหาร

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ประทังชีวิต ให้อยู่รอดได้ แต่เบื้องต้นไม่ควรให้นึกไปถึงการล่าสัตว์ใหญ่เพราะจะทำให้คุณเสียพลังงาน ควรนึกถึงลูกไม้หรือพืชที่กินได้เป็นอันดับแรก แต่การหาอาหารควรต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญ เพราะว่าอาหารบางชนิดเช่น เห็ด และสัตว์บางอย่าง อาจจะกินไม่ได้เพราะมีพิษ หรือสัตว์ป่าก็ควรมีความรู้สักหน่อยว่าสัตว์ตัวไหนทานได้และไม่ได้ ส่วนสัตว์ป่าสงวนห้ามล่ามารับประทานเด็ดขาดเลยอาทิเช่น ไก่ฟ้าหลังเทา, เก้ง และอีกมากมาย

ลักษณะเห็ดที่ไม่ควรเก็บมารับประทาน ได้แก่ 
1. เห็ดที่เป็นสีน้ำตาล เห็ดที่มีปลอกหุ้มโคนหรือมีโคนอวบเห็ดที่คล้ายสมองหรืออานม้า เห็ดที่ขึ้นใกล้มูลสัตว์ รวมทั้งเห็ดที่ไม่มีพิษคุ้นเคยแต่ที่เก็บมาแล้วมีลักษณะแปลกไป 
2. สีเข้มจัดหรือฉูดฉาดมาก 
3. เห็ดที่มีหมวกเห็ดสีขาวหรือเป็นรูแทนที่จะเป็นช่องๆคล้ายครีบปลามีแผ่นหรือเกล็ดขรุขระบนหมวกเห็ด 
4. เห็ดที่มีวงแหวนใต้หมวก มีวงแหวนพันรอบบนก้านดอกเห็ดวงแหวนนี้จะเป็นตัวเชื่อมเนื้อเยื่อของหมวกเห็ดและก้านดอกให้ติดกันเมื่อดอกเห็ดบาน 
5. เห็ดที่มีปุ่มปม มีขนหรือหนามเล็กๆกระจายอยู่ทั่วไป 
6. มีกลิ่น มีน้ำเมือก หรือน้ำยางสีขาวออกมาเมื่อกรีดที่หมวกเห็ด 
7. เห็ดตูมที่มีเนื้อในสีขาว ครีบที่อยู่ใต้หมวกมีสีขาวสปอร์ในครีบมีสีขาวเช่นกัน

 

10. ไม้สามง่ามป้องกันตัว

การทำไม้สามง่ามง่ายๆ เพียงแค่เลือกท่อนไม้ที่แข็งแรงเช่น ไม้ไผ่ หั่นปลายให้แยกออกจากกัน เหลาให้แหลม เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถใช้ป้องกันตัวได้ แถมยังหาอาหารได้อีกด้วย แต่ถ้ามีอาวุธติดตัวไปก็คงจะสบายหน่อย แต่ระวังกฎหมายการพกพาอาวุธในพื้นที่ป่านะ ยิ่งอาวุธหนักแล้วไม่ได้เลย ควรอ่านกฎของพื้นที่นั้นๆให้ดีก่อน

 

11. สัญญาณขอความช่วยเหลือ


สิ่งที่ส่งสัญญาณได้เป็นอย่างดีเลยคือกองไฟที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยแสงไฟจากกองไฟที่สว่างเป็นจุดเด่นแล้ว ควันที่โพยพุ่งขึ้นมาทางอากาศสามารถให้คนรอบนอกเห็นเราได้ง่ายและชัดขึ้นมา

อย่างที่สองคือ กระจก หากเราพกกระจกติดตัวมาด้วย การสะท้อนไฟโดยใช้แสงรอบๆจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นพระจันทร์หรือพระอาทิตย์ก็สามารถเป็นสัญญาณได้


12.วิธีสังเกตว่างูมีพิษหรือไม่ 


ตาของงูที่ไม่มีพิษจะกลมเกลี้ยงเกลา  ส่วนรอยกัดจะมีลักษณะซ้อนกัน 2 ชั้น ส่วนงูที่มีพิษตาจะโหนกนูน ส่วนรอยกัดตรงหน้าก็จะมีรูลึกด้านหน้า เป็นแค่ 2 แถวเท่านั้น

 

13. เมื่อเจอสัตว์ป่าควรทำอย่างไร


เมื่อหลงป่าสิ่งที่น่ากลัวอาจจะเป็นเจ้าพวกสัตว์ป่ากินเนื้อดุร้าย สิ่งที่ใช้ป้องกันตัวนอกจากไม้สามง่ามแล้ว อาจจะเป็นการปีนขึ้นที่สูงเพื่อหลบหนี หรือจะใช้ไฟหรือเสียงเพื่อข่มขู่สัตว์เหล่านี้ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ดี สัตว์พวกนี้บางประเภทสามารถปีนต้นไม้ได้เป็นอย่างดี หรือถ้ามันกระโจนเข้าหาคุณควรจะหดตัวเป็นวงกลมเพื่อป้องกันบริเวณส่วนคอและหน้าไว้ ถ้ามีอาวุธติดตัวก็แค่ยิงขู่ก็พอ อย่าไปฆ่ามัน

ข้อแนะนำผู้หลงทางหรือ ผู้ที่แตกจากกลุ่มใหญ่ 
1.ตรวจเช็คสิ่งของที่ติดตัว ว่ามีอะไรใช้ประโยชน์ได้บ้าง และวางแผนใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด 
2.เมื่อรู้ตัวว่าหลงทางให้หยุดอยู่กับที่ อย่าพยายามเดินต่อไป ให้เลือกหยุดคอยบริเวณที่ผู้ตามหามองเห็นตัวเราได้ง่าย เช่นกลางด่าน เนินเขา ทุ่งโล่ง 
3.ทิ้งรอย หรือเครื่องหมายแสดงทิศทางที่จะไป หากจำเป็นต้องเดินต่อ เช่นไปหาแหล่งน้ำหรือที่พักฯลฯ 
4.ส่งสัญาณขอความช่วยเหลือ เป็นระยะ ๆ 
5.มองหาที่พัก เสบียง และจัดหาหาฟืนไว้ก่อนมืด 

สำหรับผู้ตามหา 
1.เริ่มจากจุดสุดท้ายที่พบเห็นผู้หลงทาง 
2.สังเกตรอยหรือเครื่องหมายของผู้หลงทางที่อาจทิ้งไว้ 
3.จดจำหรือขอข้อมูลบางประการของผู้หลงทางจากเพื่อนๆเช่นยี่ห้อรองเท้า แบบของพื้นรองเท้า ของใช้ส่วนตัว น้ำหนักผู้หลงทาง สิ่งขิงที่เขานำติดไปด้วย ฯลฯ ทางที่ดีเอาญาติ ๆ หรือเพื่อน ๆ เขาไปตามหาด้วย ถ้าไม่ลำบากนัก จะช่วยในการตามรอยได้รวดเร็วและเม่นยำขึ้น 
4.ถ้ามีหลายคนให้แยกกันค้นหาจนพบรอยของผู้หลงทาง 
5.เตรียมอุปกรณ์ปฐมพยาบาล และเสบียงเพื่อผู้หลงทางไปด้วย 
6.อย่าหยุดตามหา แม้ในเวลากลางคืน ผู้หลงทางอาจกำลังรอความช่วยเหลือเร่งด่วน 

 

 

ในกรณีที่เรามั่นใจว่าไม่มีใครตามหาเราและจำเป็นจะต้องเดินออกจากป่าด้วยตัวเอง

1.ให้สังเกตทิวไม้ 
ถ้าหลงป่าให้พยายามเดินขึ้นที่สูงเอาไว้ให้สังเกตว่าชายเขาอยู่ที่ไหนให้ยึดแนวนั้นเป็นหลัก เพราะสุดชายเขามักจะมีลำธารอยู่เสมอ ชาวบ้านป่ามักจะอาศัยอยู่ติดกับต้นน้ำลำธาร เมื่อพบลำธารก็จะพบบ้านคน พร้อมกันนั้นให้สังเกตทิวไม้ชายเขา ดูสีของใบไม้ของป่าบริเวณนั้นเป็นหลัก ช่วงที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ใบไม้จะเขียว แต่ผิดจากใบไม้ในส่วนอื่น ๆ ที่จางกว่า มุ่งไปได้เลย รับรองว่าเจอน้ำในจุดนั้นอย่างแน่นอน แล้วจึงค่อย ๆ เดินตามน้ำที่ไหลลงไป รับรองว่าได้รอดออกจากป่าแน่นอน

2. ให้สังเกตรากไม้ 
บ่อยครั้งที่ความแห้งแล้งเกิดขึ้น หากเดินไปพบลำธารที่แห้งแล้วก็จะรู้ได้อย่างไรว่ายามมีน้ำจะไหลลงไปทางไหน พรานสอนไว้ว่าให้สังเกตรากไม้ลำธารแห้งว่า รากไม้ลู่ไปทางทิศไหน ก็ให้ไปทางนั้น เพราะยามลำธารมีน้ำ รากไม้จะลู่ไปตามน้ำเสมอไป ให้ท่านเดินไปแล้วจะพบน้ำหรือบ้านคนแน่นอน 

นี่เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ ในการเอาตัวรอดเมื่ออยู่ในป่า สิ่งสำคัญเมื่อรู้ว่าจต้องเข้าป่าอย่างแรกอย่าลืมบอกคนรอบข้างไว้ว่าจะไปที่ไหนเผื่อหายไปจะได้รู้ อย่างที่สองคืออุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น มีด ไฟแช็ค ของจำเป็น อย่าลืมแชร์แบ่งปันกับผู้อื่น! ขอให้ทุกคนสามารถอยู่รอดปลอดภัยเมื่อต้องหลงป่า

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : th.answers.yahoo , brightside , campus.sanook , ch3thailand


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุริยวงศ์ หิรัญเตโช


HASTAG : ใช้ชีวิตในป่า  หลงป่า  หลงทาง  เอาตัวรอด 

ติดตามข่าวอื่นๆ