“ไม่ต้อง คนนี้เป็นแม่เรา เราประคองเอง” ในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์ยอดกตัญญู ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด

     ในหลวงร.๙  นอกจากจะเป็น ยอดพระมหากษัตริย์ของโลก    เป็น THE KING OF KINGS แล้ว ในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย ความหวังของแม่  ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วน  สมบูรณ์เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ให้แก่พวกเรา ในหลวงทำกับแม่อย่างไร 
หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า   หวังเจ้า   เฝ้ารับใช้   
       ใครเคยเห็นภาพที่สมเด็จย่า เสด็จไปในที่ต่าง ๆ แล้วมีในหลวง  ประคองเดินไปตลอดทาง   เคยเห็นไหม   ใครเคยเห็น   กรุณายกมือให้ดูหน่อย   ขอบคุณ   เอามือลง ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหน   มีคนเยอะแยะ  มีทหาร   มีองครักษ์    มีพยาบาล    ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่า   "ไม่ต้อง" คนนี้เป็นแม่เรา   เราประคองเอง ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน    เพราะฉะนั้น    ตอนนี้แม่แก่แล้ว   เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน    ไม่ต้องอายใคร    เป็นภาพที่ประทับใจมาก    เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่    ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ     สองข้างทาง ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งโน้น  8,000 คน  ยกมือขึ้นสาธุ แซ่ซ้อง   สรรเสริญ "กษัตริย์ยอดกตัญญู" ในหลวงเดินประคองแม่   คนเห็นแล้วเขาประทับใจถ่ายรูป   เอามาทำปฏิทิน    เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพกราบไหว้   ลองหันมาดูพวกเรา   ส่วนใหญ่เวลาออกไปไหนแต่งตัวโก้    ลูกชายแต่งตัวโก้    ลูกสาวแต่งตัวสวย    แต่เวลาเดินไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้  กลัวไม่สวย  ข้าราชการแต่งเครื่องแบบเต็มยศ    ติดเหรียญตรา   เหรียญกล้าหาญเต็มหน้าอก    แต่เวลาเดินไม่กล้าประคองแม่    กลัวไม่สง่า   กลัวเสียศักดิ์ศรี    ประคองแม่เป็นเรื่องของคนใช้    หลายคนให้ประคองแม่    ไม่กล้าทำ อาย  เวลาทำดีไม่กล้าทำ   อาย เวลาทำชั่ว  กล้า   ไม่อาย  ใครเห็นภาพนี้ที่ไหน  กรุณาซื้อใส่กรอบ    แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน   เอาไว้สอนลูก เห็นภาพชัดเจนไหมครับ    เท่านั้นยังน้อยไป   มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น   

     หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่าเสร็จสิ้นลงแล้ว  ราชเลขาของสมเด็จย่ามาแถลงในที่ประชุม   ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า    ก่อนสมเด็จย่าจะสิ้นพระชนม์ปีเศษ   ตอนนั้นอายุ 93  ในหลวงเสด็จจากวังสวนจิตร    ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน ไปทำไมครับ   ไปกินข้าวกับแม่    ไปคุยกับแม่   ไปทำให้แม่ชุ่มชื่นหัวใจ    พอเขาแถลงถึงตรงนี้  อาจารย์ตกตะลึง    โฮ้โห  ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่    สัปดาห์ละกี่วัน   ทราบไหมครับ  พวกเราทราบไหมครับ   สัปดาห์ละกี่วัน   5 วัน   มีใครบ้างครับ  ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่   สัปดาห์ละ 5 วัน  หายาก   ในหลวง มีโครงการเป็นร้อยเป็นพันโครงการ    มีเวลาไปกินข้าวกับแม่   สัปดาห์ละ 5 วัน พวกเรา ซี 7  ซี 8  ซี 9 ร้อยเอก   พลตรี   อธิบดี   ปลัดกระทรวง ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่   บอกว่างานยุ่ง   แม่บอกว่า   ให้พาไปกินข้าวหน่อย    บอกว่า ไม่มีเวลาจะไปตีกอล์ฟ    ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว    แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ   เห็นตัวเองหรือยัง    พ่อแม่พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง    ฝนตก   น้ำเซาะ   อีกไม่นานโค่น    พอถึงวันนั้น   เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว    ในหลวงจึงตัดสินพระทัย    ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อตอนที่สมเด็จย่าอายุ   93 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วัน ไปไหนครับ    ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์   องคมนตรี บอกว่า   ในหลวงถือศีล 8 วันพระ ถือศีล 8 นี่ยังไง  ต้องงดข้าวเย็น    เลยไม่ได้ไปหาแม่   วันนี้เพราะ ถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลือ    อาจจะกินข้าวกับพระราชินี   กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วันให้แม่ เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม     

     ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว    ทุกครั้งที่ในหลวงไปหาสมเด็จย่า    ในหลวงต้องเข้าไปกราบที่ตัก    แล้วสมเด็จย่าก็จะดึงตัวในหลวงเข้ามากอด   กอดเสร็จก็หอมแก้ม    ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า   หอมแก้มในหลวงบ้าง   ภาพนี้ถ้าใครมี   ต้องเอาไปใส่กรอบ เป็นภาพความรักของแม่ที่มีต่อลูกอย่างยอดเยี่ยม ตอนสมเด็จย่าหอมแก้มในหลวง   อาจารย์คิดว่า แก้มในหลวงคงไม่หอมเท่าไร    เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม  แต่ทำไมสมเด็จย่าหอมแล้วชื่นใจ    เพราะท่านได้กลิ่นหอม    จากหัวใจในหลวง หอมกลิ่นกตัญญู ไม่นึกเลยว่า   ลูกคนนี้จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้ ตัวแม่เองคือสมเด็จย่า   ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดา   สามัญชน   เป็นเด็กหญิงสังวาลย์เกิดหลังวัดอนงค์   เหมือนเด็กหญิงทั่วไป    เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้ในหลวงน่ะ    เกิดมา เป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์   เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว แต่ในหลวงที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินก้มลงกราบคนธรรมดาที่เป็นแม่ หัวใจลูก   ที่เคารพแม่    กตัญญูกับแม่อย่างนี้หาไม่ได้อีกแล้ว     

     คนบางคนพอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่   เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ    เป็นชาวนา  เป็นลูกจ้าง   ไม่เคารพแม่   ดูถูกแม่  แต่นี่ในหลวงเทิดแม่ไว้เหนือหัว    นี่แหละครับความหอม นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า   หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง    ท่านหอมความดี   หอมคุณธรรม   หอมกตัญญู   ของในหลวง หอมแก้มเสร็จแล้ว   ก็ร่วมโต๊ะเสวย    ตอนกินข้าวนี่   ปกติแค่เห็นลูกมาเยี่ยม   ก็ชื่นใจแล้ว    นี่ลูกมากินข้าวด้วย   ยิ่งปลื้มใจ แม่ทั้งหลายลองคิดดูซิ    อะไรอร่อย ๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่    อันนี้อร่อย   แม่ลองทาน    รู้ว่าแม่ชอบทานผัก    หยิบผักมาม้วน ๆ ใส่ช้อนแม่    เอ้าแม่   แม่ทานซะ   ของที่แม่ชอบ แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ ก็เจริญอาหาร   กินได้เยอะ เพราะมีความสุข ที่ได้กินข้าวกับลูก มีความสุขที่ลูกดูแล   เอาใจใส่     กินข้าวเสร็จแล้ว   ก็มานั่งคุยกับแม่    ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง   ทราบไหม    ตอน ในหลวงเล็ก ๆ   แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ    "อยากฟังแม่สอนอีก" เป็นยังไงบ้าง   เป็นกษัตริย์   ปกครองประเทศ    อยากฟังแม่สอนอีก    พวกเราเป็นยังไง    เราคิดว่าเรารู้มาก   เราเรียนสูง    เรามีปริญญา   แม่จบ ป.4 เวลาแม่สอน   ตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่ เบื่อจะตายอยู่แล้ว   รำคาญ    พูดจาซ้ำซาก   เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที    เราเหยียบย่ำหัวใจแม่  

     

     พอสมเด็จย่าสอน    ในหลวงจะเอากระดาษมาจด    มีอยู่เรื่องหนึ่งที่จำได้แม่น    สมเด็จย่า   เล่าว่าตอนเรียนหนังสือที่ Swiss ในหลวงยังเล็กอยู่   เข้ามาบอกว่าอยากได้รถจักรยาน เพื่อน ๆ เขามีจักรยานกัน แม่บอกว่า   ลูกอยากได้จักรยาน    ลูกก็เก็บสตางค์   ที่แม่ให้ไปกินที่โรงเรียนไว้ซิ    เก็บมาหยอดกระปุก   วันละเหรียญ   สองเหรียญ พอได้มากพอ   ก็เอาไปซื้อจักรยาน    นี่คือสิ่งที่แม่สอน    แม่สอนอะไร   ทราบไหมครับ   ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน    พอลูกขอ   รีบกดปุ่ม ATM ให้เลย ประเคนให้เลย   ลูกก็ ฟุ้งเฟ้อ   ฟุ่มเฟือย    เหลิง   และหลงตัวเอง พอโตขี้นขับรถเบนซ์ชนตำรวจก็ได้    ยิงตำรวจยังได้เพราะหลงตัวเอง   พ่อกูใหญ่เห็นไหม     ตามใจเทิดทูนจนเสียคน    แต่สมเด็จย่านี่เป็นยอดคุณแม่    สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก    ลูกอยากได้   ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้   ไปหย่อนกระปุก    แม่สอน 2 เรื่อง คือ   ให้ประหยัด  ให้ยืนอยู่บน ขาของตัวเอง "ความประหยัด   เป็นสมบัติของเศรษฐี"ใครสอนลูกให้ประหยัดได้    คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก 

     พอถึงวันปีใหม่    สมเด็จย่าก็บอกว่า    "ปีใหม่แล้วเราไปซื้อจักรยานกัน   " เอ้า   แคะกระปุก   ดูซิว่ามีเงินเท่าไร    เสร็จแล้วสมเด็จย่าก็แถมให้    ส่วนที่แถมนะมากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก    มีเมตตาให้เงินลูก    ให้ไม่ได้ให้เปล่า   สอนลูกด้วย   สอนให้ประหยัด สอนว่า   อยากได้อะไร   ต้องเริ่มจากตัวเรา    คำสอนนั้นติดตัวในหลวงมาจนทุกวันนี้    เขาบอกว่า  ในสวนจิตรนี่    คนที่ประหยัดที่สุด   คือในหลวง   ประหยัดที่สุด   ทั้งน้ำ   ทั้งไฟ    เรื่องฟุ้งเฟ้อ   ฟุ่มเฟือยไม่มี    เป็นอันว่าภาพนี้ชัดเจน   

หวังที่ 2. ยามป่วยไข้   หวังเจ้า   เฝ้ารักษา 
      ดูว่าในหลวง ทำกับแม่ ยังไง    สมเด็จย่า   ประชวร อยู่ทีโรงพยาบาลศิริราช    ในหลวงไปเยี่ยม   ตอนไหนครับ   ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ   จีงเสด็จกลับ    ไปเฝ้าแม่วันละหลายชั่วโมง    แม่พอเห็นลูกมาเยี่ยม   ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว    ทีมแพทย์ที่รักษาสมเด็จย่า    เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับ ก็ต้องฟิต   ตามไปด้วย ต้องปรึกษาหารือกันตลอดว่า   จะให้ยายังไง   จะเปลี่ยนยาไหม    จะปรับปรุงการรักษายังไงให้ดีขึ้น    ทำให้สมเด็จย่าได้รับการดูแลที่ดีขึ้น    เห็นภาพไหม   กลางคืนในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า    คืนละหลายชั่วโมง   ไปให้ความอบอุ่นทุกคืน ลองหันมาดูตัวเราเองซิ    ตอนพ่อแม่ป่วย   โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง ถามว่า   ตอนนี้อาการเป็นยังไง   พ่อแม่ยังไม่ทันตอบเลย ฉันมีธุระ งานยุ่งต้องไปแล้ว   โผล่หน้าไปให้เห็น    พอแค่เป็นมารยาท   แล้วก็กลับ    เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู    เราไม่ได้ไปเพื่อทดแทนพระคุณท่าน   น่าอายไหม   ในหลวง   เสด็จไปประทับกับแม่    ตอนแม่ป่วยไปทุกวัน   ไปให้ความอบอุ่น   ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง   นี่คือสิ่งที่ในหลวงทำ คราวหนึ่งในหลวงป่วย   สมเด็จย่าก็ป่วย    ไปอยู่ศิริราช   ด้วยกัน   อยู่คนละมุมตึก    ตอนเช้าในหลวงเปิดประตูแอ๊ดออกมา    พยาบาลกำลังเข็นรถสมเด็จย่า    ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี   ในหลวง   พอเห็นแม่รีบออกจากห้อง   มาแย่งพยาบาลเข็นรถ  มหาดเล็กกราบทูลว่า   ไม่เป็นไร    ไม่ต้องเข็น  มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว ในหลวงมีรับสั่งว่า   แม่ของเรา  ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น   เราเข็นเองได้    นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน   เป็นกษัตริย์   ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าว   ป้อนน้ำให้แม่   ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่   เลี้ยงหัวใจแม่    ยอดเยี่ยมจริง ๆ    เห็นภาพนี้แล้วซาบซึ้ง   มาตามดูต่อ 


หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม   ต้องตาย   วายชีวา    หวังลูกช่วย   ปิดตา      เมื่อสิ้นใจ   
     วันนั้น    ในหลวงเฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5   เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน    จับมือแม่   กอดแม่   ปรนนิบัติแม่    จนกระทั่งแม่หลับจึงเสด็จกลับ   พอไปถึงวังเขาโทรศัพท์มาแจ้งว่า   สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์    ในหลวงรีบเสด็จกลับไปศิริราช    เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง    ในหลวงทำยังไงครับ     ในหลวงตรงเข้าไป   คุกเข่า    กราบลงที่หน้าอกแม่    พระพักตร์ในหลวง   ตรงกับหัวใจแม่    ขอหอมหัวใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย    ซบหน้านิ่งอยู่นาน    แล้วค่อย ๆ   เงย พระพักตร์ขึ้น   น้ำพระเนตรไหลนอง    ต่อไปนี้   จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว    เอามือ   กุมมือแม่ไว้ มือนิ่ม ๆ    ที่ไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูกจนได้เป็นกษัตริย์    เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง     ชีวิตลูกแม่ปั้น    มองเห็นหวีปักอยู่ที่ผมแม่    ในหลวงจับหวีค่อย ๆ หวีผมให้แม่    หวี   หวี   หวี    หวี   ให้แม่สวยที่สุด   แต่งตัวให้แม่   ให้แม่สวยที่สุด    ในวันสุดท้ายของแม่   เป็นภาพที่ประทับใจ อาจารย์ที่สุด   เป็นสุดยอดของลูกกตัญญู    หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว   กษัตริย์... ยอดกตัญญู

 

Cr. http://love4home.com   (คัดจากหนังสือ  หยุดความชั่วที่ไล่ล่าตัวคุณ ของ พ.อ.(พิเศษ) ทองคำ)
 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เพ็ญนภา รัตนาวาณิชกุล


HASTAG : สมเด็จย่า  ร.9  กตัญญู  ในหลวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ