ด่วน ! อนุมัติหมายจับ 5 คนสนิทพา "พระพรหมเมธี" หนี (รายละเอียด)

จากกรณี หลังจากทางการเยอรมนีได้ยืนยันการควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรมหาวิหาร ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด ได้ที่ท่าอากาศยานแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี แล้ว นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. , พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป.พร้อมด้วยคณะอัยการ ได้บินด่วนไปประเทศเยอรมนี เพื่อนำตัวอดีตพระพรหมเมธี กลับประเทศไทย

วันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระดมกำลังกองปราบฯ และตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อติดตามจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี หรือ “จำนงค์ เอี่ยมอินทรา” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาความผิดเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดที่หลบหนีมาในพื้นที่ จ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหลบหนีออกไปยังสปป.ลาว ผ่านทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน โดยพบรถตู้ สีบรอนซ์เงิน ซึ่งพระพรหมเมธีใช้ในการหลบหนีมาจากกทม.จอดทิ้งไว้ใกล้กุฏิพระเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ บ้านค่ายเสรี ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดมาตรวจสอบ และสืบสวนหาเบาะแส

ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งการให้ตำรวจนครพนมรวบรวมพยานหลักฐาน เสนอศาลจังหวัดนครพนม และอนุมัติออกหมายจับบุคคลที่ให้การช่วยเหลือพระพรหมเมธีหลบหนีแล้ว รวม 5 คน ประกอบด้วย 1.นางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล อายุ 54 ปี สีกาคนสนิท 2.นายพีรวิช ศรีศรัทธา อายุ 28 ปี เป็นคนที่คอยให้การช่วยเหลือ ส่วนอีก 3 คน เป็นชาวลาว ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี

ซึ่งตำรวจจะเร่งประสานงานติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่น ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 


ทั้งนี้ย้อนไปก่อนหน้า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ถึงความคืบหน้ากรณีประสานประเทศเยอรมัน เพื่อขอนำตัวนายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรือพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดและการแก้ปัญหาวิกฤติของพระสงฆ์ในประเทศไทย ว่า พระพุทธศาสนาของไทย คำสอนของพระพุทธเจ้าบิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้มา 2,500 กว่าปีแล้ว มีความเป็นจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะผิดหรือถูกนั้นอยู่ที่คนรวมทั้งพุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์ด้วย ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน กติกาที่เกี่ยวข้องซึ่งพระสงฆ์ก็มี พ.ร.บ.สงฆ์และกฎหมายทั่วไปที่ต้องยึดถือทั้งสองแบบ เพราะฉะนั้นวันนี้ถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะทำถูกหรือทำผิดก็เป็นเรื่องการกระทำผิดของบุคคล ของพระ และผู้ที่นับถือศาสนาต้องแยกแยะออกจากกัน 

"การที่รัฐบาลทำแบบนี้ เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก ในเรื่องเหล่านี้ รวมไปถึงเรื่องของปัญหาเงินทอนวัด ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันในทางคดีความ และกฎหมายต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้สิทธิกับทุกคน และไม่ใช่หนีออกไปต่างประเทศไม่ยอมรับกฎหมาย มันไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่ารัฐบาลทำลายพระพุทธศาสนายิ่งไม่ใช่ เราจะต้องช่วยกันทำให้เกิดการยอมรับจากทุกหมู่และทุกฝ่าย ในการนับถือพระสงฆ์ และพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เราได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) มหาเถรสมาคม (มส.) ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคนก็ต้องมีข้อมูลเพื่อประสานการทำงานร่วมกัน และหารือว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน 

"และการที่ผมออกมาขอโทษในการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมพระสงฆ์นั้น ไม่ใช่ขอโทษว่าเพราะเป็นใคร แต่ขอโทษเพราะบุคคลนั้นแต่งสงฆ์ การดำเนินการต่างๆจำเป็นต้องเหมาะสมต่อผู้ที่แต่งสงฆ์ ต้องเคารพผ้าเหลือง และเคารพพระสงฆ์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องดูแลให้ถูกต้อง ในการทำอะไรก็ตาม

วันนี้ก็มีการลงโทษกันแล้ว และอยากจะขอร้องสื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าไปตีข่าวคึกโครมจนกระทั่งกลายเป็นว่าเรากำลังรังแกพระสงฆ์ เหมือนกับเป็นคดีการเมือง แล้วเราก็จะไม่ได้คนที่หนีไปกลับมาสักที ไปลี้ภัยบ้าง อะไรบ้าง เป็นปัญหาที่มันไม่ง่ายนักที่จะเอาคนกลับมาลงโทษ เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับกติกา กฎหมายของประเทศซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องของศาสนา เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของพระที่ทำถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ต้องพิสูจน์กันมา ผมไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นคดีการเมืองไปเสียทั้งหมด เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องยากทั้งเรื่องการหารือส่งตัวกลายเป็นปัญหาทั้งหมด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สินีนุช บรรเจิดธนากุล


HASTAG : พระพรหมเมธี  อนุมัติ  หมายจับ 

ติดตามข่าวอื่นๆ