อังคารทมิฬ เลือดท่วมจอทั่วโลก

ดาวโจนส์โหดดิ่งพันกว่าจุด ทำโลกสะเทือน เหมือน ทรัมป์ ทดลองปล่อยขีปนาวุธรอบแรก....

ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ 6/2/61 ปิดภาคเช้าที่ 1767.56 จุด ลบ 42.76 จุด จากที่หล่นลงไปถึง 50 จุด เมื่อเวลา 12.05 น.ได้รับปัจจัยกดดันจากการร่วงลงแรงของตลาดหุ้นดาวโจนส์ สหรัฐ เป็นวันที่ 2 จากเมื่อวานนี้ที่หุ้นดาวน์โจนส์สหรัฐดิ่งหนัก 1.1 พันกว่าจุด จากวันก่อนร่วง 666 จุด ฉุดหุ้นยุโรปป้อแป้ เอเชียเช้านี้วิกฤิตหนัก นิคเคอิ เปิดมาแล้ว ร่วง999 จุด จับตาอังคารทมิฬ เพราะได้รับผลกระทบจากบอนด์ยิลด์ร่วงลงจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3 ครั้งหลังมีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาดโดยเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่งดีกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี ตอกย้ำว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคมนี้ตามที่ได้ส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ โดยจำนวนครั้งที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเพิ่มเป็น 4 ครั้งจากคาดการณ์เดิม 3 ครั้ง นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันปรับลดลงจากความกังวลเรื่องจำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐเพิ่มขึ้น 6 แท่น สู่ระดับ 765 แท่น บ่งชี้ถึงการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในสหรัฐ ส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้นน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่องก่อนหน้านี้
 

ตลาดหุ้นตลาดเงินของโลกเกิดวิกฤตขึ้นตอนตี 3 ของเวลาเมืองไทย เมื่อตลาดหุ้นดาวโจนส์ที่ขึ้นแรงมาอย่างต่อเนื่องเกิดอาการลิฟต์ขาดทิ้งดิ่งลงมาเป็นที่2 จาก 24940 จุด ลงมายืนแบบเข่าทรุดที่ 23940 จุด เพียงแค่ 30 นาทีร่วงลงกว่า 1000 จุด ก่อนจะรีบาวน์ขึ้นมายืนที่ 24345 จุด
อย่างไรก็ตามประเมินกันว่า ปรากฎการ์ทุบดาวโจนส์ลงในสองวันที่ผ่านมายังไม่จบ ทีแนวโน้มว่ายังลงไม่หยุดจากการลุยของจีน และการแตกตื่นของอเมริกา เพราถ้าอินเดีย รัสเซีย กระทืบซ้ำด่วยสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นจะร่วงหนักหน้ามืดไปทั้งโลก
ส่วน การที่ค่าเงินดอลล่าร์ยังแข็งค่าอยู่ทำให้แรงกระเพื่อมจึงยังไม่เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ในลักษณะของเงินไหลออก จากตลาดไปถือทองคำ ความกลัวจนไปเก็บทองคำแต่อย่างใด โดยราคาทองคำขยับแค่ 3-5 ดอลล่าร์เท่านั้น
เมื่อสถานการณ์หุ้นโลกปั่วป่วนเป็นอังคาร์ทมิฬ black tuesday ตอนตี 3 แล้ว ดัชนี SET ของไทยจะเป็นอย่างไร ร่วงหนักแค่ไหน black tuesday มาเยือนไทยแน่ 
 


สำหรับสถานการ์ตอนนี้ให้จับตาทิศทางของกองทุนไทยและกองทุนฝรั่ง ถ้าออกไม้มาทุบลงไปล่อให้ย่อยขาย แล้วเกิดการตื่นของตลาด มันนี่เกมจะเดินหน้าซื้อของลดราคาทันที เพราะรายย่อยคงทนเห็นาาราดิ่งไม่ไหวและกองทุนก็เลือกเก็บของถูกหาเงินสบาย
วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยยังคงต้องจับตาการประชุมสภาคองเกรสสหรัฐก่อนที่งบประมาณชั่วคราวฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 ก.พ.เพื่อไม่ให้ต้องชัตดาวน์อีกในวันที่ 9 ก.พ. และการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีกำหนดประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 8 ก.พ.

ส่วนปัจจัยในประเทศที่ส่งผลเชิงบวกต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ คือ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง หนุนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และอยู่ในระดับสูงสุดรอบ 36 เดือน และกระแสคาดการณ์ว่าร่างพรบ.อีอีซีจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสนช.วาระ 3 ราวเดือนก.พ.61 หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนในการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ (fund flow) ยังผันผวนต่อเนื่องมีซื้อสุทธิสลับขายสุทธิโดยในช่วง 1 เดือนย้อนหลังขายสุทธิสะสมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

ด้านณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,750 -1,790 จุด โดยหากดัชนีปรับลงถึงแนวรับมีโอกาสรีบาวด์ได้ หากจะซื้อเพิ่มแนะนำทยอยซื้อสะสมทีบริเวณแนวรับ ทั้งนี้หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับได้แก่ TPCH ได้ประโยชน์จากกรณีที่รมว.พลังงานเล็งใช้พลังงานชีวมวลผลิตไฟฟ้าในจ.ชายแดนใต้ระหว่างรอสรุปความชัดเจนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าชีวมวลในภาคใต้ 3 แห่ง หุ้น AMATA , WHA ได้ประโยชน์จากร่างพรบ.อีอีซีที่จะมีความชัดเจนมากขึ้น และ หุ้น AIT, ITEL มีประเด็นเก็งกำไรจากกรณีที่กสทช.เตรียมประมูลเน็ตชนบทในเดือน ก.พ. 61
 ส่วนธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เปิดมาร่วงไปกว่า 2% เป็นไปตามคาด ซึ่งยังมองว่าตลาดบ้านเราไม่น่าจะลงไปแรงเหมือนตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดบ้านเราขึ้นมาด้วยเงินของเงินทุนในประเทศ Local Fund เป็นหลัก ทำให้แรงขายจากปัจจัยต่างประเทศไม่น่าจะมีออกมามากนัก

อย่างไรก็ดี เช้านี้มองเป็นการตื่นตระหนก Panic เข้ามาที่หุ้นขนาดใหญ่ที่ต่างชาติมักจะเข้ามาถือ ซึ่งก็ยังคิดว่าพรุ่งนี้ตลาดฯอาจจะปรับตัวลงอีกวันแล้วก็น่าจะฟื้นตัวขึ้นได้ เนื่องจากบ้านเรายังดีอยู่ ผลประกอบการของบริษัทฯโดยรวมยังดีอยู่

พร้อมมองว่าในระหว่างทางตลาดฯอาจมีดีดกลับได้บ้าง เพราะการ Panic ครั้งนี้เป็นผลจากเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวแรง ทำให้เกิดความกังวลว่าสหรัฐฯจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้พร้อมให้แนวรับ 1,770 ถัดไป 1,750-1,755 จุด ส่วนแนวต้าน 1,785-1,790 จุด

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวแบงก์  ข่าวหุ้น  Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ