"ศาลฎีกา"นัดประชุมใหญ่ 26เม.ย. เลือก"กกต."หลังสนช.ไม่เห็นชอบ2คนก่อน ขีดเส้นยื่นใบสมัครเองภายใน21มี.ค.

19 มี.ค.61หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 26 ก.พ.61 ถึงนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เรื่อง  การพิจารณา ให้ความเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ สนช. มีมติไม่ให้ความเห็นชอบบุคคล 2 คน ที่เคยได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จึงให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาคัดเลือกผู้สมควร ได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. บุคคลใหม่ แทน 2 คน ดังกล่าวด้วยนั้น 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มี.ค.61 ที่ผ่านมา นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามประกาศศาลฎีกา เรื่อง คัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. โดยนัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาในวันที่ 26 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา ชั้น 1 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. 2 คน ก่อนเสนอ สนช.ให้ความเห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่มีอำนาจหน้าที่เข้าประชุมและลงมติในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้น มีสิทธิเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. คนละไม่เกิน 2 รายชื่อ ที่ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับคัดเลือก ให้ยื่นใบสมัครตามแบบที่กำหนดด้วยตนเอง ต่อเลขานุการศาลฎีกา ภายเวลา 16.30 น. วันที่ 21 มี.ค.61 นี้
 


สำหรับการคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต.ในส่วนของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกานี้  มีการออกระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2561 เพิ่มเติมเป็นฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2561 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งระเบียบดังกล่าว เห็นสมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมการลงมติคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. จากระเบียบศาลฎีกาว่า ด้วยการคัดเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 เดิม ในข้อ 10 เป็นว่า การลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็น กกต. ตามข้อ 11 ให้กระทำโดยเปิดเผย ด้วยการทำเครื่องหมายกากบาท (X) อย่างชัดเจน ลงหน้าชื่อตัว และชื่อสกุลผู้ซึ่งตนเลือก จำนวนไม่เกิน 2 คน หรือจำนวนเท่าที่ยังขาดอยู่ในบัตรเลือกที่จัดไว้ ซึ่งระบุชื่อตัว และชื่อสกุล ลำดับหมายเลขตามบัญชีอาวุโสในศาลฎีกา แล้วบัตรเลือกไปมอบให้คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและนับคะแนน เพื่อดำเนินการนับคะแนนต่อไป" โดยระเบียบศาลฎีกาดังกล่าว ยังระบุว่า ให้เลขานุการศาลฎีกา เป็นผู้เก็บรักษาบัตรเลือก ไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และหากไม่มีการโต้แย้งการคัดเลือกเป็น กกต. ก็ให้ดำเนินการทำลายบัตรเลือกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบัญ พ.ศ.2526 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2558

นอกจากนี้ ประธานศาลฎีกา ยังได้ลงนามในคำสั่งเมื่อวันที่ 12 มี.ค.61 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและนับคะแนนรวม 5 คน ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด โดยมี นายธนิต รัตนะผล ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นาตยา เอนกธนะเศรษฐ์


HASTAG : ่ประธานศาล  กกต.  ศาลฎีกา 

ติดตามข่าวอื่นๆ