ถึงจะดังแต่ไม่เคยลืมกำพืด "บัวขาว บัญชาเมฆ" เผยชีวิตติดดินที่บ้านเกิด พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ นี่แหละฮีโร่มวยไทย

     ใครจะรู้ว่าจากเด็กท้องทุ่งนา บ้านสองหนอง  อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ คนหนึ่งที่มีใจรักในศิลปะแม่ไม้มวยไทย ที่ชื่อว่า เด็กชายสมบัติ บัญชาเมฆ ได้เรียนรู้วิชาเชิงมวยจากครูในหมู่บ้าน และเริ่มชกมวยไทยตั้งแต่อายุได้เพียง 8 ขวบ ก่อนจะลาถิ่นฐานบ้านเกิด เข้ากรุงเทพฯ สู่ผืนผ้าใบ กว่าใครๆจะได้กล่าวขาน และรู้จัก ไอ้ดำ บัวขาว บัญชาเมฆ ฮีโร่มวยไทยขวัญใจมหาชนลูกชายยอดกตัญญูของคุณพ่อเล็ง บัญชาเมฆ สร้างบ้านให้พ่อและดูแลพี่น้องทุกๆคน ของเขาเป็นอย่างดี

     ทุกวันนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ ก็ยังเปิดค่ายมวยบัญชาเมฆ อยู่ข้างคอกวัว บ้านครูทองดี ครูมวยคนแรกของเขา ที่บ้านเกิด บ้านสองหนอง อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ และทุกครั้งที่ บัวขาว บัญชาเมฆ กลับบ้านเกิดก็จะใช้ชีวิตแบบคนไทบ้านติดดินไม่ถือตัว พร้อมกับน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ ปลูกพืชผักสวนครัว ทำนาปลูกข้าว และเลี้ยงวัว ช่วยพี่สาว และพ่อ


     ด้วยบ้านอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำมาตั้งแต่เกิดสิ่งที่ บัวขาว บัญชาเมฆ ชอบพอๆกับการชกมวย คือ ขับรถไถนา ออกไปเล่นตามทุ่งนา ออกไปหว่านแห ใส่มองตาข่าย จับปลา ตามแหล่งน้ำใกล้ๆหมู่บ้าน

     พอได้ปลามา ก็จะก่อไฟกับเตาถ่าน และนั่งย่างปลา ปลาไม้แรกที่ย่างสุก พ่อเล็ง บัญชาเมฆ จะได้กินเป็นคนแรก นอกจากนี้ บัวขาว ยังมีฝีมือในการทำกับข้าวแบบบ้าน โดยเฉพาะส้มตำรสแซ่บอีกด้วย
 

 

( ภาพ banchamek gym (buakaw banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) 

เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว(โจ้)


HASTAG : ติดดิน  นักมวย  บัวขาว บัญชาเมฆ  ขวัญใจ  บัวขาว  สุรินทร์  ข้าว 

ติดตามข่าวอื่นๆ