เผยภาพวาดจำลองสภาวะของถ้ำ ถึงจะมีน้ำขังอยู่ปากถ้ำ แต่ข้างในมีโพรงอากาศคล้ายชักโครก และมีเนินสูง เชื่อ! กลุ่มเด็กอยู่บนนั้นและยังมีชีวิตอยู่

 สืบเนื่องจากกรณีที่มีเด็กนักกีฬานักฟุตบอลและโค้ช รวม 13 ชีวิต ได้สูยหายเข้าไปในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงรายนั้น

ต่อมาภายหลังที่เพจใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Teerayut Ninmon  ได้โพสต์รูปภาพพร้อมทั้งระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า

ข้อความที่จะเขียนนี้ ตั้งใจจะพยายามอธิบายให้กับเพื่อนหลายๆคนของผมในเฟสที่ไม่เข้าใจสภาวะของถ้ำและเขียนวิพากษ์กันไปต่างๆนาๆ
ผมเป็นคนชอบเที่ยวถ้ำ แต่พ่อแม่ปู่ย่าจะสอนเสมอว่า ไม่ให้ไปเที่ยวถ้ำหน้าฝน ให้ไปหน้าร้อน เพราะฝนตกที่ไหน เราไม่รู้ แต่น้ำมันจะไหลจากป่ามาลงที่ถ้ำ น้ำป่ามันไหลเร็วแรง และไหลลงที่ต่ำเสมอ ซึ่งมันก็จะไหลมารวมกันในถ้ำที่จะเป็นที่รับน้ำ

ดังนั้นผมจึงพยายามเขียนรูปด้านตัดขวางของถ้ำให้ท่านเห็นจะได้เข้าใจสภาพของถ้ำและเด็กๆ 13 คนตอนนี้ ด้านหน้าปากถ้ำมันคงจะลาดต่ำ แต่มีช่วงตรงกลางถ้ำที่เป็นเนินสูงขึ้นมามีโถงใหญ่อยู่ตรงกลาง และท้ายถ้ำก็ลาดลงไปอีกเช่นกัน เมื่อคนเราเข้าไปอยู่ในถ้ำแล้วถ้าฝนตกหนักข้างนอกเราจะไม่รู้สึก น้ำฝนผสมน้ำป่าจึงไหลเขามาตามรอยรั่วของถ้ำลงมาขังปิดปากถ้ำไว้ ดังนั้นอย่าไปโกรธอย่าไปโทษครูฝึกและเด็กที่เขาอาจจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ เพราะฝนตกที่ไกลที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ทางน้ำมันก็จะไหลมาลงถ้ำ เขาเลยไปติดอยู่ภายในนั้น

ภาพแบบนี้ถ้ามองดูดีๆมันจะเหมือนกับ"ชักโครก"ครับ มันมีน้ำขังอยู่ที่ปากถ้ำ แต่มันมีโพรงข้างในเป็นอากาศ และก้นถ้ำมันก็มีน้ำขังอยู่
ทีมกู้ชีวิตและนักช่วยเหลือ จะต้องดำน้ำลงไปแล้วลอดผ่านพื้นผนังถ้ำที่จมน้ำอยู่ และแน่นอนว่ามันต้องมี"หินงอก-หินย้อย"กับหินแหลมคมต่างๆที่เป็นเครื่องกีดขวางการเดินทางเข้าไป ดังนั้นเราจะเห็นว่าทีมประดาน้ำต้องการถังออกซิเจนถังที่เล็กลงกว่าเดิมที่มี เพื่อให้ดำลงไปแล้วผ่านซอกซอยของหินพวกนี้ไปได้โดยไม่ติดขัด
ผมคิดว่าเด็กๆยังมีชีวิตอยู่บนเนินในถ้ำ(ถ้าไม่พลัดหลงหรือแตกขบวนกันไปไหน แต่คงจะหนาวมาก และอากาศก็น้อย อาจจะทำให้หายใจลำบากแต่ก็ไม่ถึงกับตาย เพราะคนที่เคยติดอยู่ในเหตุการณ์ตึกถล่มยังมีชีวิตรอดอยู่ได้นับสิบวันภายใต้ความกดดันอย่างสูง เช่นนี้แล้ว น้องน่าจะยังคงรอดชีวิตอยู่ ผมเชื่อเช่นนั้น)

เพื่อนหลายคนในเฟสเขียนขึ้นมาว่า"ทำไมไม่ลอยกระทงเข้าไป" หรือไม่ก็"ทำไมไม่เอาไฟฉายมัดใส่ถุงพลาสติกลอยเข้าไป" มันเป็นความคิดตื้นๆครับ หลายคนคิดแค่ว่าน้ำท่วมธรรมดาแล้วไหลเข้าไปในถ้ำ แต่ความเป็นจริง น้ำมันท่วม แต่มันท่วมอุดอยู่ที่ปากถ้ำ เอาอะไรลอยเข้าไป มันก็ลอยวนอยู่แต่ปากถ้ำนั่นแหละ ไม่ไหลเข้าไปข้างในหรอก คล้ายๆ"ส้วมเต็ม"น่ะ

ส่วนเพื่อนที่พยายามบอกว่าเห็น"รองเท้าเรียงตัวกันเป็นลูกศร" ผมบอกเลยว่ารองเท้านี้ไม่ได้บ่งบอกอะไร เพราะทุกคนต่างถอดรองเท้าเพื่อมาเล่นน้ำ แต่พอฝนตกหนัก น้ำก็ไหลมาลงปิดปากถ้ำ นี่ไม่ใช่การหลงป่าที่เขาจะทิ้งร่องรอยว่าแยกไปซ้ายหรือขวา ภายถ้ำมันเป็นเส้นตรง ไม่ได้มีไพรมาบังแบบป่า การหลงถ้ำคือเดินหลงไปตามซอกต่างๆของถ้ำกับความมืดและอาจจะตกหลุมที่มองไม่เห็น แต่เชื่อเถอะพอเรารู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้แล้วหนือ มันไม่น่าไปต่อแล้ว คนเราก็จะพาตัวเองย้อนกลับมาที่จุดเดิม ที่คิดว่าอยู่แล้วปลอดภัยตามสัญชาติญาณครับ ดังนั้น รองเท้าไม่ได้แสดงความหมายอะไร

ตอนนี้เด็กๆคงติดอยู่ในช่วงกลางถ้ำอย่างที่ผมพยายามเขียนวงกลมสีแดงไว้ให้ วิธีการตอนนี้เจ้าหน้าที่ทำได้ดีที่สุดแล้วคือ การส่งทีมสำรวจเข้าไปนั้นถูกต้องแล้ว และกำลังหาวิธีการระบายน้ำออกจากปากถ้ำ ให้มันมากพอที่จะมีอากาศลอดผ่านเข้าไปได้ แต่การสูบน้ำออกอย่างรวดเร็วเดินไป มันจะมีผลต่อความดันที่อยู่ภายในด้วย ให้ลองนึกถึงท่อน้ำที่มันตัน แล้วเราพยายามดึง หรือดันน้ำนั้นให้เคลื่อนไปโดยใช้ไม้หัวปั๊มสิครับ อากาศและความดันมันจะเปลี่ยน ตรงนั้นอาจจะทำให้ปรับร่างกายไม่ทันเด็กอาจจะช็อคได้


ตอนนี้ทีมซีลเข้ามาดูแลสถานการณ์แล้ว ผมว่าคงจะได้รับข่าวดีในไม่ช้านี้ครับ เบื้องต้นทีมซีลเขาคงจะหาวิธีเข้าไปสำรวจหาให้พบ ให้การปฐมพยาบาลพร้อมทั้งเอาอาหารไปส่งให้ได้ก่อน ก่อนที่จะหาทางระบายน้ำและหาวิธีนำทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย
ตอนนี้ที่หวังคือ ขออำนาจฟ้าดิน อย่าให้ฝนฟ้าเทตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำเติมลงในถ้ำอีก เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาเพิ่ม จะทำให้น้ำเพิ่มขึ้น อากาศภายในจะน้อยลง นั่นคือสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด
ขอภาวนาให้น้องๆทั้งสิบสามคนจงปลอดภัยครับ

 

 

ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก Teerayut Ninmon


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
อุทัย เลิกสันเทียะ


HASTAG : ถ้ำ 

ติดตามข่าวอื่นๆ