แจกเงินอีกแล้ว"ซานต้าตู่" ตั้งกองทุนให้ นู๋ เรียน

ครม.อนุมัติร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษา ติดตามเพจ Richman can do

กอบศักดิ์ ภู่ตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่มี น.พ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน ซึ่งรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 30 พ.ค.60 เนื่องจากกรณีดังกล่าวต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 คือรัฐบาลต้องดำเนินการภายใน 1 ปีหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60
 "เป็นการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เสริมสร้างคุณภาพและประสิทธิภาพของครู โดยให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณจัดตั้งกองทุนดังกล่าว และเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคทรัพย์สินกองทุนดังกล่าวได้โดยได้รับการลดหย่อนภาษี" กอบศักดิ์ กล่าว 

 

 สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำส่วนหนึ่งเกิดจากการได้รับการศึกษาไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในช่วงวัยแรกเกิดจนถึง 6 ปี ซึ่งอาจเกิดจากทุนทรัพย์ของผู้ปกครอง คุณภาพของสถานศึกษา โดยกองทุนดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือ 4.3 ล้านคน ประกอบด้วย 6 กลุ่ม คือ 1.เด็กเล็ก (0-2 ขวบ) ของครอบครัวที่ขาดทุนทรัพย์ 2.เด็กก่อนวัยเรียน (3-5 ขวบ) ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส 3.เด็กและเยาวชนในระบบการศึกษาภาคบังคับ 4.กลุ่มครูและอาจารย์ 5.การจัดทำระบบข้อมูล และ 6.การพัฒนาระบบนวัตกรรม
 โดยเงินทุนจะมาจาก 4 แหล่ง คือ 1.ทุนประเดิมจากรัฐบาล 1 พันล้านบาท 2.เงินอุดหนุนรายปี ซึ่งจะต้องไปหารือกันถึงจำนวนที่เหมาะสม แต่เบื้องต้นมีข้อเสนอ 5% ของงบประมาณที่ช่วยการศึกษาเด็กยากจน หรือราว 2.5 หมื่นล้านบาท 3.เงินบริจาคของผู้เสียภาษีคนละไม่เกิน 5 พันบาท/ปี ซึ่งสามารถนำไปหักลดภาษีได้สองเท่า แต่ต้องไม่เกิน 10% ของรายได้ ส่วนนิติบุคคลต้องไม่เกิน 2% ของกำไร หรือ 5 แสนบาท และ 4.เงินจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล 
"นายกฯ ให้มุ่งสู่เป้าหมายการช่วยเหลือของรัฐบาลคือเด็กปฐมวัย ซึ่งมีผลการศึกษาว่าเป็นกลุ่มที่รัฐบาลลงทุนไปแล้วได้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากที่สุด และไม่ซ้ำซ้อนกับกองทุนฯ ที่มีก่อนหน้านี้" กอบศักดิ์ กล่าว 
นอกจากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ วาระ 3 ปี เป็นกองทุนอิสระที่ทำงานภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี


สำหรับกองทุนฯ นี้มีที่มาจาก คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่มี นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการ มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.... ตามที่คณะอนุกรรมการกองทุนฯ เสนอ เพื่อนำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเผยแพร่แก่ประชาชนและรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แล้ว โดยคณะกรรมการอิสระฯ จะนำเสียงสะท้อนจากประชาชนและหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องมาปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.อีกครั้ง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน และออกเป็นกฎหมายเพื่อประกาศใช้ได้ทันในเดือนเมษายน 2561 ตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
ด้านดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานอนุกรรมการกองทุนฯ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มุ่งหวังให้กองทุนเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยตั้งเป้าว่าภายใน 5-10 ปีจะลดความเหลื่อมล้ำและให้คนได้รับโอกาสทางการศึกษา สำหรับแหล่งเงินทุนจะมาจากงบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก ซึ่งในร่าง พ.ร.บ.ยังยืนยันที่จะให้รัฐลงทุนเงิน 5 บาทแรกจากงบด้านการศึกษาของประเทศ หรือเป็นเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 50 สตางค์สุดท้ายหรือเป็นเงินเพียง 3,000 ล้านบาทเหมือนที่ผ่านมา หากรัฐไม่สามารถที่จะจัดสรรให้ได้ทั้งหมดก็อาจใช้วิธีตามความเหมาะสม เช่น การเกลี่ยจากงบกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้เสียภาษีมีสิทธิ์แสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ให้รัฐนำเงินที่เสียภาษีไปอุดหนุนกองทุนได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นแค่ประมาณการ ยังต้องมีการปรับปรุงต่อไป
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวตูน  ข่าวหุ้น  Richman can do  ข่าวหวย  ข่าวการเมือง 

ติดตามข่าวอื่นๆ