สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต!! ย้อนรอยเส้นทางอดีตสายลับรัสเซียโดนวางยาพิษ ชนวนเหตุ 20 ประเทศ พร้อมใจไล่ทูตรัสเซียแล้วกว่า 100 คน

วันที่ 27 มี.ค. 61 สำนักข่าวซินหัว ได้มีการเปิดไทมไลน์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอังกฤษและรัสเซีย ถึงเรื่องที่อังกฤษได้กล่าวหาว่ารัฐบาลรัสเซียเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ นายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่สายลับชาวรัสเซีย และ น.ส.ยูเลีย สกรีพัล ลูกสาวซึ่งลี้ภัยมาอยู่ในอังกฤษ ถูกทำร้ายจนอาการโคม่าด้วยการใช้สารเคมีออกฤทธิ์ร้ายแรงต่อระบบประสาท ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนี้ กำลังจะมีการจุดชนวนความขัดแย้งไปในอีกหลายๆประเทศ เพราะว่าสหรัฐฯ แคนาดา และประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ได้พร้อมใจกันขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตชองรัสเซียกว่า 100 คน ออกนอกประเทศ เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับอังกฤษ  ซึ่งทางสำนักข่าวซินหัวได้มีการย้อนรอยเรื่องราวของเหตุการณ์ดังนี้

 

นายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่สายลับชาวรัสเซีย และ น.ส.ยูเลีย สกรีพัล ลูกสาว

วันที่ 4 มี.ค. 61 นายเซอร์เก สกรีพัล อดีตเจ้าหน้าที่สายลับชาวรัสเซีย และ น.ส.ยูเลีย สกรีพัล ลูกสาว ถูกพบอยู่ในสภาพย่ำแย่บนม้านั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ


วันที่ 5 มี.ค. 61 สื่ออังกฤษระบุตัวตนของเหยื่อว่าเป็นนายเซอร์เก สกรีพัล และลูกสาวของเขา โดยด้านบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ได้ออกมาประกาศว่าอังกฤษจะตอบโต้อย่างเหมาะสมและตรงไปตรงมา หากหลักฐานชี้ว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้อง


วันที่ 7 มี.ค. 61 เจ้าหน้าที่ตำรวจของอังกฤษได้ออกมายืนยันว่า มีการใช้สารเคมีที่ออกฤทธิ์ร้ายแรงต่อระบบประสาทในการโจมตีนายเซอร์เก สกรีพัล และลูกสาว ส่งผลให้ทั้งคู่มีอาการโคม่า

 

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

 

วันที่ 12 มี.ค. 61 นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกมาระบุว่า ยาพิษที่ใช้ทำร้ายคนทั้งสองนั้นเป็นสารเคมีออกฤทธิ์ร้ายแรงต่อระบบประสาทที่ใช้ในกองทัพและพัฒนาขึ้นโดยรัสเซีย


วันที่ 13 มี.ค. 61 สถานทูตรัสเซียออกมาขู่ว่าจะเคลื่อนไหว หากรัฐบาลอังกฤษยังเดินหน้ากล่าวหาว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องในการวางยาพิษอดีตสายลับ


วันที่ 14 มี.ค. 61 นางเทเรซา เมย์ ประกาศขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตรัสเซียในสหราชอาณาจักร จำนวน 23 ราย จากทั้งหมด 58 ราย รวมทั้งระงับการติดต่อสัมพันธ์ในระดับสูงทั้งหมดระหว่างสหราชอาณาจักรและรัสเซีย


วันที่ 15 มี.ค. 61 ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ประณามการวางยาพิษนายเซอร์เก สกรีพัล ว่าเป็นการล่วงละเมิดอำนาจอธิปไตยของสหราชอาณาจักร


วันที่ 17 มี.ค. 61 รัสเซียสั่งขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตของอังกฤษจำนวน 23 ราย ออกจากรัสเซีย โดยให้เวลา 1 อาทิตย์ในการเดินทางกลับประเทศ รวมถึงปิดสถาบันบริติช เคานซิลในรัสเซีย

 

 

วันที่ 20 มี.ค. 61 เจ้าหน้าที่การทูตรัสเซีย 23 รายเดินทางออกจากสหราชอาณาจักร


วันที่ 23 มี.ค. 61 เจ้าหน้าที่การทูตอังกฤษ 23 ราย ที่ถูกขับไล่ออกจากรัสเซีย เริ่มทยอยเดินทางออกจากสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำกรุงมอสโก


วันที่ 26 มี.ค. 61 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตรัสเซีย 60 ราย เนื่องจากปมการวางยาพิษดังกล่าว ในขณะเดียวกันสมาชิกสหภาพยุโรป 16 ประเทศต่างก็พร้อมใจขับไล่ทูตรัสเซียออกจากประเทศ รวมถึงประเทศนอกสหภาพยุโรปอย่างยูเครน นอร์เวย์ มาเซโดเนีย และอัลเบเนียก็ร่วมขับไล่ทูตรัสเซียด้วย ซึ่ง ณ เวลานี้ประเทศตะวันตก ต่างออกมาแสดงจุดยืนอยู่ข้างฝ่ายอังกฤษเป็นจำนวนมาก

 

 

ขณะที่ในเวลาเดียวกัน ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย ได้ออกมาตอบโต้ว่า จะดำเนินการแก้เผ็ดกับ สหรัฐฯแคนาดา ออสเตรเลีย รวมทั้งอีกหลายประเทศในสหภาพยุโรป ที่ออกมารวมตัวขับไล่เจ้าหน้าที่การทูตของเขา พร้อมกับบอกว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือว่าเป็นสัญญาณแห่งการยั่วยุ ซึ่งทางรัสเซียให้สัญญว่าจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และพร้อมที่จะทำการตอบโต้แน่นอน

 

ทั้งนี้ นายเซอร์เก สกรีพัล คือ อดีตสายลับรัสเซียที่เคยทำงานให้หน่วยสืบราชการลับ (GRU) จนกระทั่งโดนกล่าวหาว่าเป็นสายลับให้อังกฤษในปี 2006 ตอนแรกนายเซอร์เก สกรีพัล ได้รับการพิสูจน์ว่ามีความผิดจริง กรณีปล่อยข้อมูลลับของรัสเซียให้กับ MI6 หน่วยสืบราชการลับของอังกฤษในช่วงทศวรรษ 1990 ขณะยังทำงานให้กองทัพรัสเซีย แต่ต่อมาเขาก็ได้รับการอภัยโทษและลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ

 


แม้ว่ารัสเซียได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อการวางยาพิษ แต่ทางอังกฤษระบุว่ามีแนวโน้มสูงว่า รัสเซียเป็นผู้ก่อเหตุ จนนำไปสู่ความขัดแย้งขั้นวิกฤตที่สุดนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

 

ขอบคุณ FB : China Xinhua News

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
อุมาพร พ่วงผลฉาย


HASTAG : วางยาพิษสายลับรัสเซีย  ขับไล่ทูต  เทเรซ่า เมย์  วลาดิเมียร์ ปูติน 

ติดตามข่าวอื่นๆ