โคตรเด็ด! "นักวิชาการดัง"ขอดเกล็ด เหตุใด"พวกลิเบอร่าน" จึงแซะ"ตูน บอดี้แสลม"ไม่เลิก ที่แท้แสลงใจที่"ตูน" เป็นก้างขวางคอลัทธิตาสว่างของพวกเขา


โคตรเด็ด! "นักวิชาการดัง กิตติทัช ชัยประสิทธิ์" เฉลยเหตุใด "พวกลิเบอร่าน-ที่อ้างตัวเป็นฝ่ายก้าวหน้า" หลายต่อหลายคนจึงโพสต์แซะ "ตูน บอดี้แสลม" นักร้องดัง ที่วิ่งหาเงินช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศจากใต้สุดสู่เหนือสุดไม่เลิกรา โดยชัดว่า "ตูน" นั้น ถูกนักวิชาการ หรือพวกที่อ้างว่าตัวเองเป็นเสรีชน-ฝ่ายก้าวหน้า ที่ออกไปในโทนถือหางระบอบทักษิณเหน็บแนมมาโดยตลอด โดย "กิตติทัช" ระบุชัดว่า เพราะ "ตูน" เป็นของแสลงสำหรับคนพวกนี้ คิอ เป็นก้างขวางของปัญญาชนลัทธิตาสว่าง ซึ่งคนเหล่านี้ มักอ้างทำนองว่า พวกเขาเหนือกว่า เพราะคนไทยส่วนใหญ่ (ที่ไม่ใช่พวกเขา) โดนปิดหูปิดตาตลอดเหมือนคนอยู่ใน "กะลา" ดังที่พวกเขาเรียกแผ่นดินเกิดว่า "กะลาแลนด์"  และวาทกรรมเหล่านี้  แผ่ขยายและถูกหยิบใช้มาตลอดในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา...นับจากเกิดสงครามสีเสื้อ และขบวนการบางปีกของฝั่งเสื้อแดง


โดยรายละเอียด "กิตติทัช ชัยประสิทธิ์" โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา คือ

"สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ"
ตูนบอดี้แสลม ก้างขวางคอของ
นักวิชาการ/ปัญญาชนลัทธิตาสว่าง
------------------------------
- การที่ตูนบอดี้แสลมออกมาวิ่งการกุศล
สร้างปรากฎการณ์หนึ่งให้เกิดขึ้นในสังคม
คือ การมองเห็นคุณค่าของการทำความดี
ที่ไม่ได้เกิดจากการนั่ง "พล่าม" หลักการ


#แต่เกิดจากการลงมือทำเพื่อผู้อื่นโดยแท้
- เงิินที่ตูนขอบริจาคจากคนแค่ 10 บาท
แท้จริงเงินจำนวนนี้ไม่ได้มากมายอะไรเลย
แต่ตูนต้องการแสดงให้เห็นว่าเงินเล็กน้อยนี้
จากมือคนไทยคนละนิด เมื่อรวมกันเป็นล้าน
ก็สามารถสร้างพลังขับเคลื่อนให้กับสังคมได้


แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในการช่วยเหลือ
และเกื้อกูลกันของสังคมที่ไม่มีเรื่องการเมือง
ไม่มีเรื่องชาติพันธุ์ ศาสนา ความขัดแย้งใดๆ


- เป็นการใช้ความดีและหัวใจเสียสละ
การทำเช่นนี้จึงไม่แปลกที่คนไทยตอนนี้
ยกย่องให้ตูนเป็นวีรบุรุษคนหนึ่งของสังคม

 

- วีรบุรุษ (Hero) ไม่ได้เป็นเพราะชาติกำเนิด
คนเป็นวีรบุรุษได้จากการกระทำเพื่อส่วนรวม
วีรบุรุษคือ "ผู้ที่เสียสละตนเอง" จนได้รับพลัง
พลังที่ทำเพื่อผู้คน พลังที่ดึงดูดจิตใจผู้คน
พลังที่ก่อให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจกัน
------------------------------


- ในทางกลับกันจากปรากฎการณ์ของตูน
เราจะเห็นคนบางจำพวกที่ชอบอวดอ้างตัว
เป็นนักวิชาการบ้าง เป็นปัญญาชนผู้สูงส่ง
เป็นคนหัวก้าวหน้า ผู้รักความเท่าเทียม ฯ
ดาหน้าพากันออกมาแซะตูนบอดี้แสลม


- คนเหล่านี้ไม่ได้เกลียดตูนเป็นการส่วนตัว
แต่สิ่งที่พวกเขาทำมันเป็น "พฤติกรรมปกติ"
คนเหล่านี้ผมเรียกพวกเขาว่า #ลัทธิตาสว่าง


- คำว่า "ตาสว่าง" เป็นคำที่พวกกลุ่มคนเหล่านี้
ชอบใช้ในการนิยามตนเองในช่วงสิบกว่าปีก่อน
โดยหลักจะพูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์
(หรือตรงๆ ก็คือเรื่องในหลวง ร.9 แหละครับ)


ทำนองว่าคนไทยส่วนมากโดนปิดหูปิดตาตลอด
เหมือนคนอยู่ใน "กะลา" มืดมิดที่ครอบงำความคิด
ถ้าใครที่ติดตามดูเรื่อยๆ จะเห็นว่าวาทกรรมเหล่านี้ 
ถูกใช้ถูกย้ำมาตลอด ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เช่น


- ประเทศไทยไม่ต่างอะไรจากเกาหลีเหนือ

- ซาบซึ้งได้อย่างเดียว ห้ามคิด ห้ามเห็นต่าง 

- เรียกประเทศและสังคมว่าเป็น "กะลาแลนด์" 

- รังเกียจและประนาม "การกระทำความดี"
(เพราะตัวเองไม่เคยกระทำในสิ่งเหล่านั้น
แต่อยากให้คนในสังคมยกย่องตัวเองบ้าง)
และอื่นๆ....
------------------------------


- หลังๆ คนพวกนี้ออกมาจากวงการใต้ดิน
และพยายามฟอกตัวเสียใหม่ด้วย #ป้ายยี่ห้อ
ถ้าเป็นยุคเก่าจะเรียกตัวเองเป็นผู้มีอุดมการณ์
แนวคิดแบบสหาย ความเท่าเทียมตามหลักการ
แบบสังคมนิยม พอถึงยุคที่คอมมิวนิสท์ล่มสลาย
ค่านิยมและวาทกรรมแบบสังคมนิยมไม่เป็นที่ินิยม


- คนเหล่านี้ก็ฟอกตัวเป็น #ผู้รักประชาธิปไตย
สมัยก่อนเคยเดินขบวนต่อต้านอเมริกา/ตะวันตก
ที่ไปทำสงครามเช่นฆ่าผู้คน ต่อต้านรัฐบาลทหาร
ที่อเมริกาให้ความช่วยเหลือเพื่อสู้กับคอมมิวนิสท์
มาวันนี้คนเหล่านี้กลับรักและเทิดทูนคนที่ตัวเอง
เคยด่าและประนามว่าชั่วช้า (ซึ่งก็จริงตามนั้น)


- วันนี้กลายมาเป็นผู้เทิดทูนตะวันตก
ที่เที่ยวเข้าไปแทรกแซงประเทศต่างๆ
(ผ่านการใช้การเมืองโลก การใช้ NGO
องค์กรสิทธิและสำนักข่าวที่ Propaganda
ให้ประเทศที่ตัวเองต้องการแทรกแซงดูเลว)
ประหนึ่งคนถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า
และตกลงรดหน้าตัวเอง!!


- คนเหล่านี้ได้สร้างทายาทอสูรขึ้นมาเรื่อยๆ
พอมายุคหลังๆ ที่แนวคิดแบบซ้ายขายไม่ออก
ก็เริ่มเรียกเปลี่ยนป้ายยี่ห้อตัวเองเป็น "เสรีนิยม"
หรือที่ชอบเรียกกันว่าเป็น #ลิเบอรัล (liberal)
------------------------------

 


- เนื่องจากพวกลัทธิตาสว่างที่โตมายุคหลัง
ส่วนใหญ่ไม่อินกับแนวคิดซ้ายหรือสังคมนิยม
และมองเห็นว่า "ไม่เท่ ไม่คูล (cool)" เท่ากับ
การโหนค่านิยมแบบลิเบอรัลที่ดูก้าวหน้ากว่า


#แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนป้ายยี่ห้อตัวเองเป็นอะไร
#พฤติกรรมหรือสันดานเดิมก็ไม่เคยเปลี่ยนไป


*** วันๆ คนพวกนี้ไม่ทำอะไรนอกจากชี้หน้าด่าคน
โดยหาว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยเป็นพวกคนเลว
คนเลวของพวกเขานั้นไม่ได้พูดคำว่า "เลว" ออกมา
แต่นิยมความเลวด้วยวาทกรรมและศัพท์แสงต่างๆ
เช่น "ไม่เท่าเทียม เห็นคนไม่เท่ากัน กะลาแลนด์
ไม่เป็นประชาธิปไตย เหยียดชาติพันธุ์ ฯลฯ"


*** ในทางกลับกัน #ยกตัวเองว่าสูงส่งกว่าคนอื่น
ด้วยการบอกว่าตัวเองเป็นปัญญาชนมีอุดมการณ์
หัวก้าวหน้า เป็นคนยุคใหม่ เป็นลิเบอรัล เสรีนิยม
บลาๆๆ แล้วแต่จะหาหลักการสวยๆ มาชูตัวเอง


*** ไม่ต่างอะไรกับที่พวกลัทธิตาสว่างยุคก่อน
พยายามบอกว่าตัวเอง "เป็นคนที่ตาสว่างแล้ว"
บอกว่าสถาบันกษัตริย์กดขี่ ทำให้คนยากจน
ส่วนพวกเขาก็คือ "ปัญญาชนคนที่ตาสว่าง"
ซึ่งมีภารกิจในการทำให้สังคมไทยที่โง่งม
และมืดบอดได้ก้าวสู่ความสว่างไสว


*** ดังนั้นพอมีใครหรือปรากฎการณ์อะไร
ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำความดีเพื่อผู้อื่น 
หรือเกี่ยวกับงานวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ
หรือเกี่ยวกับอะไรที่สามารถรวมใจผู้คนในชาติ
เราจะเห็นบรรดาปัญญาชนตาสว่างหัวก้าวหน้า
ออกมารุมด่า รุมแซะ หาว่าคนที่ทำนั้นโง่บ้าง
หรือมองไม่เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง บลาๆๆ


หมายเหตุ: คนเหล่านี้จะพูดอ้อมๆ ให้คนคิด
แต่ถ้าใครที่ได้ติดตามฟังเสวนาของพวกเขา
จะทราบว่าสุดท้ายแล้ว ก็โยงกลับไปที่เรื่อง
ว่าสถาบันกษัตริย์คือ "ปัญหาเชิงโครงสร้าง" 
ที่ทำให้สังคมไทย ไม่เป็นประชาธิปไตย
ไม่เป็นลิเบอรัล ไม่หัวก้าวหน้า งมงาย
ห้ามคิดต่าง ห้ามเห็นต่าง ปิดหูปิดตา
เกือบทั้งหมด.....
------------------------------


*** คนที่อ่านถึงตรงนี้คงพอจะทราบแล้ว
ว่าทำไมเวลาที่มีเรื่องเกี่ยวกับในหลวง ร.9
หรืองานพระราชพิธี หรือการยกย่องในหลวง
ทำไมคนบางกลุ่มถึงได้ออกมาแซะ มาประชด
เพราะมันก็ไม่ต่างอะไรกับที่พวกเขากำลังทำ
กับ ตูน บอดี้แสลมในเวลานี้หรอกครับ !!!!


#พวกเขากลัวคนที่อยู่เหนือความขัดแย้งทุกอย่าง
#พวกเขากลัวคนที่สังคมให้ความยกย่องในความดี
พวกเขากลัวคนที่ไม่ได้มานั่งถกเถียงเรื่องราวต่าง
ที่เป็นหลักการ ตรรกะ ทฤษฎีจากตำรา บลาๆๆๆ


*** เพราะวาทกรรมที่พวกเขาใช้แบ่งแยกคน
ที่พวกเขาคอยตอกย้ำให้คนในสังคมมานับสิบปี
เพื่อให้รู้สึกว่ามีปมด้อยรู้สึกโดนดูถูกเหยียดหยาม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อชาติ ภูมิภาค คนกรุง-ชนบท
คนรวย-คนจน ชนชั้นกลาง อภิสิทธิ์ชน รากหญ้า
ไพร่-อำมาตย์, รัฐไทย-ล้านนา-ปาตานี-อีสาน ฯ
เพื่อให้คนลุกขึ้นมาสนับสนุนการเคลื่อนไหว
ที่พวกเขาเป็น "ผู้นำทางความคิด" ที่คอยชี้นำ


#วาทกรรมเหล่านี้มันจะถูกลืมไปหมด
- เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่เป็นวีรบุรุษอย่างตูน
ที่สามารถ รวมหัวจิต-หัวใจของคนในชาติ
ไม่ว่าภูมิภาคไหน ศาสนาไหน เชื้อชาติใด
และคนแบบนี้แหละที่สังคมไทยต้องการ
และคนแบบนี้แหละที่ลัทธิตาสว่างกลัว!!


- ป.ล.แต่สังเกตได้ว่าคนเหล่านี้
จะไม่กล้าแซะตูนบอดี้แสลมตรงๆ
เพราะอาจขัดใจ มหาชนหมู่มากได้
เลยพยายามแซะอ้อมๆ หรือแซะคนอื่น
ให้กระทบชิ่งไปที่ การวิ่งของตูนแทน

อนึ่ง ท้ายข้อเขียน "กิตติทัช" ได้ให้เครดิตภาพประกอบงานเขียนของเขาไว้อย่างครบถ้วน

ขอบคุณพิเศษ : ภาพ/ข้อเขียนจากเฟซบุ๊กของ "Kittitouch Chaiprasith.


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นายอารมณ์ เคนหล้า


HASTAG : ตูนบอดี้สแลมวิ่ง  กิตติทัช ชัยประสิทธิ์  ตูนบอดี้สแลม 

ติดตามข่าวอื่นๆ