"กรมป่าไม้" พลิกฟื้นเหมืองผาแดงร่วมปลูกป่าเชิงระบบนิเวศ "แบบมิยาวากิ"

กรมป่าไม้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พลิกฟื้นเหมืองผาแดง จ.ตาก ตามรูปแบบการปลูกป่าแบบมายาวากิ  ดึงทุกภาคส่วนร่วมปลูกต้นไม้กว่า 4-6 หมื่นต้น สร้างพื้นที่สีเขียวให้คนตาก กรมป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดโครงการปลูกป่าเชิงระบบนิเวศ ประจำปี พ.ศ. 2561 หรือการปลูกป่าแบบมิยาวากิ ณ โครงการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 

โดยมี นายจเรศักดิ์  นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เข้าร่วมงานพร้อมร่วมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าเชิงระบบนิเวศ ร่วมกับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า กรมป่าไม้ โดยสำนักโครงการพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ มีภารกิจในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของพื้นที่โครงการพระราชดำริให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ ภายใต้แผนบูรณาการและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูล และยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  

 

 

โดยได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระราชดำริกับคณะผู้บริหารกรมป่าไม้ ครั้งเมื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในพื้นที่จังหวัดตาก ในระหว่างที่ 18 – 22 ธันวาคม 2559 เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่บริเวณเหมืองผาแดง โดยให้ทำการปลูกป่าเชิงระบบนิเวศ หรือการปลูกป่าแบบมิยาวากิซึ่งจะเป็นแนวทางใหม่ในการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้กลับมามีสภาพทางนิเวศของสังคมป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์โดยเร็ว และให้เชิญ ศ.ดร.ซุนจิ  มูไร และคณะ Regreen movement (RGM) มาร่วมปลูกต้นไม้ในโครงการปลูกป่าเชิงระบบนิเวศ ประจำปี พ.ศ.2561

 


นายจเรศักดิ์  นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า สำหรับการปลูกป่าแบบมิยาวากินั้น อาจารย์ชาวญี่ปุ่น ชื่อ ศ.ดร.อาคิระ มิยาวากิ ได้คิดค้นการปลูกป่านิเวศ และเข้ามาปลูกครั้งแรกที่สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งพบว่าต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีจากนั้นจึงขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ 1.พันธุ์ไม้ที่ปลูก ต้องเป็นพันธุ์ไม้พื้นถิ่นตามธรรมชาติ 2.ปลูกแบบไม่เป็นแถวเป็นแนว ตารางเมตรละ 3-4 ต้น เพื่อให้ต้นไม้แข่งกันโต และเกิดการคัดเลือกโดยธรรมชาติตามทฤษฏีของชาล ดาร์วิน ที่ว่า The stronger must be survice 3.ใช้ฟางข้าวคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นให้ต้นไม้ 4.ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเป็นปุ๋ยธรรมชาติรองก้นหลุม เพื่อช่วยในการเติบโต

 

 

สำหรับการปลูกป่าเชิงระบบนิเวศหรือการปลูกป่าแบบมิยาวากิในครั้งนี้ ได้ปลูกฟื้นฟูป่าบริเวณพื้นที่เหมืองผาแดงซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สอด บนพื้นที่ จำนวน 10 ไร่ ใช้ต้นไม้ในการปลูกไร่ละ 4,000 – 6,000 ต้น ชนิดพันธุ์ไม้ที่ปลูกเป็นไม้พื้นถิ่นตามธรรมชาติ เรือนยอดเด่น ได้แก่ ยางนา สัก แดง ประดู่ และพะยูง เรือนยอดรอง ได้แก่ คูน พฤกษ์ อินทนิน หว้า มะขามป้อม ปีบ สำโรง เพกา และเสลา เมื่อใช้วิธีการดังกล่าว ในระยะเวลา 1 ปี ต้นไม้จะเจริญเติบโตเร็ว มีขนาด 2 - 3 เมตร ไม้โตช้าจะมีขนาด 1 - 2.5 เมตร ดังนั้น การปลูกป่าในครั้งนี้ถึงแม้จะปลูกบนพื้นที่เพียง 10 ไร่ แต่เราจะใช้กล้าไม้ในการปลูกถึง 40,000–60,000 ต้น ซึ่งจะช่วยในการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์และสร้างระบบนิเวศให้กลับคืนมาอีกครั้ง


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
อติ บุญเสริม


HASTAG : แบบมิยาวากิ  กรมป่าไม้  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ปลูกป่า 

ติดตามข่าวอื่นๆ