"ไพร่-ทาสยังไม่จบ"?ยันหน้า"กระฏุมพีเหยียดมนุษย์ หลังตะแบง"ไพร่มีจริง-พวกข้าเท่านั้นเปลี่ยนได้" โดนซัด"หาเสียงแบบนี้กดปชช.ให้ต่ำ-ชูหางตัวเอง"

 

ดูเหมือนเรื่อง "ไพร่-ทาส" ซึ่งเป็นวาทกรรมที่แกนนำคนเสื้อแดง...อันเป็นปีกหนึ่งของ "ระบอบทักษิณ" ใช้ปลุกระดมมวลชนคนที่ไม่รู้เท่าทัน...ให้ออกมานอนกลางดินกินกลางถนน...และพร้อมจะตายเพื่อนายใหญ่มานานนับ 10  ๆ ปี จะกลับเป็นคำพูดที่กลายเป็น...วิวาทะทางการเมืองอีกครั้ง หลัง "พล.ท.พงศกร  รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่" หยิบเรื่องนี้มาใช้...โดยพยายามจะโชว์วิสัยทัศน์...เรื่องชนชั้น...ที่พรรคของเขาพยายามหยิบมาเป็นแคมเปญ...โดยเจ้าตัวออกมาโพสต์ทำนอง "มนุษย์เงินเดือนคือไพร่สมัยใหม่" จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย กระทั่งเจ้าตัวยังยอมถอย โพสต์ขออภัยในเวลาต่อมา


แต่ทว่า...แทนที่เรื่องนี้จะแผ่วจางไป เพราะ "นายพลโท" ซึ่งเติบโตมาจากสาย "อำนาจนิยม" และอยู่ส่วนบน ๆ ของ "โครงสร้างระบบอุปถัมภ์" แต่กลับดัดจริต...มาพูดเรื่องชนชั้น...ซึ่งถือเป็นขั้วตรงข้าม และออกจะเป็นปฏิปักษ์กับสิ่งตัวเองพูด...ยอมถอยแล้วเพราะทนถูกสังคมก่นด่าไม่ไหว

 

เอาเข้าจริงกลับปรากฏว่า "นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี" อาจารย์จาก วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลับออกมาหนุนเสริม "นายพลโท" ผู้นั้น ผ่านเฟซบุ๊กของตน โดยชักแม่น้ำทั้ง 5 มาอธิบายเรื่อง "ไพร่-ทาสที่ยังดำรงอยู่ในสังคมไทย" นี้ (ตามความคิดเชื่อของพวกเขา) ถึงกับไปลากเอา ทฤษฎีของ "E.P.Thompson" นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษมาอ้างอิงความเชื่อของตน

 
ก่อนจะโดนสวนจังจังว่า "Thompson" ที่เขายกมานั้น เสนอเรื่อง "concept of time" ที่เปลี่ยนไปจากช่วงก่อนและหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมและทุนนิยม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "เรื่องรัฐสวัสดิการ ไพร่-ทาส" ที่ "นายษัษฐรัมย์" กำลังจะโมเมโยงมั่ว...ทำให้เจ้าตัวต้องรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน


โดยรายละเอียดที่ "ษัษฐรัมย์" ระบุไว้ใน เฟซบุ๊กของเขา คือ

 

 

ระบบไพร่ ทาส คือระบบที่ยืนยันสถานะของชาติกำเนิดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภาพรวม ไม่นับรวมความโชคดีแบบการถูกล็อตเตอรี หรือความกรุณาจากผู้อุปถัมภ์ (การเลื่อนชนชั้นในระบบไพร่ทาส มีสองเรื่องคือ โชค +ความเมตตา เป็นหลัก)

 

 

ปัจจุบันมันไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง E.P.Thompson นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษระบุใน Time, Work-Discipline, and Industrial Capitalism ถึงอำนาจนิยมแบบครบวงจรในระบบทุนนิยม

 

 

ระบบทุนนิยมเกิดขึ้นโดยการขยายกลุ่มของนายทาสให้เพิ่มขึ้น เป็นแบบนี้อยู่นับร้อยปี และคิดค้นเทคโนโลยีเป็นระบบอุตสาหกรรมและเวลาในโลกสมัยใหม่เพื่อสร้างความแปลกแยกให้ผู้ใช้แรงงานไม่ตั้งคำถาม

 

 

กระทั่งการต่อสู้ของประชาชนและขบวนการแรงงานที่สะสมต่อเนื่อง ที่ ทำให้เกิดกฎหมายแรงงาน และสวัสดิการสังคม จนถึงขั้นสุดคือการสร้างรัฐสวัสดิการ ผู้คนจึงไม่ถูกกักขังด้วยชาติกำเนิด

 

การเลื่อนสถานะในวงกว้างของสังคมเพิ่งเกิดขึ้นจริงๆในช่วงไม่ถึงร้อยปี ที่ผ่านมา

 

 

แต่นับตั้งแต่ ช่วงปี 1970 พรรคอนุรักษ์นิยม ร่วมกับกลุ่มทุนผูกขาด กลุ่มทุนข้ามชาติมุ่งทำลายรัฐสวัสดิการ สหภาพแรงงานและการคุ้มครองแรงงาน และโฆษณาตรรกะใหม่ คือลัทธิเสรีนิยมใหม่ แปรรูปรัฐวิสาหกิจ เพิ่มค่าเทอมมหาวิทยาลัย สร้างระบบสงเคราะห์แทนสิทธิ์ถ้วนหน้า นำระบบประกันเอกชนมาแทนสวัสดิการของรัฐ สิ่งนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่เว้นไทย

 

ผู้คนทำงานหนักขึ้น แต่กลับเลื่อนลำดับชั้นลำบาก

 

 

ดัชนี Gini ตัวชี้ความเหลื่อมล้ำที่ล้อกับโอกาสการเลื่อนลำดับชั้นในสังคม แสดงโดยประมาณว่า คนที่จนที่สุด 20% ของไทยมีโอกาสสูง 60% ที่จะจบชีวิต 20% ล่างเหมือนเดิม

 

 

งานวิจัยหลายชิ้นชี้อีกว่า ตั้งแต่ ปี 2540 ชัดเจนว่าการศึกษาระดับอุดมศึกษาไม่ได้ทำให้คนเลื่อนลำดับชั้น เป็นเพียงการยืนยัน สถานะของคนกลุ่มเดิมเท่านั้นในภาพรวม

 

คนไทย นับ10ล้านคนยากจน รายได้ต่ำกว่า 10,000บาท/เดือน มีหนี้ที่ใช้คืนไม่ได้

 

คน Gen Y ทำงานหนักเป็นสามเท่าของคนรุ่นพ่อแม่เพื่อมีมาตรฐานชีวิตแบบเดียวกัน

 

สังคมผู้สูงอายุที่คนแก่ ทำงานมาจนตาย แต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยนอกจากความกตัญญูของลูกหลานที่ลำบากไม่แพ้กัน

 

 

สังคมที่ไร้ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผู้คนไร้ศักดิ์ศรี ขาดเสรีภาพทางการเมือง ปิดโอกาสการเลื่อนชนชั้น

 

นี่คือไพร่สมัยใหม่โดยแท้ ต้องแก้ไขด้วยประชาธิปไตยแบบถอนราก และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเท่านั้น

 

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถูกผู้รู้อย่าง  "Kittitouch Chaiprasith" นักวิชาการอิสระ เจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่เกาะติดการเมืองฝั่งเสื้อแดงอย่างคนรู้ทันมานาน ได้ออกมา...ลอกคราบแก่นคิดของ "ษัษฐรัมย์" ที่จงใจโหนกรณีนี้...เพื่อหวังผลทางการเมืองโดย...ก๊วนอนาคตใหม่...ยังคิดว่าคนไทยโง่แบบสั้น ๆ แต่น่าสนใจว่า

 

 

"หลังจากรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสท์ดูถูกคนทำงานกินเงินเดือนไปเมื่อวาน วันนี้แกนนำพรรคอนาคตใหม่ ออกมาแก้ต่างให้ด้วยการยืนยันว่า "ระบบไพร่ทาส" ยังมีอยู่จริง และเป็น #สถานะของชาติกำเนิดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภาพรวม

 

 

(แปลกดีที่ผมเห็นคนรากหญ้าที่ขยันและเห็นโอกาส ทำงานจนพลิกตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการได้เยอะแยะครับ)

 

 

พร้อมย้ำว่าที่เป็นแบบนี้เพราะ "ผู้คนไร้ศักดิ์ศรี ขาดเสรีภาพทางการเมือง ปิดโอกาสการเลื่อนชนชั้น" และต้องแก้ไขด้วย "ประชาธิปไตยแบบถอนราก และรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจรเท่านั้น"

 

 

หมายเหตุ: อยากรู้จังว่า...ประชาธิปไตยแบบถอนราก คืออะไร?

 

 

เอาจริงๆ นะครับ สุดท้ายนี่ก็ #การเมืองน้ำเน่า การเมืองแบบ #Demagogue ผู้นำประชาธิปไตยจอมปลอม ที่หาเสียงด้วยการแบ่งแยกผู้คน กดมวลชนให้รู้สึกต่ำต้อยลง เพื่อให้เกิดความคับแค้น แล้วก็ชูตัวเองเป็นผู้นำ เป็นฝ่ายธรรมะ ยืนข้างคนระดับล่าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองจะได้เข้าสู่อำนาจรัฐในอนาคต

 

 

การเมืองแบบ Demagogue แบบนี้เขาทำกันมาตั้งแต่ 3-4 พันปีที่แล้ว และก็ทำไล่มาเรื่อยๆ ก็ยังไม่เห็นว่านี่คือ การเมืองใหม่ หรือ เป็นการเมืองสร้างสรรค์แต่ประการใด สุดท้ายก็ยังคงเดิม หนีไม่พ้นสร้างความหวาดกลัวและเกลียดชังกับเรื่องชนชั้น เรื่องเสรีภาพ เพื่อใช้ปลุกระดมมวลชนแบบเดิมๆ นั่นเอง...

 

 

ที่มาข่าว: ระบบไพร่ทาสยังอยู่!อนาคตใหม่ยันมีจริง การศึกษาทำให้เลื่อนชั้นไม่ได้ต้องใช้รัฐสวัสดิการครบวงจรแก้

 

https://www.thaipost.net/main/detail/11335"

 

 

ขอบคุณข้อเขียน : "Kittitouch Chaiprasith"


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นายอารมณ์ เคนหล้า


HASTAG : ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี  ไพร่  Kittitouch Chaiprasith 

ติดตามข่าวอื่นๆ