เคหะฯจัดให้ นำบ้านเล็ก แลกบ้านใหญ่ แถมเงินกู้

เงื่อนไข รายละเอียดเป็นอย่างไร ติดตามเพจ Richman can do

   การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้เดินหน้าสนองนโยบายของรัฐบาลเต็มที่ ที่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและตามแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (2559-2579) ที่กำหนดกรอบในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้ให้ได้ 2,271,080 หน่วย ตามแผนโครงการ “บ้านแลกบ้านประชารัฐ”  คือการนำบ้านขนาดเล็กมาแลกบ้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม หรือบ้านที่มีราคาสูงกว่า  นอกจากนั้น กคช.เตรียมจัดตั้งกองทุนกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อบ้าน อีกด้วย

สำหรับรายละเอียดเบื้องต้น “บ้านแลกบ้าน” โครงการ “บ้านแลกบ้านประชารัฐ” ในเบื้องต้น มีดังนี้ กคช.เปิดโอกาสให้ประชาชนนำบ้านเอื้ออาทร มาแลกกับบ้านประชารัฐของ กคช. ด้วยกัน ซึ่งส่วนต่างของราคา กคช. จะเป็นสื่อกลางติดต่อสถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า โดยมีหลักทรัพย์เป็นตัวค้ำประกัน หรือบ้านเอกชนแลกกับบ้าน กคช. ซึ่งจะส่งผลดีในการช่วยลดซัพพลายที่เหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน กคช. ซึ่งมีหน่วยการซ่อมบ้าน สามารถปรับปรุงบ้านที่นำมาแลกให้มีสภาพสมบูรณ์ และจำหน่ายให้กับตัวแทนขายหรือโบรกเกอร์ เพื่อขายหรือให้เช่าต่อได้ด้วย
 

 

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติสนองนโยบายรัฐบาลเตรียมจัดทำโครงการ “บ้านแลกบ้านประชารัฐ” ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติที่มีบ้านขนาดเล็กและต้องการพื้นที่ใช้สอยได้มีขนาดบ้านที่ใหญ่ขึ้นเพื่อความสะดวกสบายของครอบครัว โดยนำบ้านเก่ามาแลกบ้านใหม่ของการเคหะแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่กว่าหรือบ้านที่มีราคาสูงกว่า สำหรับเงินส่วนต่างของราคาบ้าน การเคหะแห่งชาติจะเป็นสื่อกลางติดต่อสถาบันการเงินเพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า

หากไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การเคหะแห่งชาติจะนำโมเดล Leasing Agency มาใช้ กล่าวคือ ให้ลูกค้ายื่นกู้ขอสินเชื่อกับการเคหะแห่งชาติโดยตรงในลักษณะการเช่าซื้อ และในระหว่างที่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ การเคหะแห่งชาติจะจัดโครงการอบรมสร้างวินัยทางการเงินให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้ามีวินัยการเงินที่ดี ส่งค่างวดครบภายในเวลาที่กำหนด การเคหะแห่งชาติจะผลักดันเข้าสู่ระบบสินเชื่อของสถาบันการเงินอีกครั้ง วิธีนี้จะทำให้ลูกค้าสามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้

เนื่องจาก กคช.ได้เตรียมเงินกองทุนกว่า 5 พันล้าน ไว้ช่วยเหลือหากกู้สินเชื่อไม่ผ่าน ในส่วนของเงินส่วนต่างของราคาบ้าน  กคช. จึงนำโมเดลทางการเงินสมัยใหม่เข้ามาใช้ในดำเนินงาน โดยจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย คือ ให้ลูกค้ายื่นกู้ขอสินเชื่อกับ กคช. โดยตรงในลักษณะการเช่าซื้อ 


กองทุนดังกล่าวเบื้องต้นกำหนดวงเงินลงทุนไว้ที่ 5,200 ล้านบาท จะสามารถช่วยเหลือให้ผู้มีรายได้น้อยประมาณ 1.2 แสนครัวเรือน มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ ซึ่งเมื่อลูกค้ามีความพร้อมเข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน กคช. จะได้รับคืนเงินกู้ ซึ่งจะเพิ่มการหมุนรอบของกองทุนได้ถึง 10 รอบ หรือปล่อยสินเชื่อได้กว่า 50,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ลูกค้าที่ซื้อบ้านของ กคช. และขอเงินกู้จากสถาบันการเงิน จะมีอัตราถูกปฏิเสธสินเชื่อประมาณ 50% แต่ก็มีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง

โมเดลนี้นอกจากจะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองแล้วยังช่วยให้ กคช. มีสภาพคล่อง และมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยตั้งเป้าในปีงบประมาณ 2561 จะมีกำไรประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะนี้กองทุนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของ กคช. แล้ว อยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คาดว่าจะนำเสนอรายละเอียดการจัดตั้งกองทุนฯ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ภายในเดือนธันวาคม 2560 ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวเสรษฐกิจ  ข่าวตูน  ข่าวหุ้น  Richman can do  ข่าวชาวบ้าน 

ติดตามข่าวอื่นๆ