3 หุ้น บันเทิงเฮี้ยน

หุ้นสื่อไม่ขี้เหร่ไปหมดทุกตัว มีตัวไหนบ้าง  ติดตามเพจ Richman can do

3 หุ้นกลุ่มสื่อที่ดูเป็นหน้าตา ของกลุ่มนี้คงต้องยกให้ หุ้น บมจ.อาร์เอส RS หุ้น บมจ.เวิร์ค พอยท์ WORK  และ หุ้น บมจ.โมโน เทคโนโลยี่ (MONO)
อย่างไรก็ตาม หุ้นอาร์เอส ได้ขอย้ายตัวเองออกจากกลุ่มสื่อ ไปสู่กลุ่มพาณิชย์ แล้ว โดยให้เหตุผลธุรกิจสุขภาพและความงาม ทำรายได้ดีมาก แม้ในความจริงที่ไม่อยากอยู่กลุ่มสื่อ เพราะสภาพโดยรวมของธุรกิจสื่อ มันกดดันราคาหุ้น ไปให้เดินหน้า  เพราะนักลงทุนคงไม่ชอบกลุ่มนี้ เนื่องจากส่วนใหญ่ขาดทุนทั้งนั้น ตามสภาวะเศรษฐกิจ
มาเริ่มกันที่หุ้น  RS ราคาพุ่งขึ้นมาจาก 15 บาท ราวเดือนกันยายน และวันที่  20 พ.ย. อยู่ที่ระดับ 27.75 บาท เมื่อเวลา 10.06 น.  เท่ากับว่าภายในเวลาเกือบ 3 เดือนหุ้นขึ้นมาราว 12 บาท
บล.ทิสโก้   เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 30 บาท จากปัจจัยบวกในปีหน้าที่เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจมีเดียจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทด้วยการขายแยกรายการหลังจากเรตติ้งที่เพิ่มขึ้นและธุรกิจ Health & Beauty (H&B) มุ่งเน้นขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มคู่ค้า partner ช่วยจำหน่ายสินค้าและเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ SKUs อีกทั้งการควบคุมต้นทุนลดค่าใช้จ่ายทำให้อัตราทำกำไรเพิ่มขึ้น เราปรับประมาณการเพิ่มขึ้น คาดกำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดในปี 2018-19 ที่ 134% และ 47% ตามลำดับ
 ผลประกอบการงวด Q3/60 ว่ามีกำไร 123.79 ล้านบาท หรือ 0.1281 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 303 % จากงวดเดียวกันปี 2559 ที่ขาดทุน 60.99 ล้านบาท หรือ -0.0631 บาท/หุ้น หลังรายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตสวนทางสภาพเศรษฐกิจ โดยมีรายได้ 422.8 ลบ. เพิ่มขึ้น 373.3 ล้านบาท หรือ 754.8% 

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RS

บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.อาร์เอส (RS) หลังจากผลประกอบการไตรมาส 3/60 ที่ 124 ล้านบาท พลิกฟื้นจากขาดทุน 61 ล้านบาทในไตรมาส 3ปี59 และเพิ่มขึ้น 138% เมื่อเทียบไตรมาส ต่อ ไตรมาส (qoq) จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจสื่อ และธุรกิจสุขภาพและความงาม
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4 ปีนี้ คาดใกล้เคียงกับไตรมาส 3/60 โดยจะไม่ได้รับผลกระทบจากช่วงไว้อาลัยเดือน ต.ค.60 มากนัก เพราะการเติบโตของยอดขายธุรกิจสุขภาพและความงามช่วยสนับสนุน
สำหรับแนวโน้มปี 61 ทิศทางผลประกอบการสดใสมากต่อเนื่อง ด้วยการเติบโตของธุรกิจสุขภาพและความงาม และการขึ้นราคาค่าโฆษณา พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปีนี้และปีหน้าขึ้น 18% และ 59% ตามลำดับ โดยให้ราคาพื้นฐานใหม่ปี 61 ที่ 28.00 บาท
 นายดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน  RS เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าเต็มลูกสูบเตรียมข้อมูลยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อย้ายหมวดจากสื่อเป็นพาณิชย์ จากอานิสงส์ของรายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตเกิน 600% จากปีก่อน และทำมาร์จิ้นได้สูงกว่าคู่แข่งในตลาด ทำให้ปัจจุบันเป็นตัวทำกำไรสูงสุดของบริษัท

หยวนต้า(ประเทศไทย) ให้น้ำหนักการลงทุน เลือก MONO เป็น Top pick ของกลุ่มเพราะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เตรียมรับความบันเทิงต่อจากนี้  
มี 3 เหตุผลที่ให้น้ำหนักการลงทุน "มากกว่าตลาด" 1) เรามองว่าอุตฯ บันเทิงจะผ่านจุดต่ำสุดใน 4Q60 นี้ก่อนกลับมาเติบโตตลอดทั้งปีในปีหน้า  2) การปรับลดค่าธรรมเนียมทีวีดิจิตอลเป็นบวกต่อผู้ประกอบการชัดเจน 3) แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะติดลบแต่มีหุ้นหลายตัวในกลุ่มที่มีกำไรโดดเด่น  เราเลือก MONO เป็น Top pick ของกลุ่ม คาดผลประกอบการ turnaround แต่ราคาหุ้นยัง Underperform กลุ่ม

นีลเส็น มองว่าปี 2561 คาดเม็ดเงินโฆษณาฟื้นตัวจะกลับมาเติบโต 5% YoY  ในปี 2561 สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว  กอปรกับฐานที่ต่ำในปี 2560  คาดสื่อหลักอย่างโทรทัศน์จะกลับมาเติบโตจากฐานที่ต่ำ แต่เม็ดเงินจากผู้ประกอบการคาดว่ายังกระจุกตัวอยู่เพียง 7-8 ช่อง ที่มีเรทติ้งสูงสุดเท่านั้น ภายใต้การแข่งขันที่ยังรุนแรง โดยช่องที่มีแนวโน้มเรทติ้งดี และชิงส่วนแบ่งตลาดได้เพิ่มขึ้น อย่างช่อง Workpoint  Mono29  ช่อง 8 (RS) และ ONE (GRAMMY) จะได้อานิสงค์เชิงบวกนี้ นอกจากนี้ปีหน้ากลุ่มทีวีดิจิทัลมีประเด็นบวกจากการที่กสทช.มีมติเห็นชอบให้ปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแบบขั้นบันได ซึ่งหากประกาศใช้จะทำให้ต้นทุนเฉลี่ยสำหรับค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ กสทช.ลดลงจาก 1.55% เป็น 0.67% ซึ่งบริษัทที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือบริษัทที่มีรายได้ทีวีดิจิทัลต่อรายได้รวมสูง  อันดับแรกได้แก่ WORK  รองลงมาเป็น MONO  
อย่างไรก็ตามกลุ่มสื่อที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตเด่นกว่าค่าเฉลี่ยในปีหน้า  ได้แก่ 1) กลุ่มสื่อโฆษณาดิจิทัล (Facebook You tube Line) คาดเติบโตราว20% ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นต่อเนื่อง ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป 2) กลุ่มสื่อโฆษณาโรงภาพยนต์ จากแผนขยายโรงภาพยนตร์ของผู้ประกอบการรายใหญ่ และภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่เลื่อนฉายจากปีนี้ และ 3) กลุ่มสื่อโฆษณานอกบ้านที่เติบโตต่อเนื่องตามการขยายของชุมชนเมืองและเส้นทางรถไฟฟ้า  


นวมินทร์ ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่การตลาด  MONO  กล่าวว่า ปี 61 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มเรตติ้งมาที่ 1.2 จากปีนี้คาดอยู่ที่ 0.9 ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถปรับเพิ่มค่าโฆษณาขึ้นอีก 50% จากปัจจุบันที่ 2.8 หมื่นบาทต่อนาที เนื่องจากบริษัทจะนำคอนเทนท์จากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงได้แก่ FOX และ NBA เข้ามาเพิ่มเติมในช่วงปี 61 ประกอบกับจะมีการเปิดตัว เว็บไซต์รับชมวิดีโอออนไลน์ของบริษัทในชื่อ seeme.com ในช่วงเดือนธ.ค.นี้
นอกจากนี้ ปี 61 ตั้งงบลงทุน จำนวน 800 - 900 ล้านบาท ใช้ในการซื้อคอนเทนท์ต่างๆ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาธุรกิจขายสินค้าผ่านช่องทางทีวี (TV Shopping) ซึ่งจะมีการทดลองขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนต์ เช่น คอลเลคชั่นซูเปอร์ฮีโร่ ในช่วงเดือนธ.ค.นี้ ถึง ม.ค.ปี 61 ซึ่งคาดว่าจะใช้งบลงทุนในระดับไม่เกิน 10 ล้านบาท

ส่วน WORK  ที่เด่นสุดของกลุ่มสื่อ  
ถึงขนาด บล.ทิสโก้  ปรับราคาเป้าหมายใหม่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 110 บาท จาก 89 บาท  กำไรสุทธิ 3Q17 สดใส จากรายได้โฆษณาที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่าย 
และธุรกิจทีวีเติบโตอย่างรวดเร็วจากคอนเทนท์ที่เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น  จากการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายที่ลดลง  โดยเรายังคงคาดรายได้จากธุรกิจดิจิทัลทีวีเพิ่มขึ้นจากเรตติ้งที่เพิ่มขึ้น มีอัตราค่าโฆษณาปี 2017-19  เฉลี่ย 75,000 บาท – 95,000 บาท/นาที และอัตราการใช้สื่อโฆษณาอยู่ที่ 70-75% และยังคงคาดรายได้จากออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 230 ล้านบาท สำหรับงบต้นทุนการผลิตรายการปี 2017 อยู่ที่ 700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาราว 10%


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : หุ้นเอสพีซีจี  หุ้นไทยพาณิชย์  Richman can do  หุ้นพลังงาน  ตูน-ก้อย 

ติดตามข่าวอื่นๆ