ญี่ปุ่นชื่นชม จ้าวโลกกระป๋องไทย

มีเพศสัมพันธ์อย่างไร ให้ปลอดภัย ของไทย ดีอย่างไร จีน และ ญี่ปุ่น ถึงแห่ซื้อ....   

ไทยกลายเป็นประเทศที่ได้ขึ้นชื่อเรื่อง คุณภาพการผลิตถุงยางอนามัย เพราะสามารถผลิตและส่งออกไปเจาะตลาดขายในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังชนะงานประมูลอง์กรระหว่างประเทศ ของอเมริกา โดย บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR ที่ขยายกิจการมาจากธุรกิจโรงพิมพ์ที่มีชื่อเสียงอดีตถึงปัจจุบัน โรงพิมพ์เจริญอักษร 
อมร ดารารัตนโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR ผู้ผลิตถุงยางอนามัยภายใต้ยี่ห้อONETOUCH(TM) และรับจ้างผลิตให้กับต่างประเทศด้วย เปิดเผยว่า   ช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว บริษัทฯ ร่วมมือกับพันธมิตรขยายตลาดถุงยางอนามัยไทยในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเพื่อการคุมกำเนิดมากขึ้น

นอกจากนั้นในช่วงเดียวกัน บริษัทได้ขยายตลาดถุงยางอนามัยไทยในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีลูกค้าสั่งผลิตถุงอนามัยแบบบรรจุกระป๋องจากผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อชั้นนำในญี่ปุ่นเพื่อวางจำหน่ายในร้านตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา
ดังนั้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้าผลักดันยอดขายโต 20% ปัจจัยมาจากแผนงานธุรกิจที่มุ่งเป้าเพิ่มยอดขายถุงยางอนามัยและผลิตภัณฑ์เจลหล่อลื่นทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยขยายฐานลูกค้าสำหรับธุรกิจรับจ้างผลิตถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นของลูกค้าในต่างประเทศ เพิ่มความร่วมมือกับลูกค้าเดิมที่มีศักยภาพในการเติบโต และเพิ่มสัดส่วนยอดขายของกลุ่มธุรกิจสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ ให้สูงขึ้น โดยมีแผนงานเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดแบรนด์ ONETOUCH(TM) หลังประสบความสำเร็จในด้านการทำตลาดและสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ส่วนกลุ่มธุรกิจงานประมูล บริษัทฯ ได้รับสัญญาจ้างผลิตถุงยางอนามัยล็อตใหม่จากองค์กรระหว่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 2 ปีและอาจต่อสัญญาได้อีก 2 ปีตามนโยบายขององค์กร ส่งผลดีต่อความมั่นคงของยอดขาย โดยสัญญาใหม่นี้เริ่มการผลิตและส่งมอบสินค้าตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นไป โดยราคาที่ประมูลได้ครั้งนี้ปรับเพิ่มขึ้นจากครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ TNR ได้วางกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการสต๊อกสินค้า โดยได้ลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในภาคการผลิตและทดแทนการใช้แรงงาน รวมถึงทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำยางพาราล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจผันผวน


ส่วนภาพรวมการดำเนินงานปี 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มั่นใจจะสามารถทำยอดขายได้ดีกว่าปีก่อนหน้า แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อภาพรวมของธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกในประเทศไทยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นของธุรกิจการประมูลถุงยางอนามัยในตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเติบโตของยอดขาย ส่วนยอดขายสินค้าในประเทศไทยจากผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัยแบรนด์ ONETOUCH(TM) มีอัตราการเติบโตที่ดีจากทั้งมูลค่าและปริมาณ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 21.4% ในปี 2559 เป็น 24.3% ในปี 2560

สำหรับ บมจ.ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ หรือ TNR ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แบรนด์ "ONETOUCH" นำกิจการนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2559 อยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ด้วยราคาไอพีโอ หรือ ขายให้ประชาชนทั่วไปที่ หุ้นละ 16 บาท  บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำและความพร้อมในเรื่องเงินทุน ผลดำเนินงานไตรมาส 3 กำไรกว่า 44 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนกำไรกว่า 114 ล้านบาท
โดยที่ผ่านมา ทำโรงงานรับผลิตถุงยางอนามัย หรือ (OEM) มาร่วม 30 กว่าปีด้วยกำลังการผลิตเพียง 60 ล้านชิ้นต่อปี จนถึงปัจจุบันบริษัทเติบโตจนมีกำลังผลิตรวมจำนวน 1.96 พันล้านชิ้นต่อปี นับเป็นผู้ผลิตถุงยางอนามัยที่มีกำลังผลิตมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นอันดับสองของโลกรองจากกลุ่ม Karex Industries Sdn Bhd จากมาเลเซีย
แต่การบุกเบิกธุรกิจใหม่ ที่แตกต่างจากธุรกิจเดิมที่ทำอยู่อย่างสิ้นเชิงไม่ใช่เรื่องง่าย  ต้องมีทักษะบริหารการจัดจำหน่าย และกระบวนการผลิตที่มีข้อจำกัดเพราะเป็นธุรกิจที่เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ ทำให้บริษัทต้องใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะวางจำหน่ายสินค้าได้ ด้วยขั้นตอนติดตั้งเครื่องจักร ฝึกฝนพนักงาน และรับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001  และ ISO 13845 รวมถึงการขออนุญาตในแต่ละประเทศที่จะส่งสินค้าไปจำหน่ายด้วย
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวTNR  ข่าวเปรมชัย  Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ