เมืองคอนวิกฤตหนัก!! ฝนตกกระหน่ำ เกิดลมกระโชกแรง พัดบ้านเรือนพัง กระแสน้ำไหลเชียว เตือนประชาชนเฝ้าระวัง พร้อมรับมือ

     จากกรณีที่เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักและมีลมพัดกรรโชกรุนแรงในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเมื่อค่ำวานนี้ นายจำเริญ  ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 อำเภอ โดยประกาศให้ 4 อำเภอ เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อค่ำวานนี้ (29 พ.ย.) นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แถลงเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการแบบเดียวกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับชาติ มีส่วนปฏิบัติการฉุกเฉิน(สปฉ.) 18 หน่วยหลัก  มีศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอทุกอำเภอ โดยมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดศูนย์จัดการภัยพิบัติตำบล โดยมีการติดต่อสื่อสารผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเร้นท์ไปยังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอด้วย

     โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาแต่ละอำเภอได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับอำเภอทุกอำเภอ และยังแยกย่อยลงไปเป็นระดับตำบล เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม. ซึ่งตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวานนี้ (29 พ.ย.)แต่ละพื้นที่ได้รายงานเหตุการณ์ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลายอำเภอที่ประชาชนประสบภัยรุนแรง อาทิ พื้นที่ อ.สิชล เกิดฝนตกหนัก ลมพัดกรรโชกรุนแรง และเกิดเป็นพายุหมุน หรือ “ลมหัวด้วน” พัดถล่มในพื้นที่บ้านเขาคา หมู่ 11 หมู่ 14 ต.เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักลงมาทับขวางเส้นทางถนน  และทับบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายยีบเยินจำนวน 30 หลัง  และระบบสาธารณูปโภคอื่น ๆเช่น เสาไฟฟ้ารวมถึงสัตว์เลี้ยงที่โดนต้นไม้ล้มทับเสียชีวิตและบาดจำนวนมาก

     ในขณะที่หมู่ที่ 1,2,3 และหมู่ 9 ตำบลเทพราช อ.สิชล ฝนตกหนักลมพัดกรรโชก ทำให้ต้นไม้ล้มขวางถนน และทับบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหาย 85  หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจนำเครื่องเลื่อยยนต์ มีดพร้า ขวาน เข้าไปช่วยตัดกิ่งไม้ ต้นไม้ ที่ทับบ้านเรือนประชาชนและที่ล้มขวางถนน โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งปฏิบัติการต่อเนื่องหลายชั่วโมง จนสามารถเคลียร์พื้นที่เปิดการจราจรได้ตามปกติ ส่วนชาวบ้านที่ไร้ที่อยู่อาศัยได้อพยพไปอาศัยตาวัด โรงเรียนและบ้านญาติชั่วคราว ในระหว่างที่ทางราชการจะเข้าไปช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้ต่อไป

     สำหรับอำเภอที่มีฝนตกหนักในรอบวันที่ผ่านมา ประกอบด้วย อ.ท่าศาลา ฝนตกหนักมากที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงกว่า 186 มิลลิเมตร รองลงมาอำเภอพรหมคีรี 174.5 มิลลิเมตร อ.เมือง 136.5  มิลลิเมตร อ.ทุ่งสง และอ.บางขันตกเท่ากันที่ 123.5 มิลลิเมตร และทุกพื้นที่ลมพัดกรรโชกรุนแรงต่อเนื่อง ในทะเลมี คลื่นสูง 2-3  เมตร จนชาวประมงต้องนำเรือกลับเข้าฝั่งไม่สามารถออกจับปลากลางทะเลได้

     ในขณะที่พื้นที่หมู่ 11  ตำบลท่าศาลา มีน้ำไหลหลากท่วมบ้านเรือน 12  ครัวเรือน  ส่วนหมู่ที่ 7 ตำบลโพธิ์ทอง มีน้ำไหลพาดผ่านถนน หมู่ที่ 15  ตำบลท่าขึ้น มีน้ำไหลหลากท่วมพื้นที่ราบลุ่มและถนนในหมู่บ้านจนรถสัญจรผ่านไปมาไม่ได้  ทางด้าน อำเภอนบพิตำ ฝนตกหนัก สถานการณ์อยู่ในภาวะเฝ้าระวังพิเศษ เพราะเกรงดินภูเขาที่อุ้มน้ำไว้จำนวนมากจะพังถล่มลงมาสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เสี่ยงหลายจุดทั้งใน ต.กรุงชิง ต.นบพิตำ ต.นาเหรง  ในขณะที่ อำเภอพรหมคีรีมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง น้ำป่าบนเทือกเขาหลวงไหลทะลักมาตามสายน้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียวอย่างรวดเร็วและรุนแรง มีสีแดงขุ่น  และคาดว่าตั้งแต่ช่วง 03.00 น.หากฝนไม่หยุดตกน่าเชื่อได้ว่าจะเกิดสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่อย่างหนักเช่นเดียวกับช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งในพื้นที่พื้นที่กลางน้ำตั้งแต่ ต. บ้านเกาะ และ  ต.  นาเรียงบางส่วนเริ่มเข้าสู่สภาวะอุทกภัยแล้ว


     สำหรับในพื้นที่ อ.เมือง และเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช นายสมพงษ์ มากมณีนายอำเภอเมือง พร้อมด้วยปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ออกเยี่ยมเยียนประชาชนที่ถูกน้ำท่วมใน ต.มะม่วงสองต้น ซึ่งถูกน้ำท่วมบ้านเรือนประมาณ 50 หลัง ถนนสายมะม่วงสองต้น ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซ.ม. รถยังสามารถผ่านไปมาได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามในหลายพื้นระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย คาดว่าหากน้ำจากเทือกเขาหลวง ต.กำโลน อ.ลานสกา ไหลลงมาสมทบจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ อ.เมือง และเขตเทศบาลในเช้าของวันนี้  ซึ่งทางนายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมตรีเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ได้ตั้งศูนย์บัญชาการฯ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาประจำเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอด 24 ชม.  ทางด้านพื้นที่ หมู่ 15 ต.ท่าเรือ อ.เมือง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรจำนวน 15 หลัง จำนวน 15  พื้นที่หมู่ 12 ต.ท่าเรือ จำนวน 25 ครัวเรือน  รวมทั้งพื้นที่ ต.กำแพงเซา อ.เมือง น้ำท่วมบ้านเรือนราษฏรเกือบทุกหมู่บ้านรวม จำนวน 585 ครัวเรือน

     โดยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการที่ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมทั้ง 23 อำเภอ มาตั้งแต่วันที่ 26-29 พ.ย.  2560 ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังบางพื้นที่ ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว  7 อำเภอ รวม 44 ตำบล  198 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ได้แก่ อ.ชะอวด บางขัน เชียรใหญ่  จุฬาภรณ์ พิปูน ทุ่งสง และ อ.ปากพนัง และได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) 4 อำเภอ คือ อำเภอชะอวด จุฬาภรณ์ บางขัน และอำเภอทุ่งสง มีประชาชนได้รับผลกระทบ 18,131 คน 6,461 ครัวเรือน ที่อยู่เสียหายบางส่วน 7 หลัง ด้านการเกษตรอยู่ระหว่างการสำรวจ ด้านสาธารณูปโภค ถนนเสียหาย 61 สาย สะพาน/คอสะพาน 3 แห่ง ฝาย 4 แห่ง ประปา 4 แห่ง  พนังกั้นน้ำ 1 แห่ง และอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม

     “สำหรับอำเภออื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยได้มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง สำหรับพื้นที่ชายฝั่งให้ระวังคลื่นลมแรง น้ำทะเลหนุนด้วย เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง โดยมีการเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ครบทั้ง 23 อำเภอแล้ว อย่างไรก็ตามขอแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2560 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมทั้งขอให้ดูแลและระมัดระวังเด็กอย่าให้เล่นน้ำ หรือผู้สูงอายุ เดินลุยน้ำตามลำพังโดยเด็ดขาด รวมทั้งผู้ที่ออกไปหาปลาอย่าไปคนเดียวเพราะอาจพลัดตกจมน้ำเสียชีวิตได้ หากมีเพื่อนไปด้วยก็จะสามารถช่วยเหลือกันได้ นอกจากนี้ขอให้ระมัดระวังเรื่องกระแสไฟฟ้าด้วย หากน้ำขึ้นสูงขอให้ย้ายปลั๊กและสวิทซ์ไฟขึ้นที่สูงหรือสับคัตเอ้าท์ลง ที่สำคัญต้องเตรียมข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นอื่น ๆ ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพในกรณีฉุกเฉินได้ประมาณ  5 วันด้วย เมื่อได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพก็ขอให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยหรือศูนย์อพยพที่กำหนดไว้ด้วย ในส่วนของสัตว์เลี้ยงจำพวกวัวควาย ได้จัดเตรียมหญ้าแห้งไว้แล้ว 580 ตัน แบ่งเป็นของจังหวัด 180 ตัน แจกจ่ายล่วงหน้าไปแล้ว 80 ตัน เหลือ 60 ตัน  และของกรมปศุสัตว์ 400 ตัน”

     นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา กล่าวอีกว่า  จากข้อมูลของสถานีอุตุนิยมวิทยานครศรีธรรมราช ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 มีปริมาณน้ำฝนสะสมวัดได้ 3,600 มิลลิเมตรแล้ว จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2,400-2,500 มิลลิเมตร หรือปริมาณน้ำฝนเกินไปแล้ว 1,100 มิลลิเมตร  ดังนั้นพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ พื้นที่ลาดเชิงเขา เพราะดินได้อุ้มน้ำเต็มที่แล้ว ซึ่งอาจจะเกิดดินถล่มได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนได้ระมัดระวังและติดตามการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิดด้วย หากมีการแจ้งให้อพยพก็ขอให้อพยพทันที เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้น หากต้องการความช่วยเหลือขอให้โทรสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 0 7535 8440  หรือ โทร.สายด่วน 1784  ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน.

ขอบคุณภาพ/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช

ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมรา


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ยุทธนะ เตมะศิริ


HASTAG : หักโค่น  ลมหัวด้วน  นครศรรีธรรมราช  เสียหาย  ถล่ม 

ติดตามข่าวอื่นๆ