เผยความในใจช่างสีรถยนต์พระที่นั่ง ร.๙ เหตุที่สมเด็จพระเทพฯ มีรับสั่งให้สารถีมาบอกว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดที่นายช่างทำแบบนี้ "


เดิมผมเป็นช่างทำสีรถยนต์ทั่วไป ภายใต้อู่เล็กๆ ที่มีพื้นที่เพียง ๒๕๐ ตร.ว. กระทั่งปี ๒๕๓๐  มีโอกาสร่วมแข่งขันช่างสีรถยนต์แห่งชาติ ที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำขึ้น จนได้รับรางวัลชนะเลิศช่างสีแห่งชาติในปีนั้น
ผ่านไป ถึงปลายปี ๒๕๔๑ มีเจ้าหน้าที่กองพระราชพาหนะของทางพระราชวัง แต่งกายชุดธรรมดาเข้ามาคุยที่อู่ ว่าจะให้ทำสีรถยนต์พระที่นั่ง ความรู้สึกตอนนั้นคิดเพียงว่า คงโดนอำเล่น ก็ได้แต่หัวเราะ และปฏิเสธไป
วันรุ่งขึ้นมีเจ้าหน้าที่จากพระราชวังเข้ามาอีกครั้ง แต่งชุดเต็มยศ พร้อมทั้งจดหมายจากสำนักพระราชวัง บอกว่า พรุ่งนี้ให้แต่งชุดสุภาพเข้าพระราชวังไปพบท่านรองราชเลขาธิการ 
 

เมื่อเข้าไปในสวนจิตรลดา ท่านรองฯ ถามว่าจะให้ดูแลทำสีรถยนต์พระที่นั่งทั้งหมด จะทำได้ไหม ตอนนั้นรีบตอบรับคำทันที
ปลายเดือนกันยายน มีขบวนนำรถยนต์ ร.ย.ล. คือรถโรลส์รอยซ์ซึ่งเป็นรถยนต์พระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ในพระราชพิธีสวนสนาม วันที่๕ ธันวาคมของทุกปี เข้ามาที่อู่
นาทีที่เห็นรถ เข่าอ่อนเลย วันแรกที่เห็นรถก็นั่งมองรถตั้งแต่ ๙ โมง ถึงตีสาม และฝากให้สารถีถามพระองค์ท่านว่า โปรดสีรถยนต์ยี่ห้อไหน แต่พระองค์ท่านมีรับสั่งกลับว่าให้ใช้สีที่นายช่างใช้ ผมเทียบสีด้วยสายตากับพื้นสีเดิมคือสีไข่ไก่ 
ก่อนที่ผมจะทำสีรถก็ก้มกราบตรงที่วางเบื้องพระบาทก่อนขึ้นรถยนต์ทุกครั้ง
ความรู้สึกในตอนนั้น เหนือคำว่ากดดัน เรียกว่าเป็นงานที่สูงส่งที่สุดในชีวิต ไม่กล้าแม้กระทั่งให้ลูกน้องช่วย ผมใช้เวลาอยู่กับการถวายงานชิ้นนี้เป็นระยะเวลานานกว่า ๑ เดือนเต็ม ตั้งแต่ถอด รื้อ เพื่อพ่นสีใหม่ทั้งคัน ปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจและระมัดระวัง ระหว่างที่ทำก็ต้องติดกล้องวงจรปิดส่งภาพให้ทางสำนักพระราชวังดู ตอนนั้นผมนอนเฝ้ารถยนต์พระที่นั่งเลย เพราะความปลอดภัยของพระองค์ท่านสำคัญที่สุด
ขณะกำลังทำงาน แม่มาเห็นเข้าก็ถามว่า "แล้วจะคิดเงินอย่างไร" ตอนนั้นผมตอบว่า "ยังไม่ได้คิดเลย" แม่ก็เสนอว่า 
"ให้ซ่อมถวายงานพระองค์ท่านเลยดีไหม เพราะว่าแม่เป็นคนจีนโล้สำเภามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารจากท่าน อยากจะตอบแทนคุณท่าน ให้ลูกทำแทนแม่ได้ไหม" 
ได้ฟังดังนั้น ผมก็รับคำแม่ทันที แม้ว่าขณะนั้นจะมีหนี้สินติดตัวอยู่เป็น ๑๐ ล้าน
เมื่อทำสีรถยนต์พระที่นั่งไปได้ประมาณ ๗ คัน มีผู้ใหญ่ทำจดหมายขึ้นกราบบังคมทูลพระองค์ท่านว่า นายช่างทูลเกล้าฯ ถวายค่าซ่อมรถทั้ง ๗ คัน ก็มีรับสั่งมาว่า “ขอบใจ”

แต่ตอนหลังสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งให้สารถีมาบอกว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดที่นายช่างทำแบบนี้ อยากให้นายช่าง รู้จักประมาณตน ว่า อะไรควรถวาย อะไรไม่ควรถวาย”
พระองค์ท่านคงทรงทราบว่า ผมมีปัญหาหนี้สินมาก จึงเตือนสติให้รู้จักประมาณตน ถือเป็นหลักคำสอนของพระองค์ท่านที่ยังอยู่ในความทรงจำ ที่ผมใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตตลอดไป
การได้มีโอกาสดูแลรถยนต์พระที่นั่ง ทำให้เห็นถึงความพอเพียงของพระองค์ เนื่องจากภายในรถยนต์พระที่นั่งนั้น เรียบง่ายมาก ไม่มีอะไรเลยที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก มีเพียงถังขยะเล็กๆ กับที่ทรงงานเท่านั้น หลายครั้งที่รถพระที่นั่งเข้ามาซ่อม สภาพรถยนต์ทรุดโทรมจากการใช้งานหนัก เนื่องจากเพิ่งทรงใช้ในพระราชกรณียกิจในพื้นที่น้ำท่วมจากต่างจังหวัดมา ภายในรถมีกลิ่นเหม็น ไม่ว่าจะเป็นพรมใต้รถมีน้ำแฉะขังและเบาะพระที่นั่งเปียกชื้น แสดงว่าน้ำก็ต้องเปียกพระบาทมาตลอดทาง จึงถามสารถีว่า ทำไมไม่รีบเอารถมาซ่อม ก็ได้คำตอบว่า ต้องรอให้เสร็จพระราชกรณียกิจก่อน แสดงให้เห็นว่า สำหรับพระองค์ท่านแล้ว ประชาชนชาวไทยมาก่อนเสมอ
พระราชกรณียกิจที่ผมยังคงประทับใจคือ พระองค์ท่านทรงใช้รถเสด็จฯไปโครงการชั่งหัวมันตอนตี ๒ สภาพรถยนต์พระที่นั่งตอนกลับมา เต็มไปด้วยสะเก็ดหินที่กระเด็นโดนรถ จนเป็นรอยขีดข่วนทั้งคัน ผมถามสารถีว่า ทำไมพระองค์ท่านถึงไม่เสด็จฯช่วงกลางวัน ได้รับคำตอบว่า พระองค์ท่านทรงเห็นแก่ประชาชน พสกนิกรได้รับความเดือดร้อน มาเป็นอันดับแรก
จากการได้มีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ทำให้ผมได้เห็นว่า พระองค์ทรงงานหนักมาก เพราะระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน แต่ระยะทางการใช้รถเป็นแสนกิโลเมตร รวมถึงได้เห็นถึงความพอเพียงของพระองค์มาตลอด เพราะกว่าที่พระองค์ท่านจะนำรถมาทำสีใหม่ก็มีรอยสีถลอกรอบคันแล้ว ถ้าเป็นคนใช้รถธรรมดาทั่วไปอย่างเราๆ แค่เป็นรอยเล็กน้อยก็คงเอามาทำสีใหม่แล้ว
 


ตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าปี ที่ปฏิบัติงานถวายพระองค์ท่าน ทั้งรถยนต์ตามขบวนเสด็จ รถใช้สอยในพระราชสำนัก และรถทรงพระราชพิธี ถือเป็นงานสูงส่งที่สุดในชีวิต ที่ทำให้เรายึดมั่นหลักคำสอนของพระองค์ ที่ทรงตรัสไว้ว่า "ให้รู้จักประมาณตน" มาเป็นหลักดำเนินชีวิตประจำวันตลอดมา 
จากชีวิตที่เป็นหนี้สินกว่า ๑๐ ล้าน ทำให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวมีความสุข แม้ว่าคุณแม่ผมจะจากไปแล้วแต่ด้วยพรจากพระองค์ท่านทำให้แม่ผมมีอายุยืนนานถึง ๙๔ ปี สิ่งเหล่านี้สะท้อนกลับมาหาผมเป็นทวีคูณ
อนันต์ ร่มรื่นวาณิชกิจ ช่างดูแลรถยนต์พระที่นั่ง
เจ้าของบริษัทเอสเอ ออโต้ ไฮเทค
ที่มา เวป พลังจิต http://palungjit.org
 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
กิตติ จิตรพรหม


HASTAG : อนันต์ ร่มรื่นวาณิชกิจ  ช่างซ่อมรถยนต์พระที่นั่ง ร.๙  ในหลวง ร.9  ในหลวง ร.9  สมเด็จพระเทพฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 

ติดตามข่าวอื่นๆ