อิตาเลียน ไทย วิกฤติ เป็นโอกาสทอง ช.การช่าง

วิบากกรรมที่ เจ้าสัวเปรมชัย ทำไว้ จะสาหัสแค่ไหน เมื่อคู่แข่งถือโอกาสนี้  ประกาศความพร้อมลุยงานประมูลภาครัฐ.....

จากกรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตรวจสอบพบเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ตั้งแคมป์ในจุดห้ามพักและยังพบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน พร้อมซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และถูกจับกุม  จนกลายเป็นคดีใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศต่างเฝ้าจับตามแองว่า ผลลัพธ์คดีนี้จะลงเอยเช่นใด ขณะที่อิตาเลียน ไทย เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทย ที่รับงานประมูลภาครัฐมากมาย ทั้งตัด ถนน ทำรถไฟฟ้า ดังนั้นเมื่อประธานบริษัทมีมลทิน เช่นนี้ โอกาสที่จะได้งานภาครัฐต่อไป ก็กลายเป็นเรื่องที่สังคมตั้งคำถาม เช่นกัน ทำให้วิกฤติของอิตาเลี่ยน ไทย จึงกลายเป็น โอกาสทองของคู่แข่ง เช่น บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน)
 

ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK เปิดเผยว่า  ผลประกอบการ ณ สิ้นปี 2560 คาดว่ารายได้ก่อสร้างของบริษัทจะเป็นไปตามเป้าที่ได้ตั้งไว้ คือ 35,000 ล้านบาทและมีกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับประมาณ 8%บริษัทมีความพร้อมจะลงทุนโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง  ณ ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E) อยู่ในระดับ 1.35 เท่า 
นอกจากนั้นยืนยันว่า ในปี 2561 ช.การช่าง พร้อมที่จะเข้าประมูลงานก่อสร้างตามนโยบายภาครัฐในทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปีนี้ภาครัฐจะเปิดโครงการประมูลกว่า 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะมูลค่า 1.30 แสนล้านบาท โครงการทางด่วนพระราม 3 – ดาวคะนอง มูลค่า 3.10หมื่นล้านบาทโครงการรถไฟทางคู่ เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง มูลค่ารวมประมาณ4.00 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน - นครราชสีมา ค่าตอบแทนเอกชนมูลค่า 3.30 หมื่นล้านบาทและบางใหญ่-กาญจนบุรีค่าตอบแทนเอกชนมูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันโครงการออกมาในลักษณะให้เอกชนร่วมลงทุน(PPP)ซึ่งทาง ช.การช่าง  และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  BEM ก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ด้านโครงการในต่างประเทศคาดว่าจะมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ ใน สปป.ลาว ซึ่งทาง CKP คาดว่าจะมีความคืบหน้าออกมาในกลางปี 2561 และการงานก่อสร้างระบบประปาในเมียนมา ซึ่งทาง  บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือTTW ได้เจรจากับรัฐบาลเมียนมาเรียบร้อยแล้วด้วย


        "สำหรับงานรถไฟฟ้าโครงสร้างยกระดับและทางด่วน ซึ่งงานเหล่านี้บริษัทมีความเชี่ยวชาญ สามารถบริหารจัดการด้านการก่อสร้าง การเงิน และดูแลผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดีนอกเหนือจากโครงการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ที่รัฐบาลจะผลักดันออกมาในเร็วๆนี้ ทั้งรูปแบบที่ให้เอกชนเข้าประมูล และรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนหรือ PPP ช.การช่าง และบริษัทในกลุ่มทั้งหมดได้เตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมประมูลอย่างแน่นอน โดยขณะนี้โครงการก่อสร้างในประเทศยังเป็นเป้าหมายหลักของ CK และเรายังได้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี วิศวกรรมและการก่อสร้าง การพัฒนาบุคลากร การเงิน และการเตรียมความพร้อมระหว่างพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อรองรับโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” ปลิวกล่าว
ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีที่รัฐบาลประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เนื่องจาก ทางบริษัทเจรจากับผู้รับเหมาช่วงเรียบร้อยแล้ว ขณะที่งานใหม่ที่จะเข้าร่วมประมูลก็ได้คำนวณราคาต้นทุน ใหม่ก่อนเสนอทุกโครงการ 
"ทาง CK มีทีมคอยติดตามและเฝ้าระวังเรื่องราคาวัสดุอย่างใกล้ชิด มีการบริหารจัดการวัสดุทั้งในเรื่องราคาและสินค้าคงคลังอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผลกระทบจากราคาวัสดุ ณ ตอนนี้ยังสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้ ในด้านแรงงาน ตอนนี้ยังไม่มีผลกระทบอะไร เราถือว่าคนของเราเป็นแรงงานที่มีฝีมือ เราดูแลคนงานของเราอย่างเต็มที่มาตลอด" 
สำหรับการร่วมงานกับบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี นั้นมีความคืบหน้าเรียบร้อยเป็นอย่างดี  ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำโครงสร้างฐานราก อาทิ การปรับพื้นดินและตอกเสาเข็ม การส่งมอบพื้นก็ได้เกือบครบ 100% แล้ว ไม่มีปัญหาใด ๆ ที่สร้างผลกระทบให้เกิดความล่าช้า

นอกจากนั้นล่าสุด บริษัท ช.การช่าง แจ้งว่า  บริษัทฯ ได้ลงนามเป็นผู้รับจ้างในสัญญางานบริหารจัดการงานก่อสร้างและปรับปรุงอาคารบริหารบริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ห้วยขวาง และดำเนินการจัดหา ติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้า (เพิ่มเติม) โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ในฐานะผู้ว่าจ้าง มูลค่าสัญญาประมาณ 558,472,600 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  สัญญาดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่ง (งานเพิ่ม) ของสัญญางานบริหารโครงการรวมถึงเป็นผู้จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้าในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (งานระยะที่ 1) 
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวอิตาเบียนไทย  ข่าวเปรมชัย  Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ