เสี่ยกึ้ง นึกว่าเก่งแต่บทเลิฟซีน เรื่องอื่นก็ไม่เบานะ ..!!

ร้ายนะตัวเอง คิดว่าเป็นแต่เรื่องรัก  ที่ไหนได้มีดีมากกว่านั้น....

ไม่ได้เป็นแค่ "ไอ้หนุ่มผมยาว" แต่ เฉลิมชัย มหากิจศิริ  หรือ เสี่ยกึ้ง ยังเป็นนักธุรกิจ ที่ภาพภายนอกถูกมองว่าเป็นเพลย์บอย เพราะมีแต่ข่าวเรื่องรักออกมากับดาราสาวในวงการบันเทิงเป็นระยะ ๆ ที่โด่งดังสุดคือ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ แต่บทบาทในชีวิตจริง เสี่ยกึ้ง เป็นนักธูรกิจและเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นมานาน และมักจะอยู่ในก๊วนหุ้นที่เป็นขาใหญ่ของวงการ เสี่ยกึ้ง  เป็นลูกชายคนเดียวและเป็นลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้นของ เสี่ยประยุทธ มหากิจศิริ เจ้าพ่อเนสกาแฟ และ ในอดีตคือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของไทยน็อกซ์ ทำธุรกิจเหล็ก  ปัจจุบันถือหุ้นใหญ่ใน TTA หรือ บมจ..โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ ทำธุรกิจเดินเรือทางทะเล จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีอีกหลายบริษัท ที่เข้าไปถือหุ้นในฐานะนักลงทุน แต่ไม่ใช่ผู้บริหาร   คนในวงการธุรกิจจะเรียกเค้าว่า ซีอีโอผมยาว 

ล่าสุด ได้เข้าไปบริหารงาน บริษัท เฟอร์รั่ม จำกัด (มหาชน) หรือ FER ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารใหม่และแต่งตั้ง เสี่ยกึ้ง-เฉลิมชัย มหากิจศิริ เข้ามาเป็นบอร์ดบริษัท เพราะก่อนหน้านี้ บริษัทเพิ่งเพิ่มธุรกิจพลังงานทางเลือกเข้ามา FER เป็นผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนนายหน้า ในการจัดจำหน่ายแก๊ส LPG (Star Gas) และพลังงานทางเลือก รวมทั้ง ธุรกิจวิทยุสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT)

สำหรับเสี่ยกึ้ง ขณะนี้ มีบริษัท TTA เป็นธุรกิจหลักที่เข้ามาบริหารเต็มตัว เพราะครอบครัว มหากิจศิริ คือ ผู้ถือหุ้นใหญ่  และมีผลดำเนินงานดี จากงบการเงิน
ไตรมาส 3 ปี 60 มีกำไรสุทธิอยู่ 49.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 609% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6.9 ล้านบาท จากแนวโน้มขาขึ้นของอัตราค่าระวางเรือส่งผลให้ผลการดำเนินงานเป็นบวก ขณะที่งวด 9 เดือนปี 60 มีกำไรสุทธิ 351.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 238% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 254.4 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามล่าสุด  บริษัท TTA ถูกถอดจากการลงทุน ของธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) ระบุในเว็บไซต์ว่า Norges Bank ได้ตัดสินใจถอดบริษัท 9 แห่งออกจากพอร์ทการลงทุนของ Government Pension Fund Global (GPFG) ซึ่งเป็นกองทุนบำนาญของรัฐบาลนอร์เวย์  ทั้งนี้ GPFG เป็นกองทุนบริหารความมั่งคั่งของรัฐบาลนอร์เวย์ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วโลก โดยมีเม็ดเงินภายใต้การบริหารจัดการมากถึง 1.07 ล้านล้านดอลลาร์
โดยบริษัทของไทยที่ถูกถอดออกจากการลงทุนมี 2 บริษัท ตามที่ Norges Bank ระบุว่า บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL, บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA, นอกจากนี้เป็นบริษํทจากประเทศอื่น ได้แก่ บริษัท Evergreen Marine Corp (Taiwan) Ltd และบริษัท Korea Line Corp ถูกถอดออกจากพอร์ทการลงทุนของ GPFG โดยอิงจากการประเมินความเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ขณะที่บริษัท Pan Ocean Co. Ltd กำลังถูกจับตามองภายใต้เกณฑ์เดียวกัน ส่วนบริษัท Atal SA ถูกถอดออก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง


คณะกรรมการบริหารของ Norges Bank ยังได้ตัดสินใจถอดบริษัท AECOM, BAE Systems, Fluor Corp และ Huntington Ingalls Industries Inc ออกจากพอร์ทการลงทุน เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ Norges Bank ยังคงสถานะการถอดบริษัท Honeywell International Inc จากพอร์ทการลงทุน ภายใต้เกณฑ์เดียวกัน
สำหรับบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA มี เฉลิมชัย มหากิจศิริ เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 จำนวน 251,348,382 หุ้น หรือ 13.79 %  อันดับ 2.)     CREDIT SUISSE AG, SINGAPORE BRANCH  จำนวน 150,100,000 หุ้น หรือ 8.24 %  อันดับ 3.)     อุษณา มหากิจศิริ จำนวน 70,795,737  หุ้น หรือ 3.88 % อันดับ 4.)     บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 60,258,156  หุ้น หรือ 3.31 %  อันดับ 5.)  ประทีป ตั้งมติธรรม  จำนวน 40,599,607  หุ้น หรือ 2.23 %  อันดับ 6.)     สุวิมล มหากิจศิริ จำนวน    28,065,223  หุ้น หรือ    1.54%

ดังนั้นการที่ถูกออกจากพอร์ตการลงทุนของกองทุนบำนาญรัฐบาลนอร์เวย์ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั่วโลก มีเม็ดเงินภายใต้การบริหารจัดการมากถึง 1.07 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากอิงการประเมินความเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ...ส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น

นอกจากนั้นเสี่ยกึ้ง ยังมีหุ้น PSTC หรือ หุ้นของ บมจ. เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี  ได้เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนรอบล่าสุดเมื่อราวเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว 
ราคาหุ้นละ 0.72 บาท โดย  เฉลิมชัย มหากิจศิริ เข้ามาซื้อเป็นอันดับที่ 1  จำนวนหุ้นที่ซื้อราว  300,000,000 หุ้น มูลค่ารวม 216,000,000 บาท วันที่ชำระเงิน 7 ธ.ค. 60   ขณะนั้นราคาหุ้น PSTC อยู่ในกระดานราว 81-83 สตางค์  เท่ากับว่า ได้กำไรจากการลงทุนแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นในกระดานก็ไต่ขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้นปีนี้ หุ้นกลับร้อนแรงวิ่งขึ้นมา 98-99 สตางค์ เล่นรับข่าวว่า  ปีนี้จะมีรายได้เพิ่มจากโรงไฟฟ้าที่เริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขายได้ แต่ในที่สุด หุ้นก็เจอตลาดฯจับขังเข้าคุก หรือเรียกว่า เข้าเกณฑ์ CASH  BALANC  ต้องรอวันที่  23 กุมภาพันธ์ ถึงจะกลับมาอิสระเสรีได้อีกครั้ง  เพราะไม่สามารถซื้อด้วยบัญชีปกติคือ 3 วันทำการจ่ายเงิน ต้องใช้เงินสดเท่านั้น คือ ซื้อแล้วหักบัญชีจ่ายเงินทันที

เสี่ยกึ้ง  จะสร้างภาพใหม่ในมาดนักธุรกิจ ได้สำเร็จหรือไม่ คงต้องรอดู เพราะแต่ละกิจการที่เข้าไปร่วม ยกเว้น TTA  จะมีภาพว่าเป็น หุ้นปั่น ถึงต้องเขย่าขวดกันใหม่  ขอให้อย่าเป็น เหล้าเก่าในขวดใหม่ก็แล้วกัน


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวเสี่ยกึ้ง  ข่าวประยุทธ มหากิจศิริ  Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ