เบื้องหลังน้ำตาพระเพทราชา!! เปิดแผนลับ ลวง ฆ่า เหล่าคนโปรดของพระนารายณ์ แต่ยังถวายพระเกียรติสูงสุด สร้างพระเมรุมาศสูงเท่าตึก ๒๖ ชั้น !!

 

          จากกรณีละครบุพเพสันนิวาส ที่เป็นกระแสและละครกำลังเข้มข้น ในเรื่องของการเมืองการปกครองในสมัยนั้น และตอนนี้เนื้อเรื่องกำลังดำเนินมาถึงตอนอวสาน ซึ่งหากย้อนไป หลายคนคงทราบว่า เป็นช่วงผลัดแผ่นดิน เนื่องจาก พระเพทราชา ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ต่อจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่า เพราะเป็นฟอลคอน ที่คิดแผนจะยึดกนุงศรีอยุธยา ทำให้พระเทพราชาทรงตัดสินใจขึ้นปราบดาภิเษกในครั้งนี้

 

 

             การกระทำหลายอย่างของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) สร้างความไม่พอใจให้กับเสนาบดีกลาโหม (พระเพทราชา) และหลวงสรศักดิ์เป็นอันมาก เนื่องจากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์พยายามจะโน้มน้าวสมเด็จพระนารายณ์ให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ อีกทั้งคริสเตียนชาวกรีกผู้นี้ได้กระทำการหมิ่นน้ำใจชาวพุทธหลายครั้ง เช่น จัดการสึกภิกษุสามเณรให้ลาสิกขาออกมารับราชการโดยไม่สมัครใจ เป็นต้น สมเด็จพระนารายณ์ก็ทรงโอนอ่อนตามเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ในหลายเรื่อง ทำให้พุทธศาสนิกชนอย่างเสนาบดีกลาโหมและหลวง สรศักดิ์รู้สึกโกรธเคืองในตัวชาวกรีกผู้นี้ยิ่งนัก

 

 

 

            อีกทั้งมีความระแวงว่าเจ้าพระยาวิชาเยนทร์จะนำทหารฝรั่งเศสเข้ายึดกรุงศรีอยุธยา ตอนนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงเห็นว่าพระเพทราชาเป็นผู้ใหญ่ จึงมอบหมายให้ว่าราชการแทน ระหว่างนั้นพระเพทราชาลวงพระอนุชาทั้งสองพระองค์ของสมเด็จพระนารายณ์ คือเจ้าฟ้าน้อยและเจ้าฟ้าอภัยทศว่ามีรับสั่งให้เข้าเฝ้า เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จถึงเมืองลพบุรีก็ถูกหลวงสรศักดิ์จับไปสำเร็จโทษที่วัดทราก

            ส่วนพระปีย์พระราชโอรสบุญธรรมถูกผลักตกจากชาลาพระที่นั่งสุทธาสวรรค์แล้วกุมตัวไปสำเร็จโทษ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๒๓๑ และได้สั่งให้เจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) เข้ามาพบ เมื่อเจ้าพระยาวิชเยนทร์มาถึงศาลาลูกขุนก็ถูกกุมตัวไปประหารชีวิต เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๒๓๑

              เมื่อจัดการบ้านเมืองสงบแล้วจึงเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนารายณ์มาประดิษฐานที่พระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ แล้วทำพระราชพิธีปราบดาภิเษก ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท

 

 

              เมื่อสมเด็จพระนารายณ์สวรรคต เสนาบดีกลาโหมจึงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเพทราชา ครองราชสมบัติสืบต่อจากสมเด็จพระนารายณ์ นับเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๒๙ แห่งกรุงศรีอยุธยา (นับรัชกาลขุนวรวงษาธิราช) ส่วนหลวงสรศักดิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมเด็จลูกยาเธอกรมพระราชวังบวร และก็ได้ขับไล่กำลังทหารฝรั่งเศสออกไปจากกรุงศรีอยุธยา แต่ยังทรงอนุญาตให้บาทหลวง และพ่อค้าชาวฝรั่งเศสอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาต่อไปได้ ได้มีการทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศส เรื่องการขนย้ายทหาร และทรัพย์สินของฝรั่งเศสออกจากป้อมที่บางกอก โดยฝ่ายอาณาจักรอยุธยาเป็นผู้จัดเรือ กับต้องส่งคืนทรัพย์สิน ที่เป็นของกรุงศรีอยุธยาคืนทั้งหมด สำหรับข้าราชการและราษฎรไทย ที่ยังอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ทางฝรั่งเศสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับกรุงศรีอยุธยา ผลการปฏิบัติดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับฝรั่งเศส สิ้นสุดลงตั้งแต่นั้นมา


 

             ถึงแม้ว่าสมเด็จพระเพทราชา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง จะทรงปราบดาภิเษกและขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ต่อจาก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่พระองค์ก็ทรงถวายพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเมื่อหลังจาก สมเด็จพระนารายณ์เสด็จสวรรคต พระองค์ได้สร้างพระเมรุมาศอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ นับได้ว่าเป็นพระเมรุมาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสมัยกรุงศรีอยุธยา ว่ากันว่าสูงถึง ๒ เส้น ประมาณ ๘๐ เมตร และมีปริมณฑลกว้างใหญ่ไพศาลมาก กล่าวไว้ว่า

"พระเมรุมาศ...โดยขนาดใหญ่ ชื่อ 7 วา 2 ศอก โดยลง 2 เส้น 11 วา ศอกคืบ มียอด 5 ภายในพระเมรุทองนั้น ประกอบด้วยเครื่องสรรพโสภณวิจิตรต่างๆ สรรพด้วยพระเมรุทิศพระเมรุราย แลสามสร้าง"

            ซึ่งมีความสูงกว่าพระเมรุมาศสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึง 5 วาเศษ และว่ากันว่าพระเมรุมาศในสมัยอยุธยามีความยิ่งใหญ่มาก หรือสูงเทียบเท่ากับตึก ๒๖ ชั้นในปัจจุบัน 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ โบราณนานมา 

                           https://th.wikipedia.org/wiki/พระเมรุมาศ

ขอบคุณภาพและคลิปจาก : ละคร บุพเพสันนิวาส ช่อง 3


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


HASTAG : ขุนหลวงนารายณ์  พระเพทราชา  พระเมรุมาศ 

ติดตามข่าวอื่นๆ