หลายหน่วยงาน รุดตรวจสอบพื้นที่กลางชุมชน หลังโรงงานน้ำแข็งนำถังปริศนามาทิ้ง ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ส่งตัวแทนชี้แจง..งานนี้สอบกันยาว (ดูคลิป)

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ต.ค.60    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่สำนักข่าวทีนิวส์  ได้นำเสนอข่าวชาวบ้านในเขตเทศบาลรัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ แจ้งว่า พบรถบรรทุกของโรงน้ำแข็งกรเดช ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในอำเภอรัตนบุรี  ได้มีการนำเอาถังบรรจุสารเคมีไม่ทราบชนิดจำนวนหลายใบ  เข้าไปทิ้งยังที่ของตนเองซึ่งอยู่กลางชุมชน  และมีกลิ่นเหม็นคล้ายแอมโมเนียโชยออกมาอย่างรุนแรง  จนทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้น  เกิดอาการวิงเวียน  แสบตา และบางคนถึงกับอาเจียน  สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนชาวบ้านหวั่นเกรงว่าสารเคมีดังกล่าวนี้ อาจจะเป็นสารอันตราย  และอาจจะรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย โดยเมื่อวานนี้ชาวบ้านยังได้สังเกตเห็นว่า มีใบไม้ที่อยู่ในบริเวณจุดที่นำสารดังกล่าวมาทิ้ง ได้เปลี่ยนเป็นสีดำเกือบทั่วบริเวณ  ทำให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้  ต่างหวาดกลัวกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา  ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ในวันนี้ นายวรรณเวทย์ ศิวารัตน์ อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ นายปิยะ ยินขุนทด หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์  ว่าที่ ร.ต.สนทนา เทิดธีรธรรม ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอรัตนบุรี  พ.ต.ท.ธนรัฐ รอบรู้ สวป. สภ.รัตนบุรี นายจำเริญ พรหมลิกุล รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลรัตนบุรี จ.ส.อ.โดม สายไทย ชุด ชป.รส. มทบ.25 จังหวัดสุรินทร์  ได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบเหตุดังกล่าว  โดยได้เข้าไปเก็บเอาตัวอย่างน้ำที่ขังอยู่ในบริเวณที่รถของโรงน้ำแข็งกรเดช บรรทุกสารไม่ทราบชนิดมาติดหล่ม  และยังได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบในบริเวณใกล้เคียง  เนื่องจากสงสัยว่าอาจจะมีการเก็บถังสารเคมีต้องสงสัยเอาไว้  ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่พบแต่อย่างใด  ก่อนที่จะเดินทางไปตรวจสอบยังโรงงานน้ำแข็งกรเดช  ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากจุดที่นำถังสารต้องสงสัยมาทิ้งประมาณ 2 กม.  บนถนนสายรัตนบุรี – จ.ศรีสะเกษ

โดยที่โรงงานน้ำแข็งกรเดช ได้พบกับนางสาววิยดา ใยวัน อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของโรงน้ำแข็งกรเดชรัตนบุรี  ซึ่งก็ได้ชี้แจงว่า ถังบรรจุสารดังกล่าวเป็นของโรงน้ำแข็งจริง  แต่เป็นถังที่บรรจุน้ำมันที่ถ่ายออกจากเครื่องผลิตน้ำแข็ง  และได้ขนย้ายออกไปเพื่อที่จะเอาไปเก็บไว้ในที่ของโรงงาน บริเวณจุดที่เกิดเหตุ  ซึ่งอยู่ในซอยข้างศาลเจ้า  เพื่อที่จะทำการปรับปรุงหลังคาโรงงาน  ก่อนที่จะนำกลับมาเก็บไว้ที่โรงงานตามเดิม ภายหลังจากที่ได้ทำการปรับปรุงเสร็จแล้ว  เพื่อรอจำหน่ายเป็นน้ำมันเก่าต่อไป  แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน  ซึ่งครั้งนี้เป็นการขนครั้งแรก ไม่ใช่หลายครั้งตามที่ชาวบ้านเห็น  ซึ่งครั้งก่อนหน้านั้นก็เป็นการขนเอาเศษหินปูนที่โรงงานทุบทิ้งมาไว้  ไม่ใช่สารเคมีแต่อย่างใด


ซึ่งภายหลังจากการตรวจสอบโรงงานน้ำแข็งกรเดช  นายปิยะ ยินขุนทด หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ทำการบันทึกการตรวจโรงงาน  และได้มีคำสั่งให้โรงงานใช้ความระมัดระวัง ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบให้ถูกต้องในการขนย้ายสิ่งปฏิกูล  และต้องทำการขออนุญาตทุกครั้ง  ซึ่งครั้งนี้ทางโรงงานน้ำแข็งไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้อง  ซึ่งก็จะต้องส่งรายงานไปให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบ  เพื่อพิจารณาสั่งปรับตามความผิดต่อไป  และหากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ จะให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดดำเนินการทางกฎหมายต่อ  ก็ให้แจ้งมาได้ที่อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์  ซึ่งก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อได้ทันที  โดยในเบื้องต้นขณะนี้  จะต้องนำเอาตัวอย่างของน้ำที่ได้เก็บตัวอย่างมา  ทั้งจากสถานที่เกิดเหตุและจากในโรงงาน  นำไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ก่อน  ว่ามีสารเป็นพิษอะไรหรือไม่ ส่วนในเรื่องที่ชาวบ้านพบว่ามีใบไม้ในบริเวณที่เกิดเหตุ เปลี่ยนเป็นสีดำนั้น  ก็ยังไม่ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ต้องรอผลตรวจสอบตัวอย่างน้ำก่อน  ก่อนที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป 

ภาพ / ข่าว ชูชัย  ดำรงสันติสุข   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.สุรินทร์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายชูชัย ดำรงสันติสุข(ชัย)


HASTAG :

ติดตามข่าวอื่นๆ