ไม่ต้องใช้เงิน ก็อยู่ได้จริง !! บทพิสูจน์ของพระแท้ "พระอารยวังโส" ปฏิบัติให้เห็น จนได้รับเกียรติสูงสุด​ เข้าร่วมประชุมกับองค์ดาไลลามะ !!

บทพิสูจน์พระแท้... อยู่ด้วยพระธรรมวินัย​ไม่ใช่เงิน​ ล่าสุดพระอาจารย์อารยวังโส​ได้รับนิมนต์ประชุมพระวินัยร่วม​กับองค์ดาไลลามะ​
- -​ -​ -​ -​
1.ประเด็นร้อน​ คำสั่งสังคายนาเงิน(ส่วนตัว)​พระ

คำกล่าวของท่านอาจารย์พุทธทาสที่ว่า "มุ่งเป็นอยู่อย่างต่ำ เพื่อกระทำอย่างสูง" ย่อมสะท้อนถึงการดำรงชีพชอบ​ หรือ​ "สัมมาอาชีวะ" ของสมณะ​ นักบวชในพุทธศาสนาอันเกี่ยวเนื่องจากกรณีออกระเบียบคำสั่งของสำนักพุทธฯเรื่อง​เงินๆทองๆของพระจนกลายเป็นประเด็นในสังคมและเป็นที่วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ทั้งๆที่คำสั่งดังกล่าว​ ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง​ ตั้งอยู่ในครรลองของพระธรรมวินัย​ และสามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติสำหรับพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ​ที่ผู้คนให้ความศรัทธานับถือ

แต่กระนั้นก็มีพระหรือนักบวชอีกจำนวนหนึ่งที่ออกมาต่อต้านกฏระเบียบดังกล่าว​ เช่น​ พระมหาไพรวัลย์​ หรือพระอาจารย์แดง​ โดยบอกว่าระเบียบดังกล่าวเป็นการบีบบังคับที่ไม่เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป​ ซึ่งถือว่าเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตในสมัยปัจจุบัน

กระทั่งบอกว่า​ เงินมีความจำเป็นต่อการเผยแผ่ศาสนา​ ถ้าพระไม่มีเงิน​ ไม่มีปัจจัยจะเอาอะไรไปเผยแผ่ศาสนา​เช่น​ "พระอาจารย์แดง" เจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาเต่า ได้จวก พศ. อย่างดุเดือด ห้ามพระรับปัจจัย แต่เวลาเดินทางก็ต้องจ่ายค่ารถ ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แล้วส่วนพวกนี้ใครล่ะจะออกให้

รวมถึงความพยายามสร้างประเด็นให้เข้าใจผิดว่า​ คำสั่งของสำนักพุทธฯ​ ห้ามพระรับเงิน​ หรือห้ามพระจับเงิน​ หรือห้ามถวายเงินให้พระ​ เช่น​ "พระมหาไพรวัลย์" วัดสร้อยทอง ได้เสนอให้ทบทวนเรื่องระเบียบพระห้ามจับเงิน เนื่องจากวิถีชีวิตเปลี่ยนไป และมองว่าการจับเงินนั้นไม่ได้ผิดวินัยร้ายแรงอะไร

2.​ พระอารยวังโส​ รับคำสั่งสำนักพุทธฯไม่ขัดพระธรรมวินัย​ ทำได้จริง

การต่อต้านดังกล่าวข้างต้นปรากฏข้อเท็จจริงที่ถูกบิดเบือนใน​ 2​ ประเด็น

ประเด็นแรกนั้น​  ระเบียบดังกล่าวไม่ได้ห้ามพระรับเงินแต่ห้ามพระรับเงินหรือทรัพย์อื่นๆเพื่อเก็บเอาไว้เป็น​ "ทรัพย์สินส่วนตัว" ต่างหาก​

ดังนั้นการทำบุญหรือบริจาคทานนั้นพุทธศาสนิกชนยังทำได้ตามปกติเพียงแต่เมื่อถวายปัจจัยหรือบริจาคสิ่งของใดๆให้พระรูปหนึ่งรูปใด​ พระรูปนั้นจะถือเอาทรัพย์หรือสิ่งของนั้นเป็นของส่วนตัวไม่ได้​ ต้องนำเข้ากองกลางเป็นของสงฆ์ทั้งหมด​ ซึ่งหากมีความจำเป็นต้องใช้ก็ให้ขอต่อที่ประชุมสงฆ์หรือส่วนกลางของวัดมาใช้

ประเด็นที่สอง​ ไม่ใช่พระทุกรูปจะคัดค้านหรือต่อต้านระเบียบดังกล่าว​ เพราะมีพระที่ปฏิบัติอยู่แล้วตามระเยียบหรือข้อบังคับดังกล่าวมาเนิ่นนานแล้วด้วยซ้ำ​ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า​ ระเบียบดังกล่าว​ ถูกต้องตามพระธรรมวินัย​ สามารถทำได้จริง​ในปัจจุบัน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการเผยแผ่พระศาสนา

ดังกรณีของ​ พระอาจารย์อารยวังโส​ วัดป่าฯลำพูน​ ซึ่งท่านเป็นผู้นำออกมาสนับสนุนการออกระเบียบดังกล่าวอย่างชัดเจน​ ดังที่ท่านได้กล่าวว่า

"เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายนที่ผ่านมาเช่นเดียวกันในช่วงเวลา ๑๖.๓๐ น. อาตมาได้รับหนังสือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ของคุณพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์เพื่อเปิดเผยข้อมูลวัดในระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัดต่อสาธารณชน มีสื่อทีวีหลายช่องมาร่วมรับฟัง เมื่อชี้แจงแถลงให้ทราบถึงระบบการจัดการของวัดที่สมภารและคณะสงฆ์ต้องทำงานร่วมกันในเชิงนโยบาย และส่งผ่านไปให้คณะกรรมการฯไวยาวัจกร ผู้เชี่ยวชาญที่มีจิตอาสาในแต่ละด้านดำเนินการไปอย่างเป็นระบบสัมพันธ์กันภายใต้การควบคุมดูแลของคณะสงฆ์ โดยพระภิกษุสงฆ์และสมภารจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเชิงธุรกรรมทั้งสิ้น
 
จึงไม่ปรากฏชื่อพระในบัญชีธนาคาร หลักฐานการเงินทั้งหมดในวัดของอาตมาและในวัดสาขาอีก ๔-๕  
แห่งที่ปกครองดูแลพระภิกษุอยู่ โดยยึดหลักข้อเดียวว่า ห้ามพระรับ หรือให้รับ หรือยินดีในการรับ เงิน 
ทองของมีค่าทั้งหลาย.... หากมีผู้ประเคนถวายเพื่อเรียกใช้เป็นกัปปิยภัณฑ์จากไวยาวัจกรที่ถือเงินทองของชาวศรัทธาอยู่ ก็สามารถกระทำได้โดยให้เป็นไปตามพระวินัยที่พุทธานุญาตไว้

ดังปรากฏในเภสัชชขันธกะทั้งนี้ให้พระภิกษุยึดมั่นในหลักธรรมมณิจูฬกสูตรที่ทรงแสดงเรื่อง สมณศากยบุตรไม่สมควร.. ไม่ยินดี.. ไม่รับทองเงินด้วยเหตุผลที่ว่า ..ทอง เงิน ควรแก่ผู้ใด เบญจกามคุณควรแก่ผู้นั้น เบญจกามคุณควรแก่ผู้ใด  ทองและเงินควรแก่ผู้นั้น
 
ปัญหาในแวดวงสงฆ์เน่าเหม็นมานานและกว้างไปทั่วจนเกิดพวกทุมมังกุ (หน้าด้าน) ลอยหน้าลอย 
ตาใส่จีวรสวย ครองสมณฐานะเป็นถึงชั้นปกครอง.. ด้วยแต่งตั้งกันตามอำนาจอคติธรรม... สถาบัน 
พระพุทธศาสนาในประเทศจึงไม่สะอาด สวยงาม ดุจดังในอดีต ..เด็กรุ่นใหม่เห็นพระเดินมาเบ้หน้า.. อุทานว่า พระรับเงินหรือเปล่าวะ..

จึงควรถึงเวลาแล้วที่ควรกล่าวว่า​ หากสงฆ์ถึงความพรั่งพร้อม ขอพึงกระทำการสังคายนาองค์กรสงฆ์เถิด 
เพื่อชำระมลทินในหมู่สงฆ์ให้สิ้นไป!!!

"พระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัตินั้น สามารถทำได้จริงในยุคนี้ ซึ่งตัวพระอาจารย์เองก็ได้กระทำอยู่  ด้วยการไม่รับเงินใดๆ มาเป็นของส่วนตัว ไม่มีบัตรกดเงิน ไม่มีบัญชีธนาคาร ไม่ได้เป็นเจ้าของดินใดๆ แม้แต่แปลงเดียว​ เป็นเรื่องของญาติโยมทางพุทธศาสนาจะต้องดูแลอย่างถูกต้องกันต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหา"


3.​ เป็นพระไม่สะสมเงิน​ แต่ได้รับเกียรติสูงสุด​ได้ร่วมประชุมกับองค์ดาไลลามะ

พระอาจารย์อารยวังโส ได้ยกตัวอย่างการจัดการบริหารเงิน และเป็นต้นแบบที่ดีอย่างของ​ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร) "ท่านจะตรัสชัดเจนเลยว่าท่านไม่รับเงิน แต่ให้ท่านพูดพระองค์เดียวยังไม่พอ พวกเราทุกคนต้องร่วมกันพูดด้วย อยากให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแล" 

และล่าสุด​ (16​ มิ.ย.​ 2561)​ นั้น​ พระอาจารย์อารยวังโส ได้รับนิมนต์จาก องค์กรพุทธศาสนานานาชาติ​ เพื่อร่วมประชุมด้านพระวินัย​ ที่นครเดลี​ ประเทศอินเดีย

โดยในการประชุมดังกล่าวถือว่าไม่ธรรมดาเพราะมี พระสังฆราช องค์ดาไลลามะ และ ผู้นำศาสนา ผู้นำจิตวิญญาณทางศาสนาจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุม โดยพระอาจารย์อารยวังโสได้รับนิมนต์เข้าร่วมประชุมในฐานะ  ผู้นำจิตวิญญาณทางพุทธศาสนาจากประเทศไทย ที่เป็นที่ยอมรับในฐานะ "กูรู จี" ของชาวอินเดีย

ว่าท่านเป็นผู้เคร่งครัดในพระวินัยอย่างยิ่ง

อันเป็นบทพิสูจน์​ว่าพระไม่จำเป็นต้องมีเงินส่วนตัว

และ​ สิ่งที่จำเป็นแท้จริงสำหรับการเผยแผ่​ ประกาศธรรมไม่ใช่​ เงิน​ แต่คือ​ ธรรมะ​


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ปิยะนัย เกตุทอง


HASTAG : ไม่ใช้เงิน  พระอารยวังโส  นับถือ  พระอาจารย์  พระแท้  บทพิสูจน์  สงฆ์  พระธรรมวินัย  ศรัทธา  เงิน  พระ  อินเดีย 

ติดตามข่าวอื่นๆ