"เสี่ยปัญญา"-"เฮียฮ้อ" มวยถูกคู่ ใครครองใจคนดูได้มากกว่ากัน ...?

คว้าดาวคนละดวง แต่เป้าหมายเดียวกัน ติดตามเพจ Richman can do

ท่ามกลางความบอบช้ำของ ธุรกิจสื่อทีวีดิจิตัล แต่ในวิกฤติก็เป็นโอกาสของคนบางกลุ่ม ขึ้นกับว่า ใครจะมองเห็นและไขว่คว้ามาได้ก่อน วินาทีนี้คงหนีไม่พ้น 2  ค่ายสื่อทีวี ที่โดดเด่นสุด ในขณะที่เพื่อนร่วมวงการต่างเลือดกลบปากกันถ้วนหน้า
สำหรับ 2 บริษัทได้แก่ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS และ   บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK
มาดูกันที่ผลการดำเนินงาน หรือ การรายได้และการทำกำไรของทั้ง 2 จะพบว่า ต่างเติบโตขึ้นทั้งคู่ ขณะที่ค่ายอื่นขาดทุนยับ หรือ กำไรลดฮวบ แม้ทั้ง  2 ค่ายจะโดดเด่นต่างกัน แต่ก็เป้าหมายเดียวกัน ชิงความเป็นที่  1 ของทีวีดิจิตอล
RS เปิดเผยผลประกอบการงวด ไตรมาส3/60 ว่ามีกำไร 123.79 ล้านบาท หรือ 0.1281 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 303 % จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่ขาดทุน 60.99 ล้านบาท หรือ -0.0631 บาท/หุ้น  รับรายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามโดยมีรายได้ 422.8 ลบ. เพิ่มขึ้น 373.3 ล้านบาท หรือ 754.8%  ด้านรายได้จากสื่ออยู่ที่ 470.2 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน 5.7% หลังรายได้โทรทัศน์ดาวเทียม - วิทยุลดลง 
ส่วนผลดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 2560 มีกำไร 222.84 ล้านบาท หรือ 0.2305 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 59 ที่ขาดทุน 39.07 ล้านบาท หรือ - 0.0397 บาท/หุ้น 
 

สำหรับ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK ผลประกอบการไตรมาส3/60 กำไร 379.97 ล้านบาท หรือ 0.903 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 252% จากงวดเดียวกันที่มีกำไร 108.01 ล้านบาท หรือ 0.259 บาท/หุ้น  แบ่งเป็นรายได้จากรายการโทรทัศน์ เพิ่มขึ้น 315.26 ล้านบาท จากช่อง WORKPOINT ขณะที่รายได้จากช่อง WORKPOINT เพิ่มขึ้น 298.56 ล้านบาท ขณะที่สื่อออนไลน์มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 9.83 ล้านบาท 
ส่วนงวด 9 เดือนปี 2560 มีกำไร 926.14 ล้านบาท หรือ 2.206 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 59 ที่มีกำไร 270.63 ล้านบาท หรือ 0.649 บาท/หุ้น 
นอกจากนั้นทั้ง 2 บริษัทต่างวางแผนสร้างรายได้เพิ่มต่อเนื่อง โดย RS หันไปหารายได้เพิ่มหรือช่วงนี้เอาดีทางด้านธุรกิจขายเครื่องสำอาง ที่นำเข้ามาจากเกาหลี มากมาย ดาราในสังกัดก็ถูกดึงมาเป็นนายแบบ และ นางแบบ ผลิตภัณฑ์กันถ้วนหน้า เพื่อเพิ่มยอดขาย และไม่ต้องทุ่มเม็ดเงิน เพราะ RS มองศิลปินเป็นหนึ่งในคอนเทนต์  ต้องเพิ่มขีดความสามารถบริหารจัดการเพื่อสร้างรายได้ทุกมิติ งานโชว์ตัว และอีเวนท์ต่างๆ รวมถึงพรีเซนเตอร์สินค้า การแสดงทั้งละครและภาพยนตร์ เป็นต้น 
แค่นั้นไม่พอ RS มีแผนย้ายกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากกลุ่มสื่อ (MEDIA) ไปยังกลุ่มพาณิชย์ (COMMERCE)จะเริ่มยื่นเรื่องในต้นปี 61 และให้ตลาดฯพิจารณา เพราะปัจจุบันรายได้จากธุรกิจเฮลท์แอนด์บิวตี้ มีสัดส่วนที่มากกว่าธุรกิจสื่อแล้ว

บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 61 ไว้ที่ 5,300 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แบ่งสัดส่วนมาจากธุรกิจเฮลท์แอนบิวตี้ 47% ตามด้วยธุรกิจสื่อ 46% ธุรกิจเพลง 5% และธุรกิจอีเวนต์ 2% เพราะประเมินเศรษฐกิจไทยจะสดใสและขยายตัวดีขึ้นมากกว่า 4% เมื่อเทียบกับปีนี้ ล่าสุดมีฐานลูกค้ามากกว่า 7 แสนราย และคาดว่าปีหน้าจะขยับขึ้นเป็น 1.5 ล้านราย
ตั้งงบลงทุนราว 1,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในการพัฒนาคอนเทนต์สำหรับ ช่อง 8 ราว 1,700 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกราว 100 ล้านบาท จะใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบ IT
ด้านธุรกิจทีวีดิจิทัล“ช่อง 8"ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาทในปีหน้า พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดผู้ชม (eye ball) ขึ้นเป็น 7 แสนคน/นาที จากปีนี้ที่ราว 5 แสนคน/นาที ประกอบด้วย“ข่าว"ที่ครองแชมป์อันดับ 1 “เล่าง่าย ดูง่าย เข้าใจง่าย" ตามด้วยสุดยอดรายการ “มวย" ไทยและต่างประเทศเอาใจคอกีฬา
รวมทั้งคว้าอภิมหา “ซีรีส์" บอลลีวู้ดโด่งดังระดับโลก 2 เรื่องใหม่ คือ “วัลลัภ มหาราชย์รักสุดแผ่นดิน"และ“พิฆเนศ มหาเทพไอยรา" ต่อด้วย“ละครใหม่"10 เรื่องรวด ปิดท้ายด้วยรายการใหม่ “เกมเรียงเบอร์"เกมโชว์วาไรตี้ดูทุกวันลุ้นเงินล้านทุกวันเจาะกลุ่มครอบครัว ทำให้คาดว่าสิ้นปีหน้าจะมียอดผู้ชมเพิ่มขึ้นตามเป้า เตรียมขึ้นค่าโฆษณาอีก 45% เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนม.ค. นี้  จากเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาทต่อนาที เป็น 40,000-50,000 บาทต่อนาที เร่งขยายฐานผู้ชมต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์ดึงคอนเทนต์มาไลฟ์สดบนเฟสบุ๊คคู่ขนานไปกับแพลตฟอร์มหน้าจอทีวี และตลาดต่างประเทศรุกขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติม
 


ส่วนธุรกิจเพลง ตั้งเป้ารายได้ 250 ล้านบาท จากการใช้กลยุทธ์ Artist Centric ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ดนตรีไร้ขอบ" ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพลงลูกทุ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นค่ายเพลงที่ตอบโจทย์คนฟังครบถ้วนทุกแนวเพลง โดยจะเริ่มใช้โลโก้ "อาร์สยาม" โฉมใหม่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ โดยเตรียมอัดอีเวนต์ตลอดทั้งปีหวังเพิ่มมูลค่าคุ้มค่าผู้ซื้อเวลาโฆษณา 

สำหรับ เวิร์คพอยท์ สุรการ ศิริโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินการลงทุน ปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้พุ่งแตะ 3,700 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,686.30 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจมีแนวโน้มเชิงบวกต่อเนื่อง โดยคาดว่าอัตราค่าโฆษณาทั้งปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 69,000 บาทต่อนาที ซึ่งในไตรมาส 3/60 อยู่สูงถึง 80,000 บาทต่อนาที ส่วนเรทติ้งปีนี้คาดว่าสิ้นปีจะรักษาให้อยู่ที่ 1.4-1.5 จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.4 ซึ่งบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป้าหมายธุรกิจ ในเดือน พ.ย.นี้ บริษัทมีแผนจะเดินทางไปนำเสนอข้อมูลที่ประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง ให้ข้อมูลทางธุรกิจกับนักลงทุนต่างชาติ จากปัจจุบันถือหุ้นอยู่ประมาณ 12-13% ซึ่งมีโอกาสที่ต่างชาติจะถือหุ้นเพิ่มขึ้นในอนาคต 
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า แม้ทั้ง 2 บริษัทค่ายสื่อ ต่างมีแผนดำเนินงานที่จับตลาดกันคนละกลุ่ม เพราะ RS ของเฮียฮ้อ จะไปเน้นด้านธุรกิจเฮลท์แอนบิวตี้ ส่วน WORK เน้นเจ้าตลาด
รายการเกมส์โชว์และวาไรตี้  แต่เป้าหมายปลายทางเดียวกันคือ ใครจะครองแชมป์เรตติ้ง อันดับ 1  ทีวีดิจิตอล ได้ยาวนานกว่ากัน หรือ ดึงให้คนดูติดช่อง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย เบื่อง่าย ไม่ผูกผันกับเจ้าใดนาน ทั้งขณะนี้ก็มีอีกหลายค่ายที่ซุ่มเงียบ รอวันเผยโฉม นะ  
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ