ชำแหละ!!!! ปฏิรูปตำรวจไทยล้มเหลว! มุ่งประโยชน์สีกากี แถมลดอำนาจประชาชนอีก!?! เจ้าของประเทศว่ายังไง??? (มีคลิป)

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 1 เม.ย. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police Watch จัดเสวนาหัวข้อ “ตรวจการบ้าน 1 ปี ปฏิรูปตำรวจ แก้ปัญหาประชาชนได้จริงหรือไม่” หลังจากคณะปฏิรูปตำรวจ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) สรุปการทำงาน 3 ด้าน คือ ด้านบริหารบุคคล ด้านอำนาจหน้าที่และภารกิจ และด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา จำนวน 18 หน้ากระดาษ เพื่อส่งมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หนึ่งในผู้ร่วมเสวนากล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปตำรวจตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้อะไรเลย งานด้านบริหารบุคคลไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใดๆ ศูนย์รวมอำนาจยังอยู่ที่ สตช. อยู่ที่ตัว ผบ.ตร. ไม่มีการกระจายอำนาจ ถึงแม้จะมีการเขียนไว้ให้กระจายอำนาจไปยังกองบัญชาการ แต่ไม่มีการกระจายอำนาจไปยังกองบังคับการจังหวัด เพราะตามจริงแล้ว การปฏิรูปโครงสร้าง สตช.จะต้องลดลง ตำรวจมีประมาณ 220,000 นาย อยู่ที่ สตช.หรือส่วนกลางประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ก็พอ นอกจากนั้นให้ลงไปที่จังหวัดแต่ละพื้นที่

"การปฏิรูปครั้งนี้เห็นร่องรอยตั้งแต่การตั้งคณะกรรมการครึ่งหนึ่ง 15 คน ก็ส่อแววเหลวแล้ว สารพัดคณะกรรมการ สรุปก็อยู่ที่ประธานคนเดียว เพิ่มเงินสารพัดค่าตอบแทน การเพิ่มเงินเดือนผมไม่ได้ว่า แต่ต้องดูที่ผลงานด้วย ถ้าผลงานไม่มี มาขอเพิ่มไร้เหตุผล  งานต้องออกมาดีก่อนมาขอเพิ่มค่าตอบแทน พอพูดเรื่องเงินเดือน ไปเอารายงานต่างประเทศมาอ้าง แต่โครงสร้างเอาแบบไทยๆ" ประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยกล่าว 

พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ กล่าวตอนหนึ่งว่า การปฏิรูปครั้งนี้ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม ไม่เป็นโล้เป็นพาย การสอบสวนขาดการตรวจสอบอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นอันตรายมาก คนที่มาเป็นพยานกลับจะถูกแจ้งข้อหาเอาง่ายๆ การสอบสวนพยานบุคคลมีปัญหา การสอบสวนต้องเป็นวิทยาศาสตร์มีการบันทึกภาพและเสียง เมื่อขั้นตอนการสอบสวนนี้เข้ามาการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ผกก.จะลดลงครึ่งหนึ่งเลย "ปัญหาของตำรวจอยู่ที่ขาดการตรวจสอบทุกมิติ ที่ผ่านมามีการเรียกร้องให้แยกงานสอบสวนออกจาก สตช. สรุปอ้างว่างานสอบสวนและสืบสวนเป็นเนื้อเดียวกันไม่สามารถแยกจากกันได้ งานสอบสวนธรรมชาติแตกต่างจากงานตำรวจ เพราะงานสอบสวนเป็นงานเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม แต่ตำรวจเอางานรายงานตัวเป็นเรื่องใหญ่กว่า เมื่อนายมาโรงพักต้องเข้ารายงานตัว แต่งานสอบสวนเป็นเรื่องเล็ก การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูปเพื่อตำรวจ จะว่าอะไรขนาดคณะกรรมการคนนอกยังมีลูกหลานเป็นตำรวจที่ยังรอเวลาเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง บางคนยังเป็นที่ปรึกษา ผบ.ตร. แล้วจะปฏิรูปสำเร็จได้อย่างไร" พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว

ขณะที่ ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล ประธานหลักสูตรรัฐศาตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา  กล่าวว่า หลังจากอ่านข้อสรุปจำนวน 18 หน้าของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจแล้ว ทุกจุดมีช่องโหว่ตั้งแต่ขั้นตอนการแต่งตั้งคณะกรรมการ มีตำรวจถึง 15 คน ต่างประเทศการปฏิรูปแต่ละอย่างคนที่มาเป็นคณะกรรมการต้องมีการสัมภาษณ์ถึงทัศนคติ ไม่ใช่เลือกใครมาเป็นก็ได้ โจทย์การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้เพื่อการปฏิรูปประเทศ แต่การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปฏิรูปเพื่อตำรวจ คนที่ได้ก็คือตำรวจ ประชาชนได้น้อยมาก 


ติดตามจากข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ ในรายการ "คุยข่าวข้างเตียง กับ บุญระดม" ทางเฟสบุคไลฟ์ เพจทีนิวส์ ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30-07.00 น.


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ยุพาพร ขาวสุทธิ์


HASTAG : ล้มเหลว  ประชาชน  ปฏิรูปตำรวจ  ตำรวจ 

ติดตามข่าวอื่นๆ