แนะนำ..เกร็ดความรู้ 9 ข้อที่ทุกคนไม่ควรพลาด!!ก่อนเดินทางไปนมัสการ รอยพระพุทธบาท บนยอดเขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี !!.

บทความนี้ผู้เขียนขอเสนอเรื่อง”การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปขึ้น เขาคิชฌกูฏ”ค่ะ เพื่อให้มีความสอดคล้องเข้ากันกับเนื้อหาของบทความก่อนหน้านี้นะคะ  สำหรับการเปิดให้ประชาชนและนักแสวงบุญขึ้นไปนมัสการสักการะ รอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่"บนยอดเขาคิชฌกูฏ" ในปีนี้คือ มีพิธีการเปิด งานประเพณีประจำปี นมัสการ รอยพระพุทธบาท บนยอด เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2561 เปิดงาน 17 มกราคม - ปิดงาน17 มีนาคม 2561และวันที่ 15 ม.ค.61 มีพิธีบวงสรวง ปิดป่า-เปิดงาน และในวันที่ 17 มี.ค.61 จะมีพิธีบวงสรวง เปิดป่า-ปิดงานค่ะ

และขณะนี้ก็ยังคงมีเวลาอีกหลายวันเลยทีเดียวนะคะ ซึ่ง ถ้าหากว่าคุณผู้ชมท่านใดมีความประสงค์จะเดินทางไปนมัสการ รอยพระพุทธบาท บนยอดเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ตอนนี้ก็ยังคงเดินทางไปได้อยู่นะคะคุณผู้ชม และเนื่องจากว่าในทุกๆปีมักจะมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเดินทางมานมัสการ รอยพระพุทธบาท บนยอดเขาคิชฌกูฏ เป็นจำนวนมากจนทำให้หลายๆครั้งเราจะพบกับปัญหาต่างๆอย่างมากมาย วันนี้ผู้เขียนจึงมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปสักการะในครั้งนี้ว่าทุกคนควรจะวางแผนการเดินทางอย่างไร ควรเตรียมตัวยังไง และจะเตรียมอะไรไปบ้าง.. เอาล่ะทีนี้เราไปชมกันเลยดีกว่านะคะว่าจะต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง.... 

1.ศึกษาวันที่เปิดและปิดเขาให้ชัดเจน เพราะในแต่ละปี 

เปิด งานประจำปี นมัสการ รอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ ประจำปี 2561 
เปิดงาน 17 มกราคม - ปิดงาน17 มีนาคม 2561
15 ม.ค.61 บวงสรวง ปิดป่า-เปิดงาน
17 มี.ค.61 บวงสรวง เปิดป่า-ปิดงาน

2. เขาคิชฌกูฏขึ้นรถได้ 2 จุด 

ด้วยเส้นทางที่คดเคี้ยวและค่อนข้างอันตรายทำให้การเดินทางขึ้นไป เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี นั้นจำเป็นต้อง อาศัยการขับรถที่ชำนาญทาง เพื่อไม่ก่อให้เกิดความอันตรายจึงไม่อนุญาตให้ขับรถขึ้นไปเองโดยสามารถใช้บริการรถที่ทางวัดจัดไว้ให้ ซึ่งจุดขึ้นรถมี 2 จุด คือสามารถขึ้นรถได้จากทั้งฝั่งวัดพลวงและวัดกะทิง ซึ่ง คิวรถจากทางวัดกะทิงจะเป็นรถต่อเดียวไปถึงลานพระสิวลีเลยนะคะ ไม่ต้องไปรอต่อรถตรงช่วงกลางเขาอีกทอดหนึ่งเรียกสะดวกมากๆตัวผู้เขียนเองก็ชอบนั่งรถขึ้นไปถึงรวดเดียวเลยเช่นกันค่ะ ส่วนคิวรถฝั่งวัดพลวงจะเป็น 2 ช่วง เพราะต้องต่อรถตรงกลางเขาอีก 1 ต่อ เพื่อไปยังลานพระสิวลี ก่อนที่จะเดินเท้าขึ้นไปยัง ยอดเขาคิชฌกูฏ อีกทอดหนึ่ง (ซึ่งสำหรับข้อมูลรายละเอียดต่างๆนั้น คุณผู้ชม สามารถที่จะเข้าไป รับชมเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก เขาพระบาทพลวง จันทบุรี อีกหนึ่งช่องทางด้วยค่ะ)

3. ไปเขาคิชฌกูฏต้องเดินขึ้นเขากี่กิโลเมตร

การเดินทางเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตามถนนระยะทาง 8 กิโลเมตร โดยสามารถเดินทางเข้าไปได้ด้วยรถยนต์ จากนั้นจะต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยเส้นทางที่เดินขึ้นไปนั้นจะเป็นทางเดินเข้าป่าธรรมดาสลับกับบันไดและ ระเบียงไม้ในจุดลาดชันและหินก้อนใหญ่

4. อาหาร และ น้ำดื่ม 

มีให้เลือกซื้อกันตลอดทางเลยค่ะไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีอะไรทาน
แต่ราคาอาจจะสูงนิดหน่อย เพราะต้องบวกค่าขนส่งนำขึ้นไปด้วย
ตรงนี้ถ้าใครไม่อยากซื้อก็แนะนำว่าให้ซื้อพกติดตัวไปนะคะ จะได้ไม่ต้องเป็นกังวลกับสินค้าราคาสูง จริงแล้วราคาเหล่านี้ก็เหมาะสมเพราะการขนส่งนำขึ้นไปค่อนข้างจะยากลำบาก ผู้เขียนเข้าใจจุดนี้เพราะสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กชั้นประถม และมัธยมศึกษาผู้เขียนและเพื่อนๆในชั้นเรียนเคยไปช่วยวัดกะทิงขนของขึ้น ยอดเขาคิชฌกูฏ กันทุกปีวันนึง ผู้เขียนเดินขึ้นบนยอดเขาคิชฌกูฏเอาของขึ้นไปไว้ แล้วลงมายังพระสิวลีนำของขึ้นไปไว้ข้างบน ประมาณ 4รอบ และเคยเดินจากวัดพลวงขึ้นไปถึงยอดเขาคิชฌกูฏ กระทั่งผ้าแดงขากลับก็เดินกลับลงมาอีกจนกระทั่งถึงวัดพลวง ซึ่งก็ภูมิใจค่ะว่าเราทำได้!!

เรามีความอดทนมากพอต่อความยากลำบากในการไต่หินไต่เถาวัลย์ขึ้นไปจนถึงลานบิน(สมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กประมาณ13-14ยังคงมีทางลัดที่คนสมัยโบราณนิยมใช้เส้นทางลัดนี้เดินทางขึ้นไปยังยอดเขาคิชฌกูฏ แต่ปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่าเส้นทางนี้ยังใช้กันอยู่หรือเปล่า ผู้เขียนเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีเกี่ยวกับความเป็นมาของประวัติ เขาคิชฌกูฏ ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มี และความอาถรรพณ์มากแค่ไหน โดยได้ฟังจากคำบอกเล่าของ คุณยาย คุณตา และคุณแม่ของผู้เขียน ซึ้งสมัยก่อนนั้นผู้คนในพื้นที่จะคุ้นเคยและมีความผูกพันกับเขาคิชฌกูฏมากกว่าคนสมัยนี้ คุณยายของผู้เขียนเคยเล่าถึงตอนที่คุณยายเดินเลยผ้าแดงไปว่าคุณยายไปพบอะไรบ้าง ซึ่งเป็นที่อัศจรรย์ เป็นอย่างมากเลยทีเดียวค่ะ เอาไว้ผู้เขียนจะเล่าให้ฟังนะคะ


5. ทำไมถึงมีดอกดาวเรืองตามทางเดิน

ข้อนี้ล้วนเป็นความเชื่อของผู้ที่เดินทางมาแสวงบุญค่ะ จึงมีการทำต่อๆกันมาด้วยความเชื่อที่ว่าโปรยกลีบดอกดาวเรืองปูทางให้เหล่สเทวดานางฟ้าเดินเป็นสิริมงคลยิ่ง เนื่องด้วยดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนสวรรค์ นั่นเองค่ะ ตรงนี้ก็ไม่ถือว่าผิดแต่อยากให้มองกลับกันอีกมุมหนึ่งด้วย (แต่ไม่ได้ห้ามการกระทำนี้นะคะเพราะผู้เขียนเชื่อและศัทธาต่อเขาคิชฌกูฏในสายเลือดอยู่แล้ว เพราะรู้ดีว่าภูเขาลูกนี้มีความศักดิ์สิทธิ์เร้นลับ และมีอาถรรพณ์มากแค่ไหนแค่อยากให้มองในมุมกลับกันเท่านั้น แต่ส่วนตัวแล้วสนับสนุน เพราะเปรียบเสมือนการบูชาต่อสถานที่ด้วยดอกไม้สด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าเทวดานางฟ้าทั้งหลายที่อยู่บนนั้น ที่ประเทศอินเดียก็ทำแบบนี้ด้วยเช่นกัน เอาเป็นว่าใครคิดดีก็จะได้รับผลดีจากการกระทำนะคะ นอกนั้นแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน)

***ทางกลับกัน ถึงแม้ว่าตลอดระยะทาง จะมีผู้คนโรยดอกดาวเรืองให้เห็นอยู่ทั่วไป แต่ความเป็นจริง แล้วก็ยังมีคนมองว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะเป็นภาระให้กับทางเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลรักษาความสะอาดแล้ว ที่สำคัญ ก็คือเศษดอกดาวเรืองอาจทำให้ผู้ที่เดินเหยียบไปมานั้น ลื่นล้มได้รับบาดเจ็บ ซึ่งข้อนี้ก็ยังรวมถึงขยะทั่วไปอีกด้วยนะคะ เพราะแทนที่เราไปแล้วจะได้บุญสมความปรารถนา แต่อาจจะได้บาปกลับมาแทนก็เป็นได้ (ตรงนี้เป็นมุมกลับเท่านั้นนะคะ)


6. ไปเขาคิชฌกูฏต้องไหว้อะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่เคยเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ จันทบุรี กัน มาแล้วก็คงจะรู้ว่าจะต้องไหว้อะไร ไหว้จุดไหนบ้าง แต่สำหรับผู้ที่เดินทางไปครั้งแรกเราขอแนะนำให้เริ่มตั้งแต่บริเวณวัดพลวงจุดขึ้นรถแรกที่มีพระพุทธรูปและจุดต่าง ๆ ภายในบริเวณวัดให้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนขึ้นไปยังเขาคิชฌกูฏ สถานที่ต่อมาคือลานพระสิวลี จุดเริ่มต้นก่อนจะเดินเท้าขึ้นไปยังรอยพระบาท โดยจะผ่านอนุสาวรีย์รูปปั้นของพระเจ้าตากสินมหาราช แต่จริงๆแล้วสิ่งแรกที่ทุกคนควรไหว้แสดงความเคารพ คือ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน อยู่ด้านขวามือบริเวณทางขึ้นเขาเลยเขื่อนพลวงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนถึงบริเวณที่กรมป่าไม้ดูแลอยู่ สังเกตเห็นได้ไม่ยากค่ะ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ท่านศักดิ์สิทธ์มากคนพื้นที่จะรู้ดีว่าท่านศักดิ์สิทธ์แค่ไหน ดังนั้นทุกคนควรแสดงออกวามเคารพท่านด้วย แม้แต่คนขับรถขึ้นเขา ยังต้องมีการบนบานศาลกล่าวกับเจ้าพ่อขุนด่านกันทุกราย กิตติศัพท์ท่านมากเอาการเชียวแหละค่ะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ !!

ต่อด้วยจุดสำคัญที่นักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญทั้งหลายควรเดินทางไปสักการะก็คือ รอยพระพุทธบาทพลวง (ใหญ่) และบริเวณหินก้อนใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงรอยพระบาท จุดหมายสำคัญของการเดินทางมาขึ้นเขาคิชฌกูฏ แบบว่าถ้าไม่ได้มาไหว้ที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึงเขาคิชฌกูฏค่ะจากนั้นเดินเท้าต่อไปยังบริเวณลานผ้าแดง จุดเขตแดนบนเขาคิชฌกูฏ เพื่อเขียนคำอธิษฐานลงบนผ้าด้วยความเชื่อที่ว่าคำขอจะเป็นจริงได้อีกด้วยค่ะ


7. ทำไมไปสักการะรอยพระบาท ณ เขาคิชฌกูฏ อธิษฐานได้แค่ 1 ข้อ

ตามความเชื่อส่วนบุคคลแล้วการอธิษฐานได้เพียง 1 ข้อนั้นมีจุดมุ่งหมายสำคัญ ก็คือความตั้งใจจริงในการทำพรหนึ่งข้อให้สำเร็จ ซึ่งการเดินทางไปยังเขาคิชฌกูฏเพื่อไหว้พระขอให้อธิษฐานเป็นจริงนั้น ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่เสริมความเชื่อและความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจเพิ่ม ขึ้น เหมือนมีแรงฮึดสู้ในการทำความปรารถนาให้ประสบผลสำเร็จจนทำให้พรข้อสำคัญนั้น กลายเป็นจริงก็ว่าได้ แต่ทุกอย่างนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำการปฏิบัติตัวของแต่ละคนด้วยนะคะ จะมีความสำเร็จมากน้อยเพียงใดย่อมอยู่ที่หนึ่งสมองและสองมือของแต่ละคนด้วย ปีหนึ่งๆมีผู้คนจำนวนมากที่มาอธิษฐานขอพรต่างๆดังนั้นเมื่อขอพรก็ควรขอแค่เพียงข้อเดียวเท่านั้น อย่าขอด้วยความโลภจึงจะประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วทันใจ


8. ผ้าแดงมีอะไร

บริเวณลานผ้าแดงตั้งอยู่เลยลานพระบาทขึ้นไปเป็นอีกหนึ่งจุดที่หลายคนมักจะ เดินทางมาเขียนผ้าแดง ด้วยความเชื่อที่ว่าเมื่อได้เขียนคำอธิษฐานลงบนผ้าคำขอนั้นก็จะเป็นจริง ซึ่งแต่เดิมผ้าแดงเหล่านี้แขวนไว้เพื่อบ่งบอกถึงความอันตรายของพื้นที่ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นจุดสิ้นสุดเขตแดนบนเขาคิชฌกูฏที่มีความลาดชันมาก แต่หลังจากมีคนเริ่มเขียนข้อความอธิษฐานมากเรื่อย ๆ ที่นี่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญเมื่อเดินทางขึ้นไปเขาคิชฌกูฏ นอกจากนี้ในระหว่างที่เดินขึ้นไปยังลานผ้าแดงจะเป็นมุมสูงที่สามารถมองย้อน กลับมายังลานพระบาทได้อย่างสวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวแลนด์มาร์กสำคัญที่หลายคนไม่อยากพลาดเลยก็ว่าได้ค่ะ อย่างไรก็อย่าลืมไปชมกันด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิตนะคะ

9. เขาคิชฌกูฏไม่มีรถส่วนตัวก็ไปได้

มีโปรแกรมทัวร์มากมายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่อยากขับรถไปด้วยตัวเอง ทั้งการเปิดโปรแกรมทัวร์ของรถตู้และจาก ขสมก. ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ wat9.com พร้อมอัพเดทโปรแกรมและสอบถามรายละเอียดได้ที่ เฟซบุ๊ก ไหว้พระ 9 วัด กับ ขสมก. เขตการเดินรถที่ 3 หรือถ้าไม่ต้องการเดินทางไปกับทัวร์ก็สามารถเลือกใช้บริการรถโดยสารจากหมอชิต, เอกมัย และรถตู้ไปจันทบุรี  ที่ขนส่งเอกมัยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกอีกช่องทางหนึ่งค่ะ

ขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของเครดิตภาพที่ผู้เขียนได้นำมาจาก(อินเตอร์เน็ต)เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้ค่ะ!! ขอบคุณที่มาของภาพข้อมูลจาก:วิกิพีเดีย, ,และข้อมูลเพิ่มเติม,(บางส่วน)
จาก :อินเตอร์เน็ตค่ะ
เรียบเรียงโดย: โชติกา พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
โชติกา พิรักษา


HASTAG : 9 ข้อไม่ควรพลาดบนยอดเขาคิชฌกูฏ  เขาคิชฌกูฏ 

ติดตามข่าวอื่นๆ