#ต่อลมหายใจอีกครั้ง!! วิธีแก้ "โรคเอดส์" ด้วย "สมุนไพร" แม้แต่แพทย์ยังยืนยัน ไร้ผลข้างเคียง มีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้าน เช็คด่วนๆ ก่อนจะสายเกินไป!!

โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อ HIV อันนำมาสู่โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคนี้ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงยาต้านไวรัสเท่านั้น ที่จะช่วยให้เชื้อไวรัสเอดส์ลดลง ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีข้อดีคือทำให้ไวรัสลดลง มีภูมิคุ้มกัน CD4 เพิ่มขึ้น แต่มีข้อเสียคือทำให้เกิดภาวะผิดปกติ เช่นตับอักเสบ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคไต ปลายประสาทอักเสบ ปวดเมื่อยตามข้อตามตัว ผื่นขึ้นเต็มตัว แขนตอบ ขาลีบ เราลองมาดูสมุนไพรที่ไม่มีผลข้างเคียงกันมั่งดีกว่า
การรักษาด้วยสมุนไพรอาจได้ผลการรักษาไม่เหมือนกัน บางคนรักษาได้ผลดีแต่ในผู้ป่วยบางคนอาจจะไม่เห็นผลชัดเจน ซึ่งจะเป็นความจริงเพราะเอชไอวี / เอดส์ยังแตกต่างกันในผู้ป่วยทุกรายและผู้ป่วยเอดส์ทุกคนมีความแตกต่างกันของตัวเองในส่วนที่เกี่ยวกับไวรัส แต่ไม่เคยมีการรายงานว่ามี effects หรือผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการรักษาสมุนไพรของผู้ป่วยโรคเอดส์

 

>>> สมุนไพรบำบัดรักษาเอดส์
1. เนื้อและเปลือกมังคุดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็สามารถใช้รักษาเอชไอวี อีกทั้งยังป้องกันมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจ แต่ถ้าคุณต้องการผลเป็นธรรมชาติมากขึ้นคุณสามารถทำน้ำมังคุดของคุณเอง เคล็ดลับคือค่อนข้างง่าย ใช้เปลือกมังคุดaและแยกออกเป็นสองส่วน แยกเนื้อและขูดผิวด้านในของเปลือกมังคุดที่สีแดง ใส่ลงในเครื่องปั่นที่ได้รับผสมกับน้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานและเพิ่มน้ำเพียงพอ หรือสามารถผสมกับผลไม้ที่คุณชื่นชอบ การกินมังคุดเป็นประจำกินสามารถทำให้อมตะเพราะผลไม้ชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระสุดที่ทำหน้าที่ในการรักษาและซ่อมแซมเซลล์เสียกลายเป็นดีขึ้นอีกครั้ง มังคุดช่วยทำลายทุกโรคในร่างกายและเพิ่มภูมิต้านทาน และเชื่อว่ามังคุดสามารถรักษาโรคทางเอชไอวี

 

 

2. ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ซึ่งเป็นพืชที่มีประโยชน์มากต่อร่างกาย สมัยก่อน นำมาใช้บำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวล รักษาการเผาไหม้บนผิวหนัง มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียบาง ย้อนกลับไปในยุค 70 การวิจัยพบว่าว่านหางจระเข้มีสารที่ช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายมนุษย์ การวิจัยยังช่วยในการค้นพบว่าพืชที่มีสารต่อต้านไวรัส polysaccharides ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ย้อนกลับไปในยุค 80 การวิจัยผู้ป่วยโรคเอดส์ 8 คน ใช้เวลาประมาณ 90 วัน ผู้ป่วยที่กินว่านหางจระเข้ และในระยะยาว เมื่อตรวจสอบไวรัสในเลือดก็ลดลง ผู้ป่วยเอดส์อาจจะใช้ดื่ม7 ออนซ์ในรูปเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส หลังจากช่วงเวลา 14 เดือน ก็สังเกตเห็นว่าสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น นอกจากการต่อสู้ไวรัส แต่มันยังช่วยเพิ่มความงามตามธรรมชาติของผิวพรรณของผู้ป่วย

 

 

3. ชาสมุนไพร
ชาสมุนไพรไม่ได้เป็นเพียงประโยชน์ในการช่วยไขมันส่วนเกินและในทางกลับช่วยในการลดน้ำหนักตรงกันข้ามก็จะมีการรายงานเพื่อช่วยในการโต้ตอบไวรัสเอดส์ในร่างกาย มีจำนวนของชาสมุนไพรที่มีอยู่ในตลาด แต่ผู้ป่วยโรคเอดส์จะต้องผ่านการยินยอมจากแพทย์ผู้รักษา ถ้าชาถูกเคี่ยวประมาณ 10 นาทีก่อนที่จะดื่มมันจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลการวิจัยว่าชาจะช่วยให้ค่อยๆยับยั้งไวรัสเอดส์
วิธีการที่ชาสมุนไพรทำงานก็คือโดยการช่วยให้การเผาผลาญไขมันในร่างกายซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงต่อไวรัส เมื่อไขมันถูกกำจัดออกร่างกาย ก็จะกลายเป็นวิธีการที่เป็นไปได้มากขึ้นที่จะตอบโต้ไวรัสเอดส์

 

 

4. ลูกใต้ใบ
สามารถยับยั้งเอนไซม์ Reverse transcriptase ของ HIV - 1 ได้

 

 

5. ฟ้าทะลายโจร
สาร dehydroandrographolide succinic acid monoester ซึ่งสังเคราะห์ได้จากสาร andrographolide จากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV-1 และมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV-2 ได้

 

 

6. ขมิ้นชัน
สารสีเหลืองของ Curcumin ในขมิ้นชันมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Protease ของ HIV-1 และ HIV-2 ได้

 

 

7. เห็ดหลินจือ
มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ HIV-1 ได้ผลดี โดยป้องกันเซลไม่ให้ถูกทำลายในช่วงแบ่งตัวของไวรัส และไม่มีพิษต่อเซล และมีสรรพคุณช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย รักษาอาการภูมิแพ้และตุ่มคันทางผิวหนัง ในปี 2533 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์รายงานผลการวิจัยที่ได้ผลกับผู้ป่วยโรคเอดส์ ในการประชุมนานาชาติที่เมืองอัมสเตอดัมประเทศเนเธอร์แลนด์

 

 

8. เห็ดไซบีเรีย
นักวิทยาศาสตร์ในไซบีเรียวิจัย พบว่าสามารถช่วยในการรักษาและต่อต้านไวรัสเอดส์ เห็ด Chaga เห็ดเหล่านี้เติบโตในต้นเบิร์ชของไซบีเรีย และสามารถป้องกันไม่ให้ดีเอ็นเอของเซลล์ถูกสารอนุมูลอิสระที่ทำลายล้าง เห็ด Chaga มีกรด betulinic ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นพิษต่อไวรัสเอดส์ นอกจากนี้ยังช่วยในการยับยั้งและชะลอการเจริญเติบโตการไวรัสที่กำลังแพร่พันธ์ในร่างกาย ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์

 

 

9. มะระขี้นก
ในเมล็ดแก่ของมะระขี้นก มีโปรตีน TBG-P 29 ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV โดยการยับยั้งเอนไซม์ reversetranscriptase นอกจากนี้ผลอ่อนยังใช้เป็นยาเจริญอาหาร รักษาอาการเบื่ออาหารของผู้ป่วยโรคเอดส์ได้

 

 

10. บอระเพ็ด ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ผู้ป่วยโรคเอดส์

 


11. มะขามป้อม นอกจากจะมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานกับผู้ป่วยเอดส์

 

 

12.Nigella Sativa หรือที่เรียกว่า 'เมล็ดสีดำ
วารสารแอฟริกันดั้งเดิมเสริมและการแพทย์ทางเลือก แถลงว่าผู้ป่วย HIV ซึ่งหลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยสารสกัดจากเมล็ดสีดำมีประสบการณ์aการกู้คืนที่สมบูรณ์โดยไม่มีไวรัสเอชไอวีที่ตรวจพบหรือมีการต่อต้านเชื้อต่อเอชไอวีในซีรั่มเลือดของพวกเขาทั้งในระหว่างและระยะเวลาที่การรักษาสิ้นสุด

 

 

13. กระเทียม
ใช้เหน็บทวาร โดยการชุบกับน้ำมันมะพร้าวก่อนที่จะเหน็บทวาร จะช่วยในการฆ่าไวรัสเอดส์ในลำไส้ใหญ่ในขณะที่คุณนอนหลับ นอกจากนี้ยังจะต่อสู้กับพยาธิ และแบคทีเรียได้

 

 

14. ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทา จะช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัสเอดส์ เอชเปอร์ออกไซด์ได้ ควรใช้ทั่วร่างกายวันละครั้ง เวลาที่แนะนำมากที่สุดคือในตอนเช้า เมื่อนำมาใช้ก็จะถูกถูบนร่างกายและจะได้รับภายในร่างกายผ่านทางผิวหนัง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แต่การนำมารับประทานมันอาจฆ่าแบคทีเรียที่เป็นมิตรในลำไส้
น้ำมิใช่เป็นเพียงสารประกอบที่เกิดจากไฮโดรเจนกับออกซิเจนเพียงอย่างเดียว ยังมีสารประกอบของไฮโดรเจนกับออกซิเจนอีกตัวหนึ่งคือ H2O2 -ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่อยู่ตัว สามารถสลายตัวให้ออกซิเจนกับน้ำ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ คล้ายโอโซน (O3) มากใช้ฆ่าแบคทีเรีย สลายตัวให้ออกซิเจน ได้เหมือนกับน้ำ
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีขายตามร้านขายยานั้น มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อยู่ 3% อีก 97% เป็นน้ำ นับว่าเป็นส่วนผสมพอเหมาะสำหรับการนำมาใช้ แสงและความร้อนทำให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สลายตัวกลายเป็นน้ำได้อย่างดี ด้วยเหตุนี้ร้านเครื่องยาเขาจึงบรรจุไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ไว้ในขวดทึบแสง และเขายังเติมสารบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ ลงไปเล็กน้อยเพื่อกันมิให้ H2O2 สลายตัวเร็วเกินไปและมีป้ายติดไว้ข้างขวดเตือนให้ผู้ตั้งเก็บไว้ในที่เย็น

15. สูตรของ อ.สุทธิวัสส์ บรรยาย ที่วัดเขาพุทธโคดม ศรีราชา
กินพริกหอม / พริกพาน / หมากแข่น / มะแข่น / ปาปิก้า
ตัวยาถ้ามีขนาดเท่าเม็ดพริกไทย ให้กินวันละ 15 เมล็ด
ถ้าขนาดเล็กมากให้กิน 90 เมล็ด กินประมาณ 1 เดือน จะหายขาดได้ ยามีรสซ่าลิ้น ให้บดใส่แคปซูลจะกินง่ายกว่า
ถ้าจะให้ดีควรล้างระบบดูดซึมก่อน
- กินโยเกิรต์ นมสด น้ำผึ้ง มะนาว
- สูตรล้างระบบดูดซึมอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละคน
คือระบบดูดซึมที่สำคัญมาก ถ้าระบบนี้ไม่สามารถนำสารอาหารหรือยาที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย ต่อให้อาหารดีหรือยาดี ก็ไม่สามารถซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ ถ้าระบบดูดซีมดีร่างกายก็จะสามารถสร้างภูมิขึ้นมาช่วยในการต่อต้านเชื้อโรคต่างๆได้ดีมากขึ้น ระบบเลือดก็จะดี ผิวพรรณก็จะดีและงามตามไปด้วย

>>> แนวทางในการรักษาโรคเอดส์
1. หยุดหรือชลอการเพิ่มขึ้นของเชื้อไวรัส 
2. เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน
3. ให้ยาป้องกันโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือวัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อราขึ้นสมอง ตุ่มคันตามตัว มีไข้ทุกวัน เบื่ออาหารน้ำหนักตัวลดลง ท้องเสีย ภูมิคุ้มกันต่ำกว่า CD4 ต่ำกว่า 500 ลงมา
>>> สัญญาณง่ายๆ ที่ทำให้ต้องสงสัยการติดเชื้อ HIV นี้ บอกมาเพื่อ
1. น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ
2. ไข้ต่ำๆ หรือไข้สูง เกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ
3. มีต่อมน้ำเหลืองตามตัว เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ โตขึ้น
4. มีฝ้าขาว ( เชื้อรา ) ขึ้นบนลิ้น หรือในปาก
5. มีผื่นยุงกัดผิวหนังที่ไม่ยอมหาย
 

หากมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง จะได้รีบไปตรวจเลือด HIV ที่ รพ. อย่ามัวแต่ลังเล หรือกลัวที่จะตรวจ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปรู้เร็ว รักษาเร็ว ก็อาจมีโอกาสหายเหมือนคนปกติได้เร็วขึ้น

 

via : ทองในตู้ , Focuschannel Thailand


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สราวุฒิ ธนกุสุมาลย์


HASTAG : เพิ่มภูมิ  เอดส์  สมุนไพร  HIV 

ติดตามข่าวอื่นๆ