เลื่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่ข่าวร้าย ไม่ได้นานไปกว่าที่คิด....

ชาวหุ้นอย่าตกใจนาน...เด๋วจะเสียโอกาสทองการลงทุน 

สภาพการลงทุนของตลาดหุ้นไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ดัชนีหุ้นไทยได้รับผลกระทบเล็กน้อย เมื่อมีข่าวว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนออกไป ทำให้ดัชนีหุ้นไทยพลิกจากบวก 0.5% มาปรับลดลง 1% เมื่อ 25 ม.ค.61 
ภายหลังจากการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส.) ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาแล้วเสร็จจำนวน 178 มาตรา ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติวาระ 2 เป็นรายมาตรา โดยเห็นชอบให้แก้ไขมาตรา 2 เรื่องขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. ออกไป 90 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา การขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย 90 วันดังกล่าว 
ปัจจัยดังกล่าวทำให้ตลาดมีความกังวลต่อกำหนดการเลือกตั้งที่คาดไว้เดิม พ.ย.61 ต้องเลื่อนออกไปเป็น ก.พ. – มี.ค.62 ซึ่งกลายเป็นเหตุให้เกิดแรงขายทำกำไร

ทั้งนี้กำหนดการแบบไม่เป็นทางการ คือ สนช.จะพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง (พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส. และ พ.ร.ป.ที่มาซึ่ง สว.) เสร็จภายใน ม.ค.นี้ แต่หากมีข้อทักท้วงจะมีการตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายพิจารณา ซึ่งจะแล้วเสร็จเดือน ก.พ. จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ราวเดือน มี.ค.และรอรับการโปรดเกล้าฯ ประมาณ 90 วัน หรือภายในเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นเป็นการรอบังคับใช้กฎหมายอีก 90 วัน กกต.จึงจะเริ่มกระบวนการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ซึ่งจะทำให้ได้กำหนดวันเลือกตั้งอยู่ระหว่าง ก.พ.-มี.ค.62 (แตกต่างจากกำหนดการเดิมตรงที่การรอบังคับใช้กฎหมาย ของเดิมคือต้องบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาทันที ซึ่งคาดกันว่าจะอยู่ที่ มิ.ย. ถัดจากนั้น กกต. ใช้เวลา 150 วันจัดการเลือกตั้ง จึงทำให้ได้กำหนดการเลือกตั้งเดิม พ.ย.61)
ด้านนักวิเคราะห์หลายแห่งมีมุมมองว่า การเลือกตั้งที่เลื่อนออกไป ได้ใช้เวลายาวนานมาก และตลาดหุ้นไทยได้ซึมซับข่าวนี้ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จึงคาดว่าทิศทางการลงทุนสัปดาห์นี้บรรยากาศจะดีขึ้น เช่น 
ประกิต สิริวัฒนเกศ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย ระบุว่า ไม่จำเป็นเสมอไปที่ กกต. จะใช้เวลาจัดการเลือกตั้งให้ครบกำหนด 150 วัน หาก กกต. มีความพร้อมอาจใช้เวลาน้อยกว่ากรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดก็สามารถทำได้ ซึ่งทำให้การขยายเวลาบังคับใช้กฎหมาย 90 วัน ไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะต้องขยายออกไป 90 วันแต่อย่างใด
ทั้งนี้เมื่อดูจากการเลือกตั้งในอดีต 3 ครั้งที่ผ่านมา กกต. ก็ไม่เคยใช้เวลาจัดการเลือกตั้งครบตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญปี 2550 กำหนดให้จัดการเลือกตั้งภายใน 90 วันหลังจากที่ พ.ร.ป.ตามมาตรา 286 ประกาศใช้ โดยการเลือกตั้งปี 2550 กกต. ใช้เวลาประมาณ 70 วันตั้งแต่ที่กฎหมายเลือกตั้งบังคับใช้จนกำหนดวันเลือกตั้งที่ 23 ธ.ค.50 ถัดมาเป็นการเลือกตั้งปี 2554 กกต. ใช้เวลา 54 วันนับตั้งแต่ที่รัฐบาลประกาศยุบสภา 10 พ.ค.54 ถึงวันกำหนดเลือกตั้ง 3 ก.ค.54 และล่าสุดการเลือกตั้งปี 2557 ตั้งแต่มีการประกาศยุบสภา 9 ธ.ค.56 จนถึงวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 รวมใช้เวลา 55 วัน


แม้จะมีการเลือกตั้งออกไป 90 วัน แต่จะไม่กระทบต่อประมาณการเศรษฐกิจปี 2561 และ 2562 : แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะมีความแตกต่างจากในอดีต และการเลือกตั้งอาจต้องถูกเลื่อนออกไปเป็น ก.พ.-มี.ค.62 แต่การเลื่อนเลือกตั้งออกไปเพียง 90 วัน บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยมีมุมมองว่า ไม่กระทบต่อการคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2561 และ 2562 โดยยังคงคาดขยายตัวในระดับ 4% และ 4.2% ตามลำดับ
ดังนั้นจึงมองว่า เป็นโอกาสในการเข้าเก็บหุ้นใหญ่พื้นฐานดี (Big Cap) ที่อิงกับการขยายตัวเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจในประเทศ หรือเป็นหุ้นที่จะมีผลประกอบการโดดเด่นในงวด ไตรมาส4 ปี60 และดีต่อเนื่องปี 2561 รวมไปถึงเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูง เช่น ธนาคาร BBL TISCO พลังงาน PTTEP ปิโตรเคมี SCC PTTGC IVL อสังหาฯ SC SPALI ORI ค้าปลีก CPALL ROBINS รับเหมา STEC CK
 เช่นเดียวกับ สาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า  คาดหุ้นไทยปี 61 ยังมีโอกาสไปต่อ รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัวมีแรงกระตุ้นจากภาครัฐ ขณะที่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตกว่า 10% แถมมีปัจจัยบวกเลือกตั้งหนุน พร้อมประกาศจ่ายปันผล 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค อิควิตี้ กองทุนเปิด ทิสโก้ ดิวิเดนด์ ซีเล็ค หุ้นระยะยาว กองทุนเปิด ทิสโก้หุ้นทุนปันผล และกองทุนเปิด ทิสโก้หุ้นระยะยาวปันผล จ่ายพร้อมกันในวันที่ 29 ม.ค.นี้ จึงประเมินตลาดหุ้นไทยจะยังคงอยู่ในขาขึ้น รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 4% ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำจากสภาพคล่องในระบบที่ยังคงมีอยู่สูง ซึ่งเอื้อต่อการลงทุนในหุ้น  อีกทั้งแนวโน้มการเลือกตั้งจะเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญสำหรับตลาดหุ้นไทยในปีนี้
“ในปีที่ผ่านมาถือว่าหุ้นไทยยังคงให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น เพราะได้ผลบวกจากการที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยได้รับแรงส่งจากแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวดีส่งผลให้ภาคส่งออกของไทยกลับมาเติบโตอีกครั้ง ประกอบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตดีต่อเนื่อง ขณะที่การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยสามารถปรับตัวขึ้นมายืนเหนือ 1,750 จุดได้เมื่อตอนสิ้นปี 2560 และล่าสุดในปีนี้ ดัชนีหุ้นไทยสามารถทำสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์ตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ระดับสูงสุด 1,828 จุด”สาห์รัชกล่าว


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวแบงก์  ข่าวหุ้น  Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ