นิด้า!!!! ชี้ทิศทาง ศก. ปีหน้า

คนไทยจะลืมตาอ้าปากกันได้หรือไม่?กับศก.ไทยปี 61 ติดตามได้ที่เพจ Richman can do...

ผู้อำนวยการหลักสูตร MPPM NIDA แนะรัฐบาลชูนโยบายการคลัง เร่งเบิกจ่ายงบปี 61 ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ พ.ร.บ.ระเบียบฉบับใหม่

หวังช่วยกระจายเงินลงสู่ระดับรากหญ้า ผ่านการพัฒนาโครงการในท้องถิ่น พร้อมต่อยอดภาคการท่องเที่ยวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชน

เพื่อหนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือน ช่วยดันเศรษฐกิจไทยในปีนี้เติบโตตามเป้า

รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน

สำหรับนักบริหาร (MPPM Executive program) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

มีทิศทางที่ดีขึ้นทั้งภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปี  ขณะที่การเติบโตของภาคการท่องเที่ยวของไทยก็มีความโดดเด่น

โดยล่าสุดประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากเป็นอันดับ 10 ของโลกด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 32.6 ล้านคน

และมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยรายได้กว่า 49,900 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ โดยคาดว่าในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 4%

ดังนั้น รัฐบาลควรฉวยโอกาสนี้ สนับสนุนให้การท่องเที่ยวของไทยเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เม็ดเงินถึงมือประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการสนับสนุนให้ท้องถิ่น

รู้จักการพึ่งพาและร่วมมือขับเคลื่อนการท่องเที่ยว อันจะเป็นฐานรายได้ของประเทศที่สำคัญต่อไปได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ภาครัฐควรใช้นโยบายการคลังผลักดันเศรษฐกิจ

โดยเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 61 และดำเนินการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตามระเบียบใหม่ที่ค่อนข้างสร้างความล่าช้า ให้มีความชัดเจนและสามารถดำเนินการได้อย่างเร่งด่วน

เพื่อผลักดันให้งบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะงบท้องถิ่นซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับรากหญ้าโดยตรงสามารถเบิกจ่ายได้เร็วขึ้น ส่งต่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ 3.5% – 4.0% ในปีนี้  


รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับนักบริหาร (MPPM Executive program) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

“การใช้นโยบายการเงินในช่วงนี้เป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม แม้ภาวะอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม เนื่องจากสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง  

เราจึงได้เห็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติไว้ที่ 1.50% ดังนั้น ภาครัฐควรใช้นโยบายการคลังเร่งผลักดันการจ่ายงบประมาณแผ่นดินปี 2561

เพื่อให้เงินไหลลงสู่ท้องถิ่นซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า พร้อมต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อยอดรายได้ สร้างรอบเงิน

สร้างงานและสร้างรายได้ให้ครัวเรือนมีกำลังซื้อดีทีขึ้น” รศ.ดร.มนตรี กล่าว


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : สังคม  ตลาดหลักทรัพย์  การเมือง  เศรษฐกิจ  หวย 

ติดตามข่าวอื่นๆ