ไสยศาสตร์มนต์ดำ ความอาถรรพ์น่าสะพรึงกลัว ใครโดนเเล้วเเก้ไม่ได้! ตายอย่างเดียว!!??

วันนี้ผู้เขียนจะขอเสนอเรื่องราวของคุณไสยกันต่อ”คุณไสยมนต์ดำ”นั้นมีมานานนับร้อยๆปีจวบกระทั่งปัจจุบัน
ความลี้ลับอาถรรพ์ของไสยศาสตร์มนต์ดำเหล่านี้ก็ยังคงอยู่และเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ของประเทศไทยเราในปัจจุบัน คือ แหล่งสะสมของเหล่าบรรดา”อวิชชา”ต่างๆทุกสายทุกประเภท หรือ
เราจะเรียกว่าเป็นจุดศูนย์รวมสถานที่บ่มเพาะและแพร่ขยายสายพันธุ์ของ”ไสย”ต่างๆประมาณว่าครบทุกสายทุก”ศาสตร์ด้านอวิชา”เลยก็ว่าได้ มีทั้ง”ไสยขาว”และ “ไสยดำ “ซึ่งแทรกซึมผนึกฝังรากลึกแฝงตัวอยู่กับผู้คนในทุกๆที่ทุกระดับชั้น เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ผู้เขียน เชื่อว่าต้องมีหลายคนเลยทีเดียวที่ออกปากคันค้านเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่จริง! ไม่เชื่อ !มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!! เอาอะไรมาพูด? ช่างงมงายไร้สาระสิ้นดีเสร็จแล้วก็พากันหัวเราะชอบใจดูเป็นที่ตลกขบขัน แต่เอาเถอะ อันนี้เราจะไม่ว่ากัน แต่ถ้าสักวันหนึ่งมีสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวไว้มันบังเกิดเข้ามามีบทบาทในชีวิต,ความรัก,ชีวิตครอบครัว,ในสายอาชีพหน้าที่การงาน และ และเกิดขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่รัก ของใครสักคนที่ได้อ่านบทความนี้แล้วมีอคติในใจ..คุณอาจจะต้องกลับคำพูดตัวคุณเองอย่างแน่นอนของแบบนี้ใครไม่โดนไม่พบไม่เจอกับตัวเองมักจะไม่ยากที่จะเชื่อ พอโดนเข้ากับตัวเองอย่างจังๆนี่ถึงกับพูดไม่ออกมาหลายรายแล้ว เชื่อไหมว่าผู้เขียนนี่นั่งขำจนตัวงอเลยกับสารพัดคำถามของคนที่ไม่เชื่อในเรื่องพรรคนี้แต่พอโดนเข้ากับตัวเองนี้มีคำถามเพียบเลยทั้งอยากรู้และขยาดเกรงกลัวว่ามาจะกลับเข้ามาในชีวิตของตนเองอีก นี่ยังไงล่ะตัวอย่างของคนที่ไม่เชื่อ!!พอเจอกับตัวเองแล้วเชื่อนี่ผู้ขอบอกเลยว่าดูซีเรียสและดูงมงายมากกว่า คนที่มีความเชื่อมาแต่ต้นเสียอีกแน่ะ!!!

เอาล่ะที่นี้ผู้เขียนจะเล่าบรรยายให้ผู้ชมทราบไปพร้อมๆกันว่า ไสยศาสตร์มนต์ดำ ความอาถรรพ์ด้านอวิชชาเหล่านี้มันมากแพร่กระจายความน่าสะพรึงกลัวในสังคมใหญ่ เมืองศิวิไลแห่งความเจริญ
ได้อย่างไร? เอาเป็นว่าผู้เขียนจะขอบรรยายให้ทราบกันอย่างถ้วนหน้าแต่พอสังเขปนะคะ !!
จริงๆแล้วไสยศาสตร์มนต์ดำอาถรรพ์ต่างๆที่เข้ามาแพร่ขยายในเมืองใหญ่ได้ก็เพราะมนุษย์เรานี่แหละที่เป็นตัวนำพาเอามันเข้ามาและทำการบ่มเพาะขยายแพร่เชื้อ”อวิชชา”ต่างๆด้วยตัวเองน่ะแหละ ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน หากสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?คำตอบคือในสังคมเมืองให้มีการแข่งขันแก่งแย่งชิงดีกันอยู่ในทุกระดับชั้น
ทำให้เกิดกิเลสทางความคิดที่จะเอาชนะคะคานกันขึ้นมา จากนั้นต่างก็แจ้นไปเสาะแสวงหาเครื่องมือตัวช่วยที่สามารถทำให้ตัวเองเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้จงได้ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตามแต่” ข้าไม่สนใจรู้เพียงแต่ว่าสิ่งใดที่ข้าปรารถนาสิ่งนั้นต้องเป็นของข้าข้าแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น!!” และเพื่อที่จะผลักดันให้ตัวเองโดดเด่นมีตำแหน่งใหญ่โตสูงส่งกว่าเพื่อนร่วมสายอาชีพเดียวกัน จึงหันมาแสวงหาด้านความชนะความสำเร็จกันด้วย
”ไสยศาสตร์อาคมมนต์ดำ”ทั้งหลายและยกเอา อวิชชา เป็นสรณะ ไปโดยปริยาย

ทีนี้เรามาดูกันว่า “อวิชา”มันแพร่กระจายกลายเป็นเชื้อไวรัส,มะเร็งที่รุกลามไปถึงไหนต่อไหนกันบ้างแล้ว?

1.ออฟฟิศที่ทำงาน ทุกที่ (บางคนอาจงงมันมาได้ไง) ของแบบนี้ไม่ต้องเชิญหรอกค่ะมันสามารถเข้ามาแฝงตัว
 อยู่ใกล้กับตัวคุณแบบชนิดที่ว่าลมหายใจรดคอหอยกันเลยทีเดียว!!!สรุปมันเข้ามาพร้อมๆกับเพื่อนร่วมงานและคนใกล้ตัวของคุณน่ะแหละ เลิกงงซะ แล้วให้พึงสังวรณ์เอาไว้เสมอว่า” ไม่มีใครชอบหรือพอใจที่จะเห็นใครได้ดิบได้ดีไปกว่าใครหรอก”กิเลสความอิจฉาริษยามันมีอยู่กับตัวทุกคนนั้นแหละ สังเกตุง่ายๆ บางคนทำงานแย่กว่าคุณหน้าตาก็งั้นๆแต่ทำไมเจ้านายเมตตาเอ็นดูพูดถึงถามหาเป็นห่วงเป็นใยสารพัดแถมหน้าที่การงานนี่เลื่อนลำดับชั้นเลื่อนตำแหน่งเป็นว่าเล่นทำอะไรก็ไม่เคยผิด หากคนคนนี้ไม่ถูกจริตกับใครเจ้านายก็เพ่งเล็งจ้องจับผิดตลอด พูดอะไรเพื่อนร่วมงานก็เชื่อถือไม่มีปากมีเสียง มีอำนาจออกปากใช้ใครก็ได้ ทำอะไรก็ดูดีเข้าตาเจ้านายและคนอื่นๆไปหมดทั้งที่การทำงานก็งั้นๆไม่ได้เก่งหรือรอบรู้มากไปกว่าคุณเลยสักนิดถ้ายังไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน แต่ผู้เขียนขอเตือนไว้ก่อนนะ ว่าอย่าประมาท อวิชชา ตัวนี้มันจะแฝงตัวเข้าสารพัดรูปแบบ อาที่เช่นผสมใส่มากับอาหารของฝากผักผลไม้น้ำดื่มตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆควรระมัดระวังเอาไว้ อย่าเห็นแก่ของของกำนัลของฟรีเห็นแก่ได้เห็นแก่กิน เพราะมันจะพาความหายนะมาสู่ชีวิตคุณโดยง่าย และอีกอย่างวันเดือนปีเกิดของคุณกับภาพถ่ายก็สามารถเอาไปกระทำคุณไสยใส่ตัวคุณได้แล้วนะจ๊ะ

2.สถานที่เริงรมย์ ถิ่น อโคจร ผับ บาร์ เอาเป็นว่าเหมารวมเป็นสถานที่ให้บริการไม่ต้องบรรยายกันมาก!! ข้อที่คุณๆควรรู้คือ สถานที่ให้บริการที่เกริ่นยกตัวอย่างไว้น่ะ ล้วนมี ไสยศาสตร์, ไสยเวท,มนต์ดำมนต์เสน่ห์สิ่งอาถรรพ์แฝงตัวอยู่กับบุคคลเหล่านี้ทั้งนั้น อย่าเผลอไปตีสนิทวางใจใครง่ายๆนะ 100ทั้ง100โดนเต็มๆแบบจังๆชนิดที่ว่าจากที่เป็นคนดีกลายเป็นคนที่แย่บ้านแตกสาแหรกขาดเลยก็มี บอกเลยว่ามีทั้งผู้หญิงผู้ชายนะจ๊ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ?ก็คำว่าเงินตรากับความสุขสบายคือสิ่งล่อตายั่วกิเลสของมนุษย์ ไสยศาสตร์มนต์ดำ อวิชชา ทั้งหลายจึงมีบทบาทสำคัญมากๆที่จะช่วยผลักดันให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก” รู้แต่ว่า ข้าอยากได้อะไรข้าก็ต้องได้”และจะไขว่คว้าหามาสำรองสนองกิเลสไปเรื่อยๆเท่าที่ข้าจะพอใจ ระวังตัวกันบ้างก็ดีนะ!!ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง เพราะสิ่งเหล่านี้เมื่อมันเข้าใกล้ตัวอยู่ใกล้คุณได้ล่ะก็มันไม่ได้ช่วยให้คุณมีความเจริญหรอกนะมีแต่จะตกลงไปเรื่อยๆ

3.รั้วการศึกษา ก็มีนะจ๊ะ อย่าพึ่งวางใจคิดว่าปลอดภัย ที่เห็นใสๆน่ะตัวร้ายเลยหละ ไสยศาสตร์มนต์ดำ อวิชา นี่เพียบนะขอบอก ผู้เขียนกล้าบรรยาย เพราะผู้เขียนรู้ดีรู้จริงและรู้ลึกมากด้วย แต่จะไม่ขอบรรยายมากเดี๋ยวจะไปสร้างชนวนความเสื่อมกระไปถึงคนที่เขาบริสุทธ์และดีจริงๆเอาได้ แค่อยากเตือนเอาไว้ให้ระมัดระวังบอกเลยว่าว่าที่นี่ก็เป็นจุดศูนย์รวมเป็นแหล่งแพร่เชื้อ “อวิชชา”อันดับต้นๆเล่นไสยศาสตร์ ตั้งแต่ตัวใหญ่ๆกระทั่งตัวเล็กๆใสๆกระดูกกรอบๆกันเลยทีเดียว!! 


4.คู่อริศัตรูที่ไม่ชอบคุณเอามากๆเลย ดังนั้นก็อย่าเผลอสร้างศัตรูไว้โดยไม่รู้ตัวเชียวนะ


5.คนสนิทชิดเชื้อคนใกล้ตัว อาทิ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแย่งแฟน แย่งสามี ฮุบเอาตำแหน่งหน้าที่ของคุณและทุกๆอย่างที่เป็นของคุณ อันนี้บอกเลยว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดเกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ควรระมัดระวังเอาไว้ให้มากบ้านไหนมีมรดกเยอะก็ระวังญาติตัวเองด้วยเพราะคุณมีสิทธิ์โดน อวิชชา เชือดคุณนิ่มโดยไม่รู้ตัว ข้อนี้หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่านสื่อต่างๆมาบ้างแล้ว

6.ตำหนัก ร่างทรง สำนัก วัดวาอารามซึ่งมีภิกษุเรียนด้านไสยศาสตร์มนต์ดำ อลัชชี ผู้ทุศีล และตามโรงพยาบาลก็มีนะจ๊ะมันไปได้ทุกที่ เพราะมันไปกับมนุษย์ และ พลังด้านมืดที่ถูกใครสักคนส่งมา อย่าคิดว่าจะรอด ระวังตัวเอาไว้เป็นดีที่สุด คนเรารู้หน้าไม่อาจรู้ว่าใจลึกๆนั้นเขาคิดอะไรกับเรา ถ้าไม่ติดว่าหลายๆคนใกล้ตัวที่เขาโดนๆจะเสื่อมเสียแล้วล่ะก็ ผู้เขียนนำมาบรรยายให้ชมเป็น 10ๆเคสเลยเชียวนะที่ผ่านการถูกกระทำคุณไสย หรือเรียก”ว่าโดนของนั่นเอง”ใส่ตัวในเมืองใหญ่น่ะ อย่าคิดว่าผู้เขียนจะหลับตานั่งเทียนเขียนสรุปมั่วๆเอาเองนะคะ
บอกเลยว่า ผู้เขียน”ไม่ใช่สายมโน” สิ่งที่ผ่านตาคุณๆทั้งหมดน่ะเรื่องจริงแบบเนื้อๆและเน้นๆค่ะ

 


                       ทีนี้ผู้เขียนจะพาผู้ชมมารู้จักกับคำว่า”ไสยศาสตร์ มนต์ดำ”กันพอคร่าวไปก่อนนะคะส่วนเกร็ดความรู้รายละเอียดยิบยัอยต่างๆผู้เขียนจะพยามนำมาเขียนบรรยายไว้ในบทความต่อๆไป ขอเรียนเชิญทุกท่านคอยติดตามรับชมกันไปเรื่อยเดี๋ยวจะได้บรรลุแจ้งแก่ใจไปพร้อมๆกันค่ะ


คำว่า ไสย หมายถึง ลัทธิอันเนื่องด้วยเวทย์มนต์ คาถา และวิทยาคม ไสยนั้นแบ่งออกเป็นดังต่อไปนี้ค่ะ

1.ไสยขาว อันหมายถึงวิชชาอันลึกลับใช้เวทย์มนต์ไปในทางที่ดี เช่นการทำเครื่องราง ของขลังและวัตถุมงคลต่างๆเพื่อป้องกันภัยภยันตรายต่างๆหรือ เพื่อเป็นความเป็นเมตตามหานิยม, เมตตามหาเสน่ห์และอิทธิวิธีการซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางสว่างและสะอาดบริสุทธิ์ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใดมีแต่ความเป็นสิริมงคล นำพาความเจริญรุ่งเรืองมาให้ นี่แหละที่เรียกว่า
“ไสยขาว”

2.ส่วน ไสยดำ หมายถึงวิชชาที่กระทำคนให้มีความเป็นไปต่างๆนาๆเช่น ปล่อยคุณไสย ปล่อยตะปูเข้าท้องคนอื่น ปล่อยหนังควายเข้าท้อง บิดลำใส้ ปล่อยผีไปทำร้ายผู้อื่นให้มีอันเป็นไปต่างๆนาๆ นำบาตรวัดร้างไปฝังเพื่อทำให้บ้านแตกสาแหรกขาด เป็นต้น

3.คำว่า ไสย แปลเป็นความหมายได้อีกหนึ่งอย่างก็ คือ หมายถึงสิ่งที่ลึกลับซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเนื้อได้นอกจากเมื่อมันได้ออกมาเป็นผลลับแล้วเท่านั้น ส่วนคำว่า ศาสตร์ หมายถึง ตำรา วิชา วิทยา คำสั่ง ข้อบังคับบัญชา ศาสนา รวมเข้ากับไสย เป็น ไสยศาสตร์ อันหมายถึงตำราทาง ไสยศาสตร์ ที่มีความลึกลับ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์,เวทย์,มนต์,คาถา,อำนาจจิต,เป็นต้น 

4.ไสยเวทย์ ไสยศาสตร์ หมายถึงตำราทางไสย วิชาทางไสย ไสยศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยลัทธิเวทย์มนต์คาถาและวิยาคมเป็นศาสตร์ๆหนึ่งที่แยกย่อยมาจากศาสตร์ 18 ประการของอินเดียโบราณไสยศาสตร์แทรกอยู่ในความเชื่อของคนไทยมาตราบนานเท่านานกว่า7,000ปีและแทรกอยู่กับความเป็นอยู่ของคนไทยตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย เช่นการเสกทำน้ำมนต์ให้คลอดง่าย โกนผมไฟ ทำขวัญ สร้างบ้านใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ ทำขวัญ สวดบ้าน ตราสังข์ ทำโลงศพ เอาศพลงจากเรือน ทำประตูป่า ทำบันไดผี นำศพขึ้น เผา การเสกน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ และประเพณีไทยหลายๆอย่างล้วนแต่แทรกด้วยไสยศาสตร์ทั้งสิ้น!ไม่ว่าวิทยาศาสตร์จะเจริญไปถึงไหนมีความก้าวหน้าทางวิทยาการ”อินฟอเมชั่นเทคโนโลยี่”ไปมากเพียงใดขนาดไหน
 แต่ความเชื่อทางไสยศาสตร์ไม่มีวันที่จะหมดไปจากมนุษย์ชาติได้เหตุผลเพราะว่าเป็นศาสตร์ๆหนึ่งที่ดำรงอยู่ในโลกมนุษย์มานาน มากแล้วและมิใช่เพียงแต่เมืองไทยเท่านั้นที่มีความเชื่อในด้านไสยศาสตร์หลายๆประเทศที่เจริญและพัฒนาแล้วก็ยังมีความเชื่อในด้านไสยศาสตร์ของประเทศนั้นนั้นอยู่

ดังนั้น การทำคุณไสย์ ใส่กันในสังคมไทยกลางเมืองใหญ่ฟ้าอมรดินแดนแห่งความศิวิไลของเมืองไทยจึงมีอยู่มากมายและเป็นเรื่องจริง ที่หลายๆคนต่างพากันมองข้ามความเชื่อในด้านนี้ไปอย่างน่าสังเวชใจ แต่สำหรับคนที่มีความเชื่อในเรื่องนี้และเคยโดนมากับตัวเองแล้วล่ะก็แน่นอนเลยที่ทุกคนนั้นพอจะจะทราบกันว่า ลัทธิ องค์กร ไสยศาสตร์มนต์ดำ เวทย์มนต์คาถาอาคมด้าน”อวิชา”นั้นมันมีก่อตั้งอยู่พื้นที่หลายกลุ่มหลายหมู่คนชนชั้นเลยทีเดียว คุณไสย์ของ หมอเขมร หมอแขก หมอลาว หมอไทย ชาวเขาก็มี ลักษณะการทำ ก็มีตั้งแต่เสกคุณไสย์เข้าตัว เอาคุณไสย์ให้กิน ฝังรูปฝังรอย(เรียกจิตผูกจิต) ....   ว่ากันว่า วิชาของ หมอเขมร กับหมอแขก ค่อนข้างจะโหดสุด แก้ยาก  ดังนั้นอาการของคนที่โดนคุณไสย์ จึงมีหลายแบบ แล้วแต่คุณไสย์ที่โดน  และก็อย่าคิดว่า สิ่งนี้มันจะมีจะเกิดขึ้น เฉพาะมนุษย์ เท่านั้นนะที่จะสามารถใช้คุณไสย์ได้ จริงๆแล้วพวกผี,สาง,นางไม้,เจ้าที่เจ้าทางที่เฮี้ยนๆก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกันนะจ๊ะ (ขอบอก!) ที่คนใกล้ตัวของผู้เขียนถึง 3 ราย ได้ประสบเจอและไปโดนกันมาก็จากสิ่งเหล่านี้จำพวกนี้แหละ!!พวกรากไม้ เยื่อไม้ ใบไม้ ใบว่าน หัวว่าน เถ้าวัลย์ ดอกไม้ต้องห้ามชนิดก็มีนะซึ่งถ้าโดนเข้าไปแล้วก็จะมีอาการเจ็บปวด ตามตัวปวดแสบปวดร้อน ปวดหัว และ คันคะเยอไปทั่งตัว อีกทั้งตัวบวมตาบวมอืดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ แรกๆต่างก็คิดว่าสงสัยจะแพ้อาหารก็เลยพากันไปพบแพทย์แต่ก็ตรวจหาสาเหตุของโรคไม่พบ เลยได้แค่ให้ยามาทานแก้ปวดแก้อักเสบทาแก้คัน กระทั่งล่วงผ่านไปสองอาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้น แพทย์ก็ไปพบแล้ว ถึงสามครั้งแต่ยังไม่มีใครมีอาการดีขึ้น สรุปแล้วทั้งสามทำอย่างไรกันต่อไปรู้ไหมคะ? ถ้าอยากรู้ก็ตามอ่านกันต่อเลยค่ะ …สรุปเพื่อนทั้งสามของผู้เขียนอดรนทนไม่ไหวเลยแห่แหนกันมาหาผู้เขียนนี่หละ!!บอกว่าช่วยพาไปหาหมอบ้านหมอป่าหรือหมอพระที่ไหนก็ได้ ทนไม่ไหวกันแล้ว!!! ผู้เขียนนี่งงมากแบบว่าอึ้ง! เพราะเพื่อนสามคนนี้เรียนจบ ป.โท ม.ดังประมาณว่าไม่เคยมีความเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้เลยหละมักจะหัวเราะตลกขบขันตัวผู้เขียนกันเป็นประจำ แต่วันนี้ทั้งสามกลับยกให้เราเป็นนางฟ้า อืมม..เหมือนจะน่าปลื่มเลยเนอะ!(คิดในใจ) แต่ความรักเพื่อน กอรปด้วยความสงสารที่เห็นเพื่อนทั้งสามมีสภาพเช่นนี้ ผู้เขียนก็เลยพาทั้งสามไปพบพระภิกษุผู้มีความแก่กล้าในศาสตร์เวทย์วิทยาคมทุกแขนงมากๆที่วัดแห่งหนึ่ง… ซึ่งผู้เขียนเคารพนับถือและศัทธามากๆเมื่อไปถึง พระภิกษุรูปนี้ก็ทำพิธีแก้ไขให้ และอบรมสั่งสอนเพื่อนทั้งสามของผู้เขียนยาวเป็นกิโลๆเลยหละ แต่ผู้เขียนพอจะจับใจความอย่างคร่าวได้ว่า…”โยมสามคนน่ะลดความอยากรู้อยากเห็นและพยายามสงบปากสงบคำกันเอาไว้บ้างนะ ไปไหนเห็นอะไรแปลกๆก็ไม่ต้องไปสนใจไม่ต้องไปหยิบไปจับต้องอะไรมัน ปล่อยมันไว้งั้นแหละ ทำไมชอบมากนักเหรอถึงกับหยิบติดไม้ติดมือใส่กระเป๋ามาเก็บในบ้านกันน่ะ!!!พอๆกันเลยไปกันสามคนไม่มีใครห้ามใครเลยเห็นดีเห็นงามร่วมกันไปหมดแล้วทีนี้เป็นไงล่ะ?พระเจ้า ไม่เคยจะยกมือไหว้บุญไม่ทำ
วัดไม่เข้าพากันตะลอนเที่ยวจนได้เรื่องเนาะโยมเนาะ.. ถ้าไม่ถึงขนาดนี้โยมสามคนก็ไม่รู้จักวัดรู้จักพระกันหรอก(เพื่อนทั้งสามมองหน้ากันหัวเราะลั่น) โยมกลับไปถึงบ้านก็พากันเอาสิ่งที่อาตมาพูดถึงน่ะไปลอยน้ำทิ้งซะนะ ทีนี้ให้จำไว้เป็นบทเรียนกันเลยเชียว ว่าสิ่งที่มองไม่เห็นน่ะไม่ใช่หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริงๆซะที่ไหนกันโยม”หลังจากกราบลาพระภิกษุกันเรียบร้อยก็พากันเดินทางกลับไปทำตามที่ พระท่านบอกมาคือเอา”ต้นว่านประหลาดลักษณะเขียวๆลายๆขาวดำสลับแดงเขียวน้ำตาล แต่มันสวยมากๆจริงๆน่ะแหละผู้เขียนเห็นยังชอบเลย”ไปลอยน้ำทิ้งที่ใต้ (สะพานพระรามแปด)ตั้งแต่นั้นมาทั้งสามก็มักจะมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำ กับผู้เขียนมากมายแถมกลายเป็นมนุษย์ขี้กลัวไม่กล้าปากไวมือไวกันอีกเลย อีกทั้งขยันพากันไปไหว้พระตามวัดบ่อยๆงดเที่ยวตามต่างจังหวัดตั้งแต่นั้นมาน่าจะประมาณปีกว่าแล้วเห็นจะได้ !ผู้เขียนเชื่อว่าเรื่องที่ผู้เขียนนำมาบรรยายให้ผู้อ่านรับชมนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ช่วยเตือนสติให้แก่ทุกท่านไ้ด้ไม่น้อยเลยแล้วพบกันในเรื่องราวความลี้ลับอาถรรพ์ต่างๆกันต่อครั้งหน้านะคะ

 

 

ขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของเครดิตภาพที่ผู้เขียนได้นำมาจาก (อินเตอร์เน็ต)เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้ค่ะ..และขอขอบคุณแหล่งสาระความรู้ข้อมูลด้านไสยศาสตร์มนต์ดำสายเขมร (บางส่วน!!)จาก อินเตอร์เน็ต ค่ะ
เรียบเรียงโดย:โชติกา พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
โชติกา พิรักษา


HASTAG : ไสยศาสตร์มนต์ดำ  สะพรึงกลัว  ตาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ