คิดจะลงทุนหุ้น น้ำมัน ต้องอ่าน ...!!!

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าจะควบคุมการผลิตน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบในช่วงสั้นแต่เป็นแผนระยะยาว เพื่อป้องกันเหตุการณ์น้ำมันดิบล้นตลาดอย่างเช่นที่เคยเกิดในช่วงกลางปี 2557 โดยต้องอาศัยความร่วมมือขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

นาย Khalid Al-Falih รัฐมนตรีน้ำมันคนใหม่ของซาอุดีอาระเบีย คาดความต้องการใช้น้ำมันดิบจะเติบโตร้อยละ 45 ภายในปี 2593 แม้ว่าโลกจะเริ่มให้ความสนใจการใช้พลังงานทางเลือกก็ตาม โดยอุปสงค์ที่เติบโตต่อเนื่องและอุปทานที่ถูกควบคุมไม่ให้ล้นตลาดจะทำให้ตลาดกลับเข้าสู่สมดุลในที่สุด

 

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดยังได้รับแรงกดดันต่อเนื่องจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์การนำเข้าของตะวันออกกลางซึ่งอยู่ในช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปี

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลในประเทศจีนอยู่ในระดับสูง โดยกำลังการผลิตในเดือน ก.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 10 เทียบกับเดือน ส.ค.


ด้านไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ -

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

 

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

กลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 61 ต่อไปอีกราว 6 - 9 เดือน ซึ่งอาจมีการกำหนดนโยบายดังกล่าวในการประชุมของกลุ่มโอเปกที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. 2560 นี้ ณ กรุงเวียนนา

โดย ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 57 เซนต์ (+1.1%) ปิดที่ 52.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบ 6 เดือน ตอบรับข่าวซาอุดิอาระเบียเดินหน้าปรับลดการผลิตน้ำมัน เพื่อสร้างความสมดุลในตลาดน้ำมันโลก นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล สะท้อนการใช้น้ำมันดิบในสหรัฐเริ่มฟื้นตัว

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ ราคาน้ำมันดิบบวกขึ้นต่อ (ล่าสุด WTI 52.47 & BRENT 58.33 US$/bbl) คาดว่าอุปสงค์อุปทานจะเข้าสู่ภาวะสมดุลได้เร็วจากการเติบโตของอุปสงค์ที่ดีกว่าคาด ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี หุ้นเด่นคือ BCP, PTTGC

ดังนั้น เพจ Richman can do จึงมองว่า การที่ซาอุฯลดกำลังผลิต จะเป็นผลดีต่อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินกิจการขายน้ำมัน และโรงกลั่น รวมทั้งกลุ่มปิโตรเคมี เช่น PTT ESSO BCP  PTTGC เป็นต้น  จะเป็นทิศทางขาขึ้น ตามยอดขายและราคาที่สูงขึ้นทั้งยังเข้าช่วงหน้าหนาว ที่ประชาชนจะใช้น้ำมันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีด้านบวก ก็มีด้านลบ เพราะเป็นเรื่องที่ ประชาชนต้องเตรียมใจยอมรับเลยว่า  ราคาน้ำมันกำลังจะกลับมาเป็นเทรนด์ขาขึ้น แล้ว ........

 

ผู้เขียน  พิมพ์รำไพ  แตงอ่อน


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : TPIPP  BCPG  ไทยออยล์  น้ำมัน  ประกันสังคม 

ติดตามข่าวอื่นๆ