"คิม จองอึน" หารือลับ "สี จิ้นผิง" สหรัฐฯ หวั่นใจจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ใครๆก็รังเกียจ

ตลอดทั้งปี 2560 ที่ผ่านมานั้นสถานการณ์ของคาบสมุทรเกาหลีคุกกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ต่างก็หวั่นวิตกว่าจะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามครั้งใหญ่ เกิดขึ้นเนื่องจากทางด้านเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยไกลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอย่างยิ่ง ถึงขนาดออกมาข่มขู่หลายครั้งว่า พร้อมที่จะใช้กำลังทหารเข้าไปจัดการกับเกาหลีเหนือ มีการแสดงแสนยานภาพจากฝั่งสหรัฐฯ หลายระลอก ไม่ว่าจะเป็นการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องบินรบ และ เรือบริวาร ไปยังคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงการซ้อมรบร่วมกับญี่ปุ่น และเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะยับยั้งการเดินหน้าของเกาหลีเหนือได้ โดยทางด้านคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ บอกว่าจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างนั้นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จากการถูกรุกรานของสหรัฐฯ และเพื่อป้องกันตนเองยามมีภัย

 

 

สหรัฐฯ ใช้วิธีกดดันเกาหลีเหนือ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคว่ำบาตรทางการค้า และคู่ค้าของเกาหลีเหนือต่างก็โดนเล่นงานไปตาม ๆ กัน นอกจากนั้นยังคงใช้มาตรการกดดันผ่านทางด้านสหประชาชาติ ก็อีกหลายระลอก สุดท้ายมีการจำกัดปริมาณการส่งน้ำมันเข้าไปยังเกาหลีเหนือ แต่ที่ผ่านมาไม่ว่ามาตรการใด ๆ ก็มักจะถูกคัดค้านจากจีน และรัสเซีย มาโดยตลอด 

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2561 สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีดูจะคลี่คลายขึ้น หลังจากการที่เกาหลีเหนือ และ เกาหลีใต้ได้มีการพูดคุย รวมถึงการจัดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ที่ทางด้านเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ และให้ทางด้านเกาหลีเหนือเข้าร่วมงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมหลาย ๆ ส่วนร่วมกัน จนเป็นภาพที่ดูอบอุ่นยิ่งระหว่างสองเกาหลี ซึ่งก็อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐฯมากนัก หากว่าทั้งสองประเทศนั้นหันหน้ามาจับมือกัน และมีการพูดคุยกันถึงการรวมชาติอีกครั้ง

 


ความเคลื่อนไหวล่าสุดของคาบสมุทรเกาหลีน่าสนใจยิ่งขึ้นเมื่อมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ทางด้านผู้นำเกาหลีเหนือ และคณะได้นั่งรถไฟขบวนพิเศษจากเกาหลีเหนือ ข้ามพรมแดนมายังประเทศจีน เพื่อมาพูดคุยในวาระลับ ซึ่งในช่วงแรกทางด้านสื่อมวลชนก็พยายามหาข่าวนี้ และไปสอบถามจากผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายจีน แต่ว่าหลายฝ่ายนั้นก็ยังไม่สามารถให้คำตอบกระจ่างชัด และบอกว่าเมื่อถึงเวลาก็จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ 

 

 

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมาสื่อทางการของจีน ได้มีการรายงานข่าวและเผยแพร่ภาพของทางด้านการหารือระหว่าง 2 ผู้นำ นั่นคือ นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และ ทางด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง โดยนายคิม จอง อึน และนางรี ซอล จู ภริยา เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง อย่างไม่เป็นทางการ เป็นเวลา 4 วันด้วยกัน ซึ่งทางด้านผู้นำจีนและภริยาคือนางเผิง ลี่หยวน เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารมื้อหนึ่งคณะจากเกาหลีเหนืออีกด้วย


การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของผู้นำเกาหลีเหนือ ที่เดินทางเยือนต่างประเทศ หลังจากขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งผู้นำจากบิดา คือ คิม จองอิล ตั้งแต่เมื่อปี 2554  โดยทางด้านสี จิ้นผิง ได้กล่าวต้อนรับ คิม จองอึน และขอบคุณสำหรับสาส์นแสดงความยินดีจากอีกฝ่าย ต่อการที่นายสี จิ้นผิง ได้รับการเลือกตั้งจากสภาประชาชนแห่งชาติ ( เอ็นพีซี ) ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2

 


ผู้นำจีนกล่าวถึงการมาเยือนของนายคิม จองอึน ว่าคือการกระชับและส่งเสริมความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญระหว่างพรรคคนงานเกาหลีกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน บนพื้นฐานของอุดมการณ์สังคมนิยม ขณะที่ทางด้านผู้นำของเกาหลีเหนือกล่าวว่า เขามีความตั้งใจอย่างสูง ในการต้องรายงานความคืบหน้าของการแก้ไขสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีให้นายสี จิ้น ผิง รับทราบด้วยตัวเอง ว่าบรรยากาศในตอนนี้ดีขึ้นมากและเกาหลีเหนือยึดมั่นในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ อีกทั้งตัวเขาเองพร้อมเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ  นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือยังเชิญประธานาธิบดีจีนเยือนกรุงเปียงยางอย่างเป็นทางการด้วย

 

นอกจากเดินทางเยือนจีน เป็นครั้งแรกแล้วทางด้าน นายคิม จองอึน มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้ ที่หมู่บ้านปันมุนจอม บนเขตปลอดทหาร ( ดีเอ็มซี ) ในช่วงปลายเดือนเมษายน นี้ และการพบหารือครั้งประวัติศาสตร์ กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์จะเกิดขึ้นภายในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม  นี้

 


การเดินทางเยือนจีน ทีเป็นคู่ค้าหลักของเกาหลีเหนือครั้งนี้ ย่อมมีนัยสำคัญหลายประการ รวมถึงท่าทีของจีนที่มีต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี และแน่นอนว่า การที่ผู้นำหนุ่มเดินเข้าหาจีน ย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องเพราะอย่างน้อยก็เป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาค ย่อมมีอิทธิพลต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมถึงบทบาทในเวทีโลก พอสมควร นอกจากนั้นแล้วเกาหลีใต้เองก็ดูเหมือนมีใจ ที่จะกระชับสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเช่นกัน เวลานี้จะทำให้สหรัฐฯ ต้องคิดหนัก หากยังจะเปิดฉากจัดการกับเกาหลีเหนือด้วยวิธีรุนแรงอีกต่อไป เพราะผลสะท้อนกลับจะหนักหนาอย่างแน่นอน และที่สำคัญเวลานี้สหรัฐฯ กำลังจะโดนลอยแพ พูดง่าย ๆ กำลังจะกลายเป็นหมาหัวเน่า อาจจะมีเพียงแค่ญี่ปุ่นที่จะเล่นด้วยกับสถานการณ์เกาหลี เพียงประเทศเดียวก็เท่านั้น

 

 

บทความโดย : สถาพร เกื้อสกุล

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
อุมาพร พ่วงผลฉาย


HASTAG : คิม จองอึน  คาบสมุทรเกาหลี  สีจิ้นผิง  โดนัลด์ ทรัมป์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ