อ้าว…ชักยังไงๆ?!? แม่ค้าไก่สดเผยปรีชาเคยบอกได้เลข726 แต่ไม่ได้เอาหวยให้ดู??? ชี้หากแพ้คดีก็เรื่องของครู?!? พร้อมพูดสาเหตุที่ยอมเป็นพยานให้!?

จากกรณีคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กับครูปรีชา ใคร่ครวญ  ล่าสุดนางสาวปณัชญา สุขพูล หรือ เจ๊เกียว เปิดเผยที่ศาลจะพิจารณาคดีอาญาก่อน ตนก็เคารพสิทธิของศาลและเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่รู้สึกวิตกกังวลหรือหวั่นใจ เพราะอย่างไรก็ต้องพูดความจริง ยืนยันพยานทุกรายที่ขึ้นศาลไม่ต้องกลัวอะไร ได้ยินหรือเห็นเหตุการณ์แค่ไหน ก็พูดเท่านั้น

 

 


 

 

       ทั้งนี้สำหรับคนแสดงความคิดเห็นว่า ลุงจรูญจะต้องเป็นผู้ชนะคดีนั้น ตนไม่อยากออกความคิดเห็น เพราะบุคคลที่อยากดัง อยากเกาะกระแสในคดีหวยนั้นมีเยอะ คนที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ตรงนี้ตนไม่อยากสนใจ นอกจากนี้ยังมีนักกฎหมายบางคนยังสรุปอะไรที่แปลกเพราะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ ไม่เห็นเหตุการณ์จริง เหมือนคนเกาะกระแสอยากดัง รวมถึงคนในโซเชียลที่เป็นแมลง พวกตัวเผือก นี่เยอะมาก อยากจะถามกลับว่ากลั่นแกล้งพวกตนทำไม ตนไปทำให้ใครเดือดร้อน ทั้งที่พวกตนค้าขายกันอย่างสุจริต

 

 

       ด้านนางสาวบุปผา กลัดเพชร แม่ค้าขายไก่สด ระบุว่า ตนเองได้รับหมายศาลแล้วว่าต้องไปเป็นพยานในศาลอาญา ซึ่งคงให้การในศาลไปตามความจริงว่าครูมาคุยกับตนจริง โดยครูเป็นคนบอกว่าได้เลข 726 มา แต่ไม่ได้เอาสลากมาให้ดู ตอนนั้นตนก็ถามไปว่าทำไมครูเก่งจังหาซื้อได้ ตนจึงพูดคุยเพื่อขอแบ่งซื้อ 1 ใบ แต่ครูบอกว่าแบ่งไม่ได้ มันเป็นหวยชุด ตนก็ไม่ได้ว่าอะไร ขณะนั้นครูไม่ได้หยิบออกมาให้ดู ตนจึงมองว่าหากตอนนั้นครูแบ่งขายให้ ตนก็จะได้รู้ว่าครูถูกจริงหรือไม่จริง แล้วตนก็จะได้เห็นตัวเลขด้วย แต่เนื่องจากวันนั้นเขาไม่ได้เอาออกมาให้ตนดู

 

“เชื่อว่าครูได้เลขดังกล่าวมาจริง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะครูชอบเล่นหวย ปกติครูกับตนจะมีการแลกเลขเด็ดกันว่าใครได้เลขอะไร บางครั้งก็นำเลขมารวมกัน ซึ่งงวดนั้นครูปรีชาได้เลข 26 มา ส่วนตนได้เลข 72 มา แต่งวดนั้นตนไม่ได้เล่น 726 ตนเล่น 725 ไป จึงไม่ถูกรางวัล”

 

 

       นอกจากนี้ นางสาวบุปผา ยังกล่าวอีกว่า การที่ตนไปเป็นพยาน ตนได้ปรึกษากับทนายความที่รู้จักกันแล้ว และทนายของตนก็ได้พูดคุยกับทนายของครู จึงไม่รู้สึกกังวลหรือกลัวว่าจะต้องติดคุกหากต้องขึ้นศาล เพราะคงเป็นเพียงการไปให้ปากคำว่าครูมาที่ตลาดนัดช่วง 16.30-17.00น. ซึ่งก็พูดไปตามความจริง ส่วนใครจะอ้างว่ามีการถูกว่าจ้างพยานมา ตนยืนยันว่าไม่มีการแอบอ้างเป็นพยาน ตนไปช่วยเขาเพราะมีหมายศาลมา และไม่ได้มีผลดีต่อตัวเองเลย คนที่พูดแบบนั้นเขาทำให้ตัวเราเสียหาย อีกทั้งครูจะจ้างด้วยเหตุผลอะไร ในเมื่อตนก็ต้องทำมาหากิน หากผิดพลาดขึ้นมาใครจะดูแลลูกหลานตน

 

“หากใครบอกว่าเป็นขบวนการ ตนมองว่าปากชาวบ้านก็คงจะพูดกันไป เพราะหากถ้าคิดจะทำเป็นขบวนการจริงๆ แม่ค้าคงยกกันไปทั้งตลาดแล้ว เพราะการไปเป็นพยานมันเสียเวลาทำมาหากิน ไปเป็นพยานแล้วก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ต่อให้เขาชนะคดี เขาก็ได้เงินของเขา ส่วนตัวเองก็ไม่ได้อะไร ทั้งนี้ ตนเคยบอกครูไปแล้วว่าไม่อยากเข้าไปยุ่ง แต่พี่ชายตนที่เป็นทนายความส่วนตัวเป็นคนมาคุย อีกทั้ง ยังมีหมายศาลมาตั้งแต่ให้ไปขึ้นศาลแพ่งแล้ว แต่ตอนนี้เลื่อนออกไป จึงต้องไปขึ้นศาลอาญาในวันที่ 4 มิ.ย.แทน แล้วหากผลคดีสิ้นสุดแล้วครูปรีชาต้องแพ้คดี มันก็เป็นเรื่องของเขา”

 

 

 

 

ขอบคุณ : อมรินทร์ทีวี


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ศิริพงษ์ หนูแก้ว


HASTAG : เจ๊บ้าบิ่น  ครูปรีชา  หวย30ล้าน 

ติดตามข่าวอื่นๆ