ได้เวลา LTF- RMF ลุย...

รีบอ่าน โผหุ้นเข้า SET50  ติดตาม เพจ Richman can do

งาน SET in the city รอบสุดท้ายของปีนี้ได้เริ่มแล้ว ตังแต่วันที่ 16-19 พฤศจิกายนนี้ ภายในงานสถาบันการเงินหลายแห่ง นำกองทุน LTF และ  RMF ไปเปิดขายในงานมาก ทำให้คาดเดาได้ว่า ตั้งแต่นี้ถึงสิ้นปีนี้ เม็ดเงินลงทุนผ่าน LTF น่าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โบรกเกอร์หลายแห่งมองว่า SET Index จะผ่านช่วงการปรับฐานในอีกไม่ช้า ที่บริเวณต่ำกว่า 1700 จุด ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสะสมหุ้น โดยยังเลือกสะสมหุ้นที่มีผลกำไรโดดเด่นต่อในปี 2561 
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นจากนี้ไป คงมีการปรับฐานลงบ้าง  แต่ไม่ใช่ขาลง เพื่อให้กองทุน LTF  RMF  ได้เข้าไปซื้อหุ้น

อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดกระโดดในแดนบวก ได้รับอานิสงส์มาจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวขึ้น ตามการประกาศเห็นชอบแผนปฎิรูปภาษีของสหรัฐ โดยอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง แต่จะได้รับเม็ดเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF จากการจัดงาน SET in the city เข้ามาหนุน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน มีมุมมองว่า ปัจจัยบวกภายในจากงาน SET in the city ช่วยหนุนและรอการทยอยซื้อของกองทุน LTF ช่วงปลายปี
นอกจากนั้นหุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 รอบนี้มี 3 บริษัท คือ SAWAD, TPIPP, CENTEL คาดว่าจะหลุด SET50 คือ SCCC, TPIPL, PSH ส่วนหุ้นที่คาดจะเข้า SET100 รอบนี้มี 11 บริษัท คือ TPIPP, JAS, ESSO, HANA, ORI, WHAUP, UV, PSL, STA, GGC, JMART และคาดจะหลุดคือ คือ SCCC, VGI, LHBANK, S, PLANB, THANI, TVO, MALEE, BIG, PTL, STPI กลยุทธ์ SET50/100 แนะนำ SAWAD, TPIPP, CENTEL/WHAUP, UV
 


ด้านธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT)  แนะทยอยซื้อ LTF/RMF ในช่วงนี้ เพราะหากรอซื้อในเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงที่ราคาปรับขึ้นสูง
 ดุษณี เกลียวปฏินนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารผลิตภัณฑ์การออม ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยว่า อยากชวนลูกค้ามาบริหารจัดการเงินช่วงเวลาที่เหลืออีก 1 เดือนกว่า ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกันแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ปี 2560 มีการเปลี่ยนแปลงภาษี ผลกระทบสำคัญต่อบุคคลธรรมดา คือ หากคำนวณรายได้ออกมาไม่ถึง 25,833 บาทต่อเดือน ไม่ต้องเสียภาษี จากเดิมรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดา สามารถหักค่าใช้จ่าย 50% หรือสูงสุด 100,000 บาท จากเดิม 40% สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท และ ค่าลดหย่อนเพิ่มเป็น 60,000 บาท จากเดิม 30,000 บาท

ดังนั้นจังหวะนี้ควรทยอยซื้อ LTF/RMF ได้แล้ว หากรอซื้อช่วงเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงที่ราคาปรับขึ้นสูง อย่างไรก็ดี ควรมองการซื้อ LTF/RMF เป็นการลงทุนระยะยาว เป็นการลงทุนเพื่อเป้าหมายชีวิตในระยาว เช่น ลงทุนเพื่อการศึกษาบุตรในอีก 5-10 ปีข้างหน้า หรือลงทุนเพื่อการเกษียนณอายุ ซึ่งควรคำนึงถึงผลตอบแทน มากกว่าแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษีในระยะสั้น ที่จะได้รับแค่ปีแรกที่ลงทุนเท่านั้น ดังนั้น ควรเลือกลงทุนโดยดูผลตอบแทนเป็นหลักซึ่งสถิติจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า หากลงทุนระยะยาวจะให้ผลตอบแทนประมาณ 10% ขึ้นไป บวกปันผลอีก 3% โดยรวมผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 12-15%

อย่างไรก็ดี แนะนำซื้อ LTF ไม่เกินสิทธิลดหย่อนทางภาษี เพราะหากขายออกไปกำไรจากการขายจะถูกนำกลับมาคำนวณภาษี ดังนั้น ส่วนที่เกินสิทธิ ควรนำไปลงทุนทางเลือกอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นไปอีก เลือกซื้อ LTF โดยดูผลการดำเนินงาน และแนะนำซื้ออย่างน้อย 3 กอง เพื่อป้องกันความผันผวนของอัตราผลตอบแทน

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS Research)   มองว่า ยังไม่เกิดสัญญาณเงินทุน (Fund Flow) ไหลออก การขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศเป็นเพียงแค่การพักลงทุนเท่านั้น : แม้นักลงทุนต่างประเทศจะยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องมา 6 วันติดต่อกัน 1.07 หมื่นล้านบาท และทำให้ตลอดเดือน พ.ย.60 มียอดขายสุทธิสะสม 1.51 หมื่นล้านบาท กระนั้นก็ยังไม่พบสัญญาณของ Fund Flow ไหลออก ซึ่งดูได้จากค่าเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 2 ปี 7 เดือนที่ 32.91 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนว่าต่างชาติเพียงแค่พักการลงทุนใน SET และเงินยังไหลวนเวียนอยู่ในประเทศ โดยมีความเป็นไปได้ที่บางส่วนจะนำไปพักในตราสารหนี้ เห็นได้จากช่วง 6 วันที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตราสารหนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นการเข้าซื้อในตราสารหนี้อายุต่ำกว่า 1 ปีถึง 1.70 หมื่นล้านบาท 
 KS Research ยังคงมุมมองว่า หุ้นที่สามารถเคลื่อนไหวดีกว่าตลาดต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเลือก IVL GUNKUL และ BBL เป็น Top Pick 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : KBANK  SCB  Richman can do  หุ้นSAWAD  ตูน-ก้อย 

ติดตามข่าวอื่นๆ