ใครยืนอยู่บน "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" ?!! อนุสรณ์สถานเทิดทูนวีรกรรม "กรณีพิพาทไทยกับฝรั่งเศส" (มีคลิป)

 

         เนื่องในวันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็นวันครบรอบ ๗๖ ปีพิธีเปิดอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่บริเวณต้นทางหลวงประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นถนนพหลโยธิน)

 

        อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นอนุสาวรีย์ในกรุงเทพมหานคร โดยรอบเป็นวงเวียนอยู่กึ่งกลางระหว่างถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพญาไท ตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ ๕.๐ ถนนพหลโยธิน โดยที่ กม. ๐ ของถนนพหลโยธินอยู่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นระยะทาง ๕ กิโลเมตร

 

 

         อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต ๕๙ คน ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๘๔ และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๘๕ สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล

ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธินนี้มีชื่อเรียกว่า "สี่แยกสนามเป้า"

 

 

 

 

ความหมายของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

การออกแบบอนุสาวรีย์ของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจห้าประการ คือ

๑.ปฏิบัติการของกองทัพทั้ง ๕
๒.ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ
๓.อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ
๔.เหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ
๕.ความสนใจของประชาชน

 

ประติมากรรมทหาร ๕ เหล่า

             หม่อมหลวงปิ่นใช้ดาบปลายปืน ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายทหาร โดยใช้ดาบปลายปืนห้าเล่มรวมกัน จัดตั้งเป็นกลีบแบบลูกมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับหินอ่อน มีความสูงประมาณ ๕๐ เมตร ดาบปลายปืนส่วนด้ามตั้งเหนือเพดานห้องโถงใหญ่ ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนใหญ่บรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส  ด้านนอกตอนโคนดาบปลายปืน มีรูปปั้นหล่อทองแดง ขนาดสองเท่าคนธรรมดา ของนักรบ ๕ เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ศิลปินผู้ปั้นรูปเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เช่น สิทธิเดช แสงหิรัญ, อนุจิตร แสงเดือน, พิมาน มูลประสุข, แช่ม ขาวมีชื่อ ภายใต้การควบคุมของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

 

              ด้านนอกของผนังห้องโถง เป็นแผ่นทองแดงจารึกนามผู้เสียชีวิต รายนามผู้ที่ได้รับการจารึกไว้มีทั้งสิ้น ๑๖๐ นาย เป็นทหารบก ๙๔ นาย ทหารเรือ ๔๑ นาย ทหารอากาศ ๑๓ นาย และตำรวจสนาม ๑๒ นาย จนถึงปัจจุบันแผ่นทองแดงจารึกรายนามผู้เสียชีวิต และผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๓-พ.ศ. ๒๔๙๗ รวมทั้งสิ้น ๘๐๑ นาย

 

โดยนักรบ ๕ เหล่า ประกอบด้วย

๑. "ทหารบก" ซึ่งเป็นตัวแทนของเหล่าทหารบก โดยหันหน้าไปทางถนนพหลโยธิน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)

 

 

 

๒."ทหารเรือ" ซึ่งเป็นตัวแทนของเหล่าทหารเรือ โดยหันหน้าไปทางถนนราชวิถี (ฝั่ง center one)

 

 

 

๓."พลเรือน" ซึ่งเป็นตัวแทนของพลเรือน โดยหันหน้าไปทางถนนพญาไท (BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)

 

 

 

๔."ทหารอากาศ" ซึ่งเป็นตัวแทนของเหล่าทหารอากาศ โดยหันหน้าไปทางถนนราชวิถี (ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี)

 

 

 

๕."ตำรวจ" ซึ่งเป็นตัวแทนของตำรวจ โดยหันหน้าไปทางเกาะพหลโยธิน (ซึ่งอยู่ระหว่าง ถ.ราชวิถี กับ ถ.พหลโยธิน)

 

 

 

 


 

           นอกจากเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญ และเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิต ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส สงครามโลกครั้งที่ ๒ และสงครามเกาหลีแล้ว ยังเป็นต้นทางของถนนพหลโยธิน รวมไปถึงศูนย์กลางการคมนาคมที่มีรถโดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง เป็นจำนวนมาก ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS และรถตู้ ผ่านตลอด ๒๔ ชั่วโมง จึงทำให้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นชุมทางการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ขอบคุณคลิปจาก : เพจ วันวานสยาม

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


HASTAG : อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  รำลึก 

ติดตามข่าวอื่นๆ