หนีไม่พ้นจริงๆ...เจอตอใหญ่!!สาวไส้ 7 องค์กรสงฆ์โดดป้อง "เจ้าอาวาสวัดสวนดอก" ท้าชนกลุ่มพุทธฯ มีสัมพันธ์ลึกโยงธรรมกายอีกแล้ว??

จากกรณีอดีตผกก.บุกศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ และนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี หรือเจ้าคุณนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ จากการตรวจสอบพฤติกรรมและหลักฐาน พบว่ามีการสวมรอยบัตรคนตาย ก่อนจะขยับฐานนะขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีหลักฐานที่ชี้ชัดว่าพระรูปนี้ไม่ได้มีสัญชาติไทย แต่เป็นคนต่างด้าวปลอมตัวเข้ามาเป็นพระสงฆ์นั้น

 

 

และเรื่องราวดังกล่าวเริ่มร้อนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอปกป้อง เจ้าคุณนิมิต (พระราชรัชมุนี) เจ้าอาวาสวัดสวนดอก เชียงใหม่ และเสนอทางออกด้านกฎหมายในการยุติปัญหาดังกล่าวกับท่านหัวหน้าคสช. โดยนายกรณ์ยืนยันว่าพระราชรัชมุนี เป็นพระที่ดีรูปหนึ่ง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และจะขอปกป้องพระราชรัชมุนีต่อไป อีกทั้งยังเสนอให้หัวหน้าคสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้ม.44 นิรโทษกรรมให้กับเจ้าคุณนิมิต 

 

 

ซึ่งต่อมาทางนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข กลุ่มชาวพุทธผู้รักพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ ผู้ที่เข้าแจ้งความร้องเรียนให้ตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดสวนดอก กรณีที่สวมบัตรประชาชนคนตายนั้น ได้ออกมาเคลื่อนไหวตั้งรางวัลนำจับแก่ผู้ที่ชี้เบาะแส จนนำไปสู่การจับกุมตัวพระราชรัชมุนี หรือเจ้าหน้าที่คนใดที่ดำเนินการจนจับกุมตัวพระราชรัชมุนีมาดำเนินคดีได้ จะมอบสินน้ำใจให้ 150,000 บาท เพราะถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สถาบันพระพุทธศาสนามีความใสสะอาดยิ่งขึ้น

 

ทำให้ทาง 7 องค์กรพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยตัวแทนพระสงฆ์และฆราวาส ไม่พอใจอย่างมาก และได้มีการประชุมหารือกันที่ศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ภายในวัดพันอ้น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หารือถึงกรณีที่นายกิตติศักดิ์ร้องเรียนให้ตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดสวนดอกเรื่องการสวมสิทธิ์บัตรประชาชนคนตาย โดยเชื่อว่าเป็นการให้ข้อมูลพาดพิงที่เป็นเท็จ มีผลทำให้คณะสงฆ์ของจังหวัดเชียงใหม่ได้รับความเสียหาย เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่กระทบต่อความศรัทธาต่อพระสงฆ์ของชาวบ้านในพื้นที่ จึงมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะออกมาใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อเอาผิดเอานายกิตติศักดิ์อย่างถึงที่สุด และได้ยื่นเรื่องแจ้งความเอาผิดกับ นายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ในความผิดกรณีกล่าวหาว่าพระราชรัชมุนีสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย รวมถึงข้อหาหมิ่นประมาท ที่ทำให้เจ้าอาวาสวัดสวนดอกเสื่อมเสียชื่อเสียงแล้วนั้น&

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ป่วนกันใหญ่..สาวไส้กันอีกยาว!! 7 องค์กรพุทธเชียงใหม่ลุกฮือป้อง“เจ้าอาวาสวัดสวนดอก”ลุยฟ้องกลับอีกขั้วสายพุทธ อ้างทำคณะสงฆ์เสียหาย??

และล่าสุดมีความคืบหน้าเพิ่มเติม เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ถึงกรณีที่ 7 องค์กรพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ ออกมาตอบโต้และเดินหน้าปกป้องเจ้าคุณนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอกอย่างเต็มความสามารถ และเรียกร้องเอาผิดคนที่แจ้งความให้ตรวจสอบกรณีสวมสิทธิ์บัตรประชาชนคนตาย ซึ่งจากการจรวจสอบข้อมูล พบว่าทางเพจเฟซบุ๊ก Siriwanna Jill-New ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "สาวกธรรมกายออกฤทธิ์เดช 6 องค์กรพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งความเอาผิด นายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ผู้ที่ร้องเรียน ให้ตรวจสอบเจ้ากูนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอกว่าสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมทั้งอาจจะฟ้องสื่อที่มีการนำเสนอข่าว โดยจะยื่นหนังสือ ต้อกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่

 

งานนี้เจ้ากูบุญส่ง พระครูอมรธรรมทัต (บุญส่ง อมรทตฺโต) เจ้าอาวาสวัดพันอ้น เป็นโต้โผใหญ่ มีตำแหน่งเลขานุการศูนย์เผยแผ่พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของสถานที่ประชุมครั้ง ม.44 ธรรมกาย เจ้ากูอมร ได้มีหนังสือถึงนายกฯ ขอบิณฑบาตยกเลิกการใช้ม.44 กับวัดพระธรรมกาย องค์กรติ่งธรรมโกย ทั้ง 6 ประกอบด้วย พุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่, ยุวพุทธิกสมาคมจังหวัด, กลุ่มหนุ่มสาวจังหวัด, สมาคมศิษย์เก่า มจร. วิทยาเขตเชียงใหม่, สมาคมสหธรรมเชียงใหม่ และสมาพันธ์ชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยทนายความ หลังจากมีการประชุม 15 ต.ค. 60 ที่วัดพันอ้น อำเภอเมือง เชียงใหม่ มีตัวแทนพระสงฆ์ ร่วมกับตัวแทน 6 องค์กร เชื่อว่าเป็นการให้ข้อมูลพาดพิง ที่ไม่เป็นจริง ทำให้คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเคารพในพระสงฆ์ จึงมีข้อสรุปร่วมกัน ที่จะออกมาใช้สิทธิทางกฎหมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


และเมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่ม ก็พบว่าเจ้าอาวาสวัดพันอ้น จ.เชียงใหม่ มีความสนิทสนมและเกื้อหนุนกับทางวัดท่าตอน จ.เชียงใหม่เช่นกัน  โดยตามข้อมูลข่าวที่ระบุว่าเมื่อวันที่  24 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา พระเทพมังคลาจารย์ ได้นำพระสงฆ์และสามเณรจำนวนมาก มารวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจ.เชียงใหม่ ขอร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้ ม.44 ในการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งระบุว่าจะให้เวลา 1 สัปดาห์นับจากวันที่ยื่นหนังสือจากนั้นจะนัดหมายรวมตัวกันกลับมาฟังคำตอบอีกครั้ง

 

 

และถัดมาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ในวันที่ 6 มี.ค.60 พระเทพมังคลาจารย์ ยังเปิดเผยด้วยว่า หลังจากที่ยื่นหนังสือเรียกร้องให้สั่งการยกเลิกการบังคับใช้ ม.44 ในการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ตามที่ได้ยื่นร้องขอไว้เมื่อวันที่ 24 ก.พ.60 ซึ่งในตอนนั้นทางด้านพระเทพมังคลาจารย์ยืนยันว่าการที่นำพระสงฆ์และสามเณรออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องนั้น ไม่ได้เป็นเพราะสนับสนุนธรรมกาย แต่เป็นเพราะไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองวุ่นวาย จึงออกมาให้ข้อคิด เนื่องจากเห็นว่าการดำเนินการกับพระสงฆ์เพียงรูปเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่มากมายและสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่สามารถดำเนินการได้ด้วยการใช้กฎหมายอื่นๆ ที่มีอยู่โดยไม่จำเป็นต้องใช้ ม.44 เพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโย ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นก็มีเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์จากวัดพันอ้น จ.เชียงใหม่เข้าร่วมด้วย 

 

 

อย่างไรก็ตามในส่วนความคืบหน้าด้านคดี มีรายงานข่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่อาย ระบุว่ายังไม่มีการดำเนินการใดๆ เนื่องจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอจะออกหมายเรียก ซึ่งก่อนหน้านี้พ.ต.อ.ก่ำแก้ว สุยาติ ผกก.สภ.แม่อาย เคยเปิดเผยกับ "ทีนิวส์" ว่า ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานและหลักฐาน เบื้องต้นยังไม่มีการออกหมายเรียกเจ้าคุณนิมิต แต่ได้ตั้งข้อหาไว้แล้ว จำนวน 3 ข้อหาแล้ว และขณะนี้เจ้าคุณนิมิตถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา ย่อมมีสิทธิ์ที่จะไม่แสดงตัว หรือออกมาตอบโต้ข้อเท็จจริงต่างๆ หากทำการอออกหมายเรียกจำนวน 2 ครั้งแล้วยังไม่มา ก็จะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย คือออกหมายจับต่อไป เพราะถือว่ามีเจตนาหลบหนีคดี และส่วนที่มีกระแสข่าวว่าอาจหลบหนีไปในประเทศเมียนมานั้น ยังไม่แน่ชัด แต่ยืนยันว่าท่านไม่ได้จำวัดอยู่ที่วัดสวนดอกอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก :Siriwanna Jill - New


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล


HASTAG : วัดสวนดอก  เจ้าอาวาส  พระ  ธรรมกาย 

ติดตามข่าวอื่นๆ