เสี่ยปัญญามาแล้ว ผังใหม่ เขี่ย โมโน- เฮียฮ้อ ร่วง

เปิดศึกสงคราม ซีรี่ส์อินเดีย  เดือนหน้า ช้างชนช้าง...

เพจดัง TV Digital Watch ได้รายงานเรตติ้งรายการ ช่วงไพร์มไทม์ เวลา 18.00-20.00 น. ของวันที่ 23 มกราคม 2561 พบว่า  10 รายการเรตติ้งสูงสุด อันดับ 1และ อันดับ 2  ยังเป็นของ ช่อง 7 ทั้งละครและรายการเกมส์โชว์  แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ อันดับ 3 กลายเป็น ช่องเวิร์คพอยท์ ของเสี่ยปัญญา นิรันดร์กุล ด้วยรายการ "ไมค์หมดหนี้” รายการวาไรตี้ร้องเพลง เรียกน้ำตา ของช่องที่เรตติ้งดีแรงไม่ตก เขี่ย ซีรี่ย์อินเดีย "หนุมานฯ "ช่อง 8 ของเฮียฮ้อ ตกอยู่ในอันดับ 4 ส่วนอันดับ 5 คือ หนังฝรั่ง พรีเมี่ยม บล็อกบัสเตอร์ ของช่องโมโน29 

ส่วนช่อง 3 เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ เพราะหลุดจากท็อปไฟว์ มาอยู่อันดับ 6 และ 7 ด้วยละครไทย”สะใภ้กาฝาก”และซีรี่ส์อินเดีย “นาคิน” ของช่อง 3  ที่ไม่น่าเชื่อว่าแพ้พลังหนังฝรั่งของช่องโมโนไปอย่างเฉียดฉิว, ส่วนซิทคอมช่องวัน “บ้านสราญแลนด์ ชุดสุภาพบุรุษ สุดซอย” ยังคงรักษาระดับเรตติ้งช่วงนี้ อยู่ในอันดับ 9
 

นอกจากนั้น เวิร์คพอยท์ ของเสี่ยปัญญา เคลียร์ผังรายการ ช่วงไพรม์ไทม์ 3 ทุ่มครึ่งใหม่  ดึง ซีรี่ส์อินเดีย มาดันเรตติ้ง  สู้กับช่อง 8 ของเฮียฮ้อ ทำให้เห็นว่า ศึกชิงเรตติ้งช่วงเวลาไพรม์ไทม์ครั้งนี้ นอกจากละครไทยจะต้องแข่งกันเอง แข่งกับหนังต่างประเทศ และรายการเกมส์โชว์แล้ว ยังต้องแข่งกับซีรี่ส์อินเดีย  ที่แต่ละช่องต่างซื้อลิขสิทธิ์พาเหรดกันมาลงชิงเรตติ้งคนดูกัน แบบจัดหนัก จัดเต็ม

เพราะด้วยความจริงแล้ว ช่องที่เปิดตลาดซีรี่ส์อินเดียช่องแรกในประเทศไทยคือ เวิร์คพอยท์ด้วยเรื่อง”พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก”เมื่อปี 2558 ที่โด่งดังมาก และเรียกเรตติ้งให้ช่องแบบถล่มทลาย ทั้งดาราที่แสดงก็กลายเป็นขวัญใจของคนไทยไปด้วย  ดังนั้นต้องถือว่า เวิร์คพอยท์ รู้ความต้องการของคนดูว่าต้องการชมภาพยนต์อินเดียในแนวใด มากกว่าช่องอื่น เสี่ยปัญญาจึงลุกขึ้นมาทวงตำแหน่งนี้คืน เพื่อสู้กับเรตติ้งรายการที่ตกลงหลายรายการ เพราะเจอพิษดราม่ารายการมากเกิน ทำให้กระแสโซเชี่ยลรุมถล่ม จนยอดคนดูแผ่วลง ดังนั้นเมื่อจะทำให้คลื่นกระแสวิจารณ์นี้สงบลง ก็ต้องหันไปดึงของใหม่ขึ้นมากลบกระแสเก่า 

สำหรับคราวนี้เวิร์คพอยท์คว้าลิขสิทธิ์ ”ศึกสองราชันย์ โปรุส VS อเล็กซานเดอร์ “ ซีรี่ส์ประวัติศาสตร์อินเดีย สงครามครั้งสุดท้ายของกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช มาลงผังเวลา 21.30 น.ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ต่อจากรายการวาไรตี้เกมส์โชว์ โดย เริ่มเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งผังใหม่นี้ชนกันจังๆกับซี่รี่ส์อินเดียสมัยใหม่ “ลิขิตแค้น แสนรัก”ของช่อง 8 ที่พึ่งย้ายจากผังช่วงเย็นมาเป็น 21.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ปัจจุบันจึงกล่าวได้ว่า ซีรี่ส์อินเดียเข้ามาจับจองช่วงไพรม์ไทม์ของวงการทีวีหลายช่อง ตั้งแต่วันจันทร์- ศุกร์ เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็น 18.20 มี ”นาคิน” ของช่อง 3 และเวลา 18.50 น. ”หนุมาน สงครามมหาเทพ” ของช่อง 8 (แต่จะย้ายเวลามาเป็น 21.00 น. ทุกวันจันทร์-ศุกร์ )นอกจากนี้แม้กระทั่งช่องไบรท์ทีวี ก็ยังนำซีรี่ส์อินเดีย “ศิวะ พระมหาเทพ” มาออกอากาศเวลา 21.00 น.ด้วย


ด้านช่อง 3 ก็ปรับผังละครไพรม์ไทม์หลัง 2ทุ่ม วันจันทร์ อังคาร ใหม่ เช่นกัน  ตัดสินใจจัด ”เงินปากผี” ละครผี แฟนตาซี สยองขวัญ ละครรีเมคที่สร้างความหลอนมาแล้วหลายครั้ง มาออกอากาศต่อจาก”ระเริงไฟ”ทุกวันจันทร์ อังคาร เริ่ม 29 ม.ค.นี้ แต่ละครไทยของช่อง 3 ก็จะไปห่ำหั่นกับ  “แม่อายสะอื้น” ละครรีเมคของช่อง 7, ”เรือนเบญจพิษ” และ “ล่า”ของช่องวัน
อย่างไรก็ตาม ช่อง3 ต้องลุ้นหนักว่า ละคร ”เงินปากผี” มี ป๋อ ณัฐวุฒิ เป็น นักแสดงหลัก ผลิตโดยค่ายกันตนา ที่เคยทำผลงานได้ดีกับช่อง 3 มาแล้วกับละคร”ห้องหุ่น” ออกอากาศในปี 2558 สร้างเรตติ้งตอนจบไปถึง 10.643 จะกู้สถานการณ์ดึงเรตติ้งคืนมาได้หรือไม่ เพราะช่อง 3 ยังย่ำอยู่ที่เดิมกับการเอาละครเก่า ๆมาปัดฝุ่นสร้างใหม่ เติมแอ๊คชั่นและเอฟเฟกเพิ่ม ซึ่งคนดูก็เริ่มเบื่อกับบรรยากาศแบบนี้ของช่อง ที่ไม่หาสิ่ง ๆ ใหม่มาแทน จึงรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดให้ชม

อย่างไรก็ตามปีนี้ จัดเป็นปีที่ช่องโมโน29 จะปะทะกับ  ช่องเวิร์คพอยท์ อย่างเต็มที่ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการชิงที่ 2 มาจากช่อง 3  หลังจากที่ช่องโมโน ชิงอันดับ3 มาจาก เวิร์คพอยท์ ได้ติดๆ กันถ้ามาดูเรตติ้งเฉลี่ยของโมโน และเวิร์คพอยท์ ในปี 2560 พบว่า ยังคงห่างกันพอประมาณ โมโนอยู่ที่ 0.702 ในขณะที่เวิร์คพอยท์อยู่ที่ 1.001 แต่ก็เข้าใกล้กันมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2559 ที่โมโน ได้ไป 0.536 ในขณะที่เวิร์คพอยท์ อยู่ที่ 0.837

ส่วนฐานผู้ชมของทั้งสองช่องยังคงเป็นคนในกรุงเทพปริมณทลมากกว่าต่างจังหวัด แต่เวิร์คพอยท์มีฐานผู้ชมในกรุงเทพสูงกว่าด้วยเรตติ้ง 1.346 และจำนวนคนดู 131,000 คนต่อนาทีโดยที่ฐานผู้ชมในกรุงเทพฯปี 2560 นี้ แชมป์เป็นของช่อง 3 ที่ได้เรตติ้งไป 2.162 หรือเฉลี่ยคนดู 210,000 คนต่อนาที ตามมาด้วยช่อง 7 เรตติ้ง 1.866 จำนวนคนดู 181,000 คนต่อนาที

ฐานคนดูช่วงอายุมากกว่า 50 ปี คือกลุ่มคนที่ดูทีวีมากที่สุดของทั้งสองช่อง ในขณะที่ช่วงอายุต่ำกว่า 10 ปีของช่องโมโน และช่วงอายุต่ำกว่า 5 ปีของเวิร์ตพอยท์ คือฐานผู้ชมที่ดูทีวีน้อยสุดของทั้งสองช่อง ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ฐานผู้ชมของโมโนเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผลมาจากจุดขายคือภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งแตกต่างจากช่องใหญ่อย่าง ช่อง 7 และช่อง 3 ที่ล้วนแล้วแต่มีฐานผู้ชมเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ส่วนเวิร์คพอยท์เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายก็จริง แต่ก็ห่างกันไม่มาก

เมื่อสถานการณ์ทีวีดิจิทัลลุกเป็นไฟท่วมจอเช่นนี้ เพราะทุกช่องต้องสู้กับค่าต้นทุนสัมปทานที่สูงมาก ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป เรื่องนี้ต้องถาม กสทช. จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ เหล่าอรหันต์ทั้งหลายใน กสทช.ที่ขาดวิสัยทัศน์ ไม่เห็นว่าอนาคตโลกดิจิทัล จะเข้ามาเร็ว เช่นนี้ ทำให้ผู้ประกอบการณ์จะล้มหายตายจากกันไปก่อนจะได้ทุนคืน..................
ขอบคุณข้อมูล ภาพและกราฟฟิก จากTV Digital Watch 
ขอบคุณภาพจาก FB เวิร์คพอยท์


 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวแบงก์  ข่าวหุ้น  Richman can do  ข่าวหวย 

ติดตามข่าวอื่นๆ