จับตาเก้าอี้”ก.เกษตร” ลือสะพัด ตั้ง”บิ๊กเบี้ยว ”เสียบแทน”บิ๊กฉัตร” เคยบอกลดสัดส่วน”นายพล” เปิดทางมืออาชีพ?

กำลังถูกสังคมจ้องจับตาไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังจากเดินทางกลับเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ที่กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถือโอกาสปรับคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี ที่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำและปัญหาปากท้องของประชาชน

 

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการบริหารจัดการกระทรวงด้านเศรษฐกิจนั้นเป็นเรื่องที่ทหารไม่ถนัด ซึ่งอาจจะเดิมพันด้วย ชาติและคนไทยทั้งประเทศเป็น จึงจำเป็นที่จะต้องมีรัฐมนตรีมืออาชีพตรงกับความรู้ความสามารถและเป็นที่ยอมรับอย่างสูงเข้ามาบริหารโดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อของการเปลี่ยนผ่าน

 

แรงกดดันของประชาชนไม่ว่าจะเป็นผลสำรวจของโพลสำนักต่างๆ จนนำไปสู่การเกิดกระแสโยกย้าย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตร จึงเกิดกระแสข่าวลือโดนโยกให้ไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลังจากพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีตรมว.แรงงาน ยืนใบลาออกยกทีม  

ถึงแม้ว่า พล.อ.ฉัตรชัย จะได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวโดนโยกย้ายดังกล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่มีความเห็นใดๆ  แต่กลับมีเสียงล่ำลือหนาหูว่า บิ๊กเบี้ยว “พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข” ประธานคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยหรือ กยท. จะเป็นผู้ที่ขึ้นมาดูแลบริการงานต่อจากพล.อ.ฉัตรชัย

โดยเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาแต่งตั้ง พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เป็นประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย(บอร์ดกยท.) “บิ๊กเบี้ยว” จบการศึกษาจาก โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 15 จากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 26 เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยทูตทหารไทย กรุงบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี ต่อมาเป็นผู้อำนวยการกอง กรมยุทธการทหารบก จนเลื่อนตำแหน่งเป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็น รองเสนาธิการทหารบก ในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ได้ขึ้นดำรงตำแหน่ง เสนาธิการทหารบก แทนพลเอก อักษรา เกิดผล หรือ บิ๊กโบ้ บุตรชายของพลเอก สายหยุด เกิดผล อดีต ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

"การจะตั้ง “บิ๊กเบี้ยว” มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียง?? และ “พล.อ.ประยุทธ์” มีเหตุผลอะไรถึงจะต้องนำ”ทหาร” มาบริหารงาน”เกษตร“?? ซึ่งที่ผ่านมาผลงานการบริหารกระทรวงด้านเศรษฐกิจของรัฐมนตรีที่มาจากทหารหลายกระทรวงต้องยอมรับว่าไม่เข้าตามหาชนเท่าที่ควร อีก ขณะเดียวกับ ครม.ทหารกับพลเรือนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งขึ้นเองกับมือ ก็ไม่สามารถทำงานอย่างเข้าขากันได้เท่าที่ควร ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมา มีเสียงซุบซิบออกมาในทำนองว่า “รัฐมนตรีคนโน้นไม่พอใจรัฐมนตรีคนนี้” ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน โดยยอมรับการ อาจพิจารณาลดสัดส่วนทหารใน ครม.ลง และเปิดโอกาสให้พลเรือนมาทำหน้าที่มากขึ้น 


อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงครม.นั้น ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลจากการรังเกียจทหารอย่างที่ พล.อ.ฉัตรชัย ได้ตั้งปมเอาไว้ ว่า "ไม่เข้าใจว่าทำไมรังเกียจทหารกัน ทำไมทหารทำงานไม่ได้หรือไร ผมก็ทหาร ผมมาอยู่กระทรวงเกษตรฯ ผมก็ทำงานได้”

 

แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว จากผลสำรวจของพี่น้องประชาชน ซึ่งชัดเจนแล้วว่า ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลง ของครม.เกิดขึ้น มีทั้งรัฐมนตรีกระทรวงที่มาจาก”ทหาร”และเป็น”พลเรือน “ ตลอดระยะของการยึดอำนาจของคสช. นั้น กระทรวงที่ทหารนั่งบังคับการอยู่นั้น ผลงานแทบจะไม่เข้าตาพี่น้องประชาชนนัก ดังนั้นการปรับครม.ประยุทธ์ 5 ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ต้องเลิกเกรงใจเพื่อนพ้องน้องพี่แล้วหันมายึดชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม


HASTAG : ครม.  ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ติดตามข่าวอื่นๆ