ฟ้องได้แค่นั้น?!"หน.ชุดพญาเสือ"ชี้เสือดำ1ตัวมีค่าแค่3ล้านแต่ทำลายระบบนิเวศน์ประเมินค่าไม่ได้นับเป็นคดีเรียกค่าเสียหายด้านสัตว์ป่าครั้งแรก

25 มี.ค.61 ความคืบหน้ากรณีสำนวนคดี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ผู้ต้องหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี  จำนวน 9 ข้อหา หลังจากคณะทำงานอัยการฯมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ สอบสวนเพิ่มเติมในบางประเด็นถึง 2 ครั้ง และคณะพนักงานอัยการเตรียมประชุมร่วมกันวันพรุ่งนี้(26 มี.ค.) โดยข้อพิจารณามีบางสำนวนที่ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการเรียกค่าเสียหายต่อระบบนิเวศนน์ทางแพ่งต่อคณะของนายเปรมชัย ยังอธิบายไม่ละเอียดนั้น

ล่าสุด นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่ากรณีการคิดค่าเสียหายทางแพ่งในคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง ว่าเสือดำ 1 ตัวอายุราว 5 ปี เป็นเสือดำชนิดย่อย เสือดำอินโดจีน หรือ INDOCHINESE LEOPARD มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า PANTHERAPARDUS DELACOURI เป็นสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ มีสถานะภาพทางกฎหมาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 182 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส คิดเป็นค่าเสียหายตัวละ 3,012,000 บาท

 

 

 

 ไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดา 1 ตัว เป็นตัวเต็มวัย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า LOPHURANYCTHEMERA เป็นสัตว์ป่าที่พบเห็นได้บ่อย สถานภาพทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองพวกนก ลำดับที่ 6 และเป็นชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 คิดค่าเสียหายเป็นเงินตัวละ 22,612 บาท รวมค่าเสียหายทั้งเสือดำและไก่ฟ้า รวมเป็นเงิน 3,034,612บาท

 


 


นายชัยวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า การคำนวณค่าเสียหายนั้น ได้นำบรรทัดฐานเปรียบเทียบราคา กับสวนสัตว์ไนซาฟารีที่จัดซื้อเสือดำ เมื่อปี พ.ศ.2549 รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะพันธุ์และอนุรักษ์พันธุกรรมเสือโคร่ง เพื่อคืนสู่ถิ่นกำเนิดในธรรมชาติ บริเวณพื้นที่กลุ่มป่าตะวันตก กลุ่มป่าแก่งกระจาน และกลุ่มป่าอนุรักษ์อื่นๆ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง กรมอุทยานฯ ส่วนไก่ฟ้าหลังขาวธรรมดานั้น ก็เปรียบเทียบประเมินราคาการซื้อขายทั่วไป รวมทั้งเปรียบเทียบกับโครงการเพาะและขยายพันธุ์ไก่ฟ้าหลังขาว เพื่อกิจกรรมเพาะพันธุ์ และปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ประจำปีงบประมาณ 2558 สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง จ.เชียงราย กรมอุทยานฯ

 

“ความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงค่าความเสียหายด้านสัตว์ป่าเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายทั้งระบบ คือระบบนิเวศน์สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ของพืช ซึ่งยังไม่สามารถคำนวณได้ เนื่องจากเป็นการสูญเสียที่นับค่าไม่ได้ แต่การฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งครั้งนี้ ถือว่าเป็นการฟ้องแพ่งความเสียหายด้านสัตว์ป่าเป็นครั้งแรกของกรมอุทยานฯ”ชัยวัฒน์กล่าว

 


 
 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์


HASTAG : เปรมชัย  ล่าสัตว์ป่า  เสือดำ 

ติดตามข่าวอื่นๆ