เห็นมั๊ย!!เดือดร้อนขนาดไหน .. ชัดแจ้งเห็นจริง อนาคต "ทีวีดิจิตอล" ภายใต้วิธีเยียวยาของภาครัฐ !??

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. 2556   ประเทศไทยเริ่มต้นเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลอย่างเป็นทางการ  เมื่อกสทช. ประกาศผลการประมูลช่องโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล  ท่ามกลางกระแสความตื่นเต้นกับวงการโทรทัศน์  ด้วยยอดเงินประมูลรวมถึง 50,862 ล้านบาท  แต่อีกมุมด้านของสภาพความเป็นจริง  ปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ ช่วงเวลานั้น กับยอดเงินประมูลสถานีแต่ละประเภท ยากจะคาดเดาว่าผู้ประกอบการแต่ละรายจะประสบผลสำเร็จทางธุรกิจได้หรือไม่ อย่างไร   ??

ผ่านมากว่า 4 ปี อย่างที่รับรู้ในวงกว้าง ว่า การบริการโทรทัศน์ทีวีดิจิตอล มีปัญหาทางธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ  ถึงขั้นผู้ประกอบการยอมทิ้งใบอนุญาตก็เกิดขึ้นแล้ว  ล่าสุด “ฉาย บุนนาค” ประธานบริษัทสปริงนิวส์คอร์ปอเรชั่น และฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ไว้ใน “นสพ.ฐานเศรษฐกิจ”  มีหลายแง่มุมที่ชวนให้ขบคิด   โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบบ้านเมือง ถ้าเรายังปล่อยให้ผู้ประกอบทีวีดิจิตอล  ภายใต้การกำกับโดยกสทช.    เดินไปข้างหน้าจนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน  ภายใต้ปัจจัยและข้อจำกัดทางธุรกิจเช่นที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้  (คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ช็อกวงการสื่อ !!! นิวทีวีช่อง 18 สั่งปลดพนักงานฝ่ายข่าว 37 คน รวมผู้ประกาศ


 

 

 

ไม่รู้จะ “ดีใจ” หรือ “เสียใจ” กับข่าวที่ คสช. เตรียมใช้ ม.44 “อุ้ม” ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล โดยให้พักชำระหนี้ค่าใบอนุญาตงวดที่ 5 และ 6 รวมทั้งลดค่าเช่าโครงข่าย (Mux) ไม่เกิน 50% เป็นระยะเวลา 3 ปี

 

หากแต่ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่การ “อุ้ม”… นี่แค่เพียง “ยาแก้ปวด” ยื้อชีวิตคนป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายแค่นั้นเอง


 

4 ปีก่อน กสทช.แถลงความสำเร็จสามารถหาเงินเข้าหลวงมูลค่ารวม 50,862 ล้านบาท จากการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ภายใต้สโลแกนชวนเชื่อ “ดิจิตอลทีวีดูดีทุกบ้าน”

 

 

ด้วยนโยบายและกฎระเบียบที่ถูกร่างและอนุมัติมาโดยกรรมการ (ชุดเก่า) ที่มีความรู้ด้านธุรกิจสื่อและกิจการโทรทัศน์เพียงหางอึ่งบวกกับความผันผวนที่ยากจะเดาในอุตสาหกรรมสื่อทั้งกลุ่ม ณ ขนาดนั้น

กับวลีที่คอยหลอกหลอนผู้ประกอบการว่า “สื่อเก่าจะต้องตาย” และ “สื่อใหม่เท่านั้นคือทางรอด”

 

ผนวกกับพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด จนทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนอย่างฉับพลัน และนั่นหมายถึงเม็ดเงินโฆษณามหาศาลที่ไหลออกจากสื่อเก่าอย่างน่าใจหาย

 

ปัจจัยทั้งหมดดังกล่าว ทำให้ไม่มีใครสามารถคาดเดาอนาคตของธุรกิจสื่อได้ ณ ตอนนั้น

 

จนเสมือนปลายปิดว่าการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอล คือทางบังคับเพียงเส้นเดียวสู่ทางรอดบนเส้นทางธุรกิจสื่อ

 

การรักษาสัญญา การยอมรับความผิดพลาด และแก้ไขปัญหานั้นเพื่อส่วนรวม ล้วนเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำและนักธุรกิจที่ดี

 

สำหรับผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ประมูลมาแล้วซึ่งใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ก็ต้องก้มหน้าก้มตาจ่ายค่าโง่ เดินต่อกับฟันยางเปื้อนเลือดในปาก

 

 


สำหรับ กสทช. และ “คำมั่นสัญญา” ที่เคยให้ กลับเป็นเพียงปริญญาสอนมนุษย์ว่าไม่ควร “คบเด็กสร้างบ้าน”… เปรียบดั่งเอาผู้ด้อยประสบการณ์มาทำงานใหญ่!

 


“ดิจิตอลทีวีดูดีทุกบ้าน” คือ คำโกหกหรือ คำโฆษณาเกินจริง... คำตอบนี้คงไม่ต้องพิสูจน์อีก เมื่อผลการศึกษาโดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ปี 2560) พบว่ามีเพียง 15.86% ของครัวเรือนเท่านั้นที่รับชมผ่านกล่องรับสัญญาณ (Set Top Box) ด้วยคูปอง กสทช. ที่แลกมา/ซื้อ

 

 

จึงสรุปได้ว่าโครงการประมูลทีวีดิจิตอลนี้ “เขียนด้วยมือ และลบด้วยเท้า”

 
หมอคือผู้รักษาชีวิต การจ่ายยาผิดให้ผู้ป่วยอาจส่งผลถึงตายและหลายครั้งสร้างความทรมานอย่างแสนสาหัสก่อนสิ้นใจ

ยาแก้ปวด ที่คสช.มอบให้มาเม็ดนี้ ผมจะวิเคราะห์และทำนายผลให้เห็นผลกระทบอันใกล้กับสังคมไทย

 


 

อีกภายใน 2 ปี...

1. จากการที่ท่านไม่ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล “Exit” หรือ “คืนคลื่นความถี่” เพื่อให้กสทช.นำคลื่นไปทำประโยชน์อื่นที่คุ้มค่ากว่า จะทำให้ทีวีอย่างน้อย 6-10 ช่องต้องปิดตัวลงเพราะภาวะขาดทุน

2. จะมีพนักงานกว่า 3 พันชีวิตตกงาน ส่งผลกระทบต่อ 1.2 หมื่นชีวิตในครอบครัว

3. จะมีหนี้เสียกับธนาคารพาณิชย์ และการฟ้องร้องคดีตามมาอีกมากมาย

4. สำหรับผู้ประกอบการที่อยู่รอด คุณภาพของเนื้อหาและสาระที่ผลิตจะไร้ซึ่งคุณภาพและมุมสร้างสรรค์สังคม เพราะทุกคนจะทำรายการเพื่อยอด Rating ท่านจะพบแต่ละครดราม่า ข่าวฆาตกรรมและข่มขืน ข่าวตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก ข่าวลอตเตอรี่ 30 ล้าน ข่าวเสี่ยโป้   ข่าว BNK 48  ซึ่งถูกจริตคนไทย

 

 

 

อีกภายใน 5 ปี…

1. สื่อมวลชนคุณภาพ จะสูญพันธุ์เพราะเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์ไม่มีคนสนใจ และการมาแทนที่ของ influencer จากสังคมออนไลน์

2. สังคมไทยจะไร้ “สถาบันทางความคิด” และชาติก็จะขาดความมั่นคงและอยู่ในภาวะเสี่ยงจากทรัพยากรมนุษย์ที่ด้อยปัญญา

ที่ผ่านมา การนำอำนาจตามมาตรา 44  มาใช้ล้วนเป็นการเร่งรัดและแก้ไขปัญหาสารพัด ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาสังคมเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคงในชาติ

เราหวังว่ารัฐบาลคงจะไม่ลืมแก้ไข “ปัญหาด้านความคิดและสติปัญญาคนในชาติ” ที่ได้รับอิทธิพลตรงจาก “สื่อ” ที่กระทบผ่านระบบสัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ”

.....................
ที่มา คอลัมน์ :  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3342 ระหว่างวันที่ 22-24 ก.พ.2561
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นิตติยา บุญตาวัน


HASTAG : ทีวีดิจิทัล  ฉาย บุนนาค  กสทช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ