งามหน้าประเทศไทย !! รวบแล้ว หนุ่มพนักงานยกกระเป๋าโรงแรมดัง รับจ๊อบขับ จยย.รับจ้าง ก่อเหตุลวนลามและชิงทรัพย์ นทท.สาวตุรกี (คลิป)

จากกรณีเมื่อเวลาประมาณ 6.00 น.ของ วันที่ 26. มีค 61ที่ ผ่านมา ร.ต.อ. วัฒนาทร บำรุงถิ่น รองสารวัตรสอบสวน สภ.กะทู้ ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายซึ่งคาดว่าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก่อเหตุลวนลามและชิงทรัพย์ น.ส.บิทา อูซา (BIHTER UCAR ) อายุ 26 ปีชาว ตุรกี ก่อนทิ้งผู้เสียหายไว้ที่เขื่อนบางวาด หมู่ 7 ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ และหลบหนีไป จนกระทั่งมีประชาชนที่ออกกำลังกายมาพบและแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

 ทั้งนี้ คนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋า ยี่ห้อ Barbour ภายในมีทรัพย์สิน ไปประกอบด้วย โทรศัพท์ไอโฟน 6 เอสสีดำ 1เครื่อง , เงินสดประมาณ 4,000 บาท บัตรประจำตัวประชาชน ตุรกี และบัตรเครดิตอีกจำนวนหนึ่ง

 

 

 ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น .วันนี้ (28 มี.ค.61) ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.พีรยุทธ การะเจดีย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เสริมพันธุ์  สิริคง รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต และพ.ต.อ.จักรวรรดิ ทวีกุลสวัสดี ผกก.สภ.กะทู้  ร่วมกันสอบปากคำ นาย อนุรักษ์ หรือเท็น ผดุงผล อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุลวนลามและชิงทรัพย์ น.ส.บิทา อูซา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.กะทู้นำโดย พ.ต.ท.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ รอง ผกก.สส.สภ.กะทู้ ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักเลขที่  28 / 9 ชุมชนบ้านทุ่งทอง ม.7 ต.กะทู้ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนมีการแถลงข่าว

 

 

 พ.ต.อ.พีรยุทธ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อหลังเที่ยงคืนของวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.บิทาได้ไปเที่ยวที่ซอยบางลา หาดป่าตองเพียงลำพัง ก่อนที่ช่วงรุ่งสางจะเดินมาเรียกรถจยย.รับจ้างของนาย อนุรักษ์ ผู้ต้องหาที่ถนนนาในซอย 8 เพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมที่พักที่ถนนผังเมืองสายกอ แต่หลังจากขึ้นรถไปแล้ว นาย อนุรักษ์ กลับไม่ยอมไปส่งและขับออกนอกเส้นทางมาถึงเขื่อนบางวาดจุดเกิดเหตุ โดยมีเจตนาประสงค์ต่อเรื่องทางเพศและทรัพย์สิน

 

 


 

 

โดยจากการสอบสวนทราบว่าระหว่างทางก่อนเกิดเหตุ ตั้งแต่พื้นที่เทศบาลเมืองป่าตองมาถึงพื้นที่ต.กะทู้ นส.บิทา ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาได้นั่งซ้อนท้ายเกาะเอวนายอนุรักษ์ และหลับมาตลอดทาง เมื่อมาถึงที่เขื่อนบางวาดในเวลา 05.40 น.นส.บิทา รู้สึกตัวพบว่าไม่ใช่ทางไปที่พบจึงโวยวายเกิดการยื้อยุดกันขึ้น ทำให้รถล้ม ระหว่างนั้นนายอนุรักษ์จึงเข้าลวนลามนส.บิทา แต่เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มสว่าง นายอนุรักษ์ได้สังเกตุเห็นว่ามีประชาชนเริ่มมาออกกำลังกายกันจำนวนมากจึง ประกอบกับที่นส.บิทาไม่ยินยอมจึงเลิกล้มความคิดเรื่องทางเพศ รีบแย่งกระเป๋าของนส.บิทา ก่อนขับรถหลบหนีไปประมาณ 300 เมตร และรื้อค้นทรัพย์สิน ก่อนทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ไว้ในป่าข้างทาง ก่อนขับรถจยย.ออกทางข้างสนามกอล์ฟ

 โดย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ตั้งแต่จุดที่นส.บิทา เรียกรถ จนมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนจะออกจากจุดเกิดเหตุเลี้ยวซ้าย หน้าสนามกอล์ฟ ไปยังซอยทางเข้าชุมชนบ้านทุ่งทอง ชุดสืบสวนได้ใช้วิธีเดินเท้า ค้นหาจนพบผู้ต้องหาอยู่ในบ้านเช่าเลขที่  28 / 9 ชุมชนบ้านทุ่งทอง ม.7 ต.กะทู้ จึงแสดงตัวซักถาม ก่อนจะเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุและทรัพย์สินของผู้เสียหาย จึงนำตัวมาสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพ เนื่องจากจำนนด้วยหลักฐาน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา “วิ่งราวทรัพย์” แก่นาย อนุรักษ์ และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนอื่นเพิ่มเติมในภายหลังอีกครั้ง

 

 

 สำหรับประวัติ่ส่วนตัวของ นายอนุรักษ์ ผู้ต้องหานั้น ทำงานประจำเป็นพนักงานยกกระเป๋า หรือเบลบอย ของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.กะทู้ โดยจะใช้เวลาหลังเลิกงานจะมาหารรายได้เสริมด้วยการขับรถจยย.รับจ้างในพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง แต่ไม่ได้ประจำจุดไหนแน่นอน และพบว่าเคยถูกจำคุก มาแล้ว 3 ครั้ง เมื่อปี 2551 ถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน , ในปี 2556 ถูกจับกุมในคดีเสพเสพติด (ยาบ้า) ต่อมาในปี 2559ถูกจับกุมในคดีครอบครองยาเสพติด(พืชกระท่อม)เพื่อจำหน่าย

 พ.ต.อ.พีรยุทธ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ ดังกล่าว นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ พล.ต.ต.ธีรพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ผู้บังคับบัญชาได้แสดงความเป็นห่วง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว จึงสั่งการให้เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้าย ก่อนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อใหเกิดความชัดเจนในการดำเนินการของเจ้าน้าที่ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ป้องปรามเหตุในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นผลกระทบรุนแรงและเสียหายกับการท่องเที่ยว   นอกจากนี้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ภูเก็ต ยังได้สั่งการให้หารือในประเด็นด้านเทคโนโลยีที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และช่วยในการติดตามจับกุมคนร้ายอย่างรวดเจ็ว คือโปรแกรมประมวลผลระบบซีซีทีวี ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ได้มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ที่จะช่วยค้นหารูปพรรณรถในระยะเวลาอันสั้น โดยเบื้องต้นทราบว่ามีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และอาจจะนำมาใช้ในภูเก็ตในอนาคต

 

///////////////////////////

ข่าว/ภาพ อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายณัฐวุฒิ ละออสุวรรณ


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ