มาแล้วสดๆร้อนๆ !! “สปอร์ตสุดเร้าใจจากเมืองเบียร์” บินข้ามฟ้าทดลองขับ BMW Series 4 @มิวนิค..

หลังจากที่ BMW Series 4 ออกจำหน่ายในตลาดยานยนต์มาเป็นเวลานานพอสมควร  โดยนับตั้งแต่ปี 2013 เมื่อเดินทางมาถึงปลายปี 2016 มียอดจำหน่ายไปทั้งสิ้นเกือบ 400,000 คัน  ก็ถึงเวลาต้องปรับโฉมแบบ เฟซลิฟท์ หรือ ไมเนอร์เชนจ์ เพื่อปรับปรุงพัฒนาบางส่วนให้ดีขึ้นและเป็นการกระตุ้นยอดขายอีกรอบก่อนจะปรับเปลี่ยนรุ่นแบบโมเดลเชนจ์!!
 

 

 

มาถึงวันนี้  Series 4 Coupe รูปโฉมตัวรถมีการปรับเปลี่ยนไม่มาก ยังคงเต็มไปด้วยความสวยงาม เร้าใจ สไตล์รถสปอร์ต2 ประตู 4 ที่นั่ง ด้านหน้ามีการปรับในส่วนของกันชนหน้า ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบแอลอีดี ที่มีการพัฒนาใหม่ให้มีประสิทธิภาพ สวยงาม ทันสมัยกว่าเดิม  จุดที่ได้รับการปรับค่อนข้างมากคือ ในส่วนของระบบรองรับเพื่อเน้นการขับขี่ให้มีความสปอร์ต เฉียบคม มากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน แม้ว่าโช้คอัพจะแข็งขึ้น ลดความสบายลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ไม่ได้เน้นแบบฮาร์ดคอร์จนเกินไป รวมไปถึงระบบพวงมาลัยที่แม่นยำและเฉียบคม การตอบสนองค่อนข้างเร็วแบบสปอร์ต ล้อและยางสแตนดาร์ดจากโรงงานให้มาขนาด 225/50-17 นอกจากนี้ ยังมีล้อขนาด 18 นิ้ว เป็นออฟชั่นที่สามารถซื้อเพิ่มเติมได้อีกด้วย
 

 


ส่วนภายในห้องโดยสารยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็น BMW ที่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ตไม่ว่าจะเป็นรถแบบ Coupe หรือ Sedan ก็ตาม พื้นที่กว้างขวาง ที่นั่งเบาะหลังไม่คับแคบ ผู้ใหญ่สามารถเข้าไปนั่งเป็นระยะทางไกลๆ ได้อย่างสบาย ตัดภาพกลับมาที่ขุมพลังยนตกรรม  BMW รุ่น 440i ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 24 วาล์ว 3.0 ลิตร เทอร์โบแบบทวินสกอล์ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะอีก เช่น หัวฉีดแรงดันสูงแบบไดเรคอินเจคชัน ระบบวาล์วทรอนิค ดับเบิลวาโนสที่สามารถปรับองศาแคมชาร์ฟแบบแปรผันตามการใช้งาน ฯลฯ จนสามารถผลิตกำลังออกมาถึง 326 แรงม้า ที่ 5,500รตน. แรงบิดสูงสุด 450นิวตัน-ม. ที่รอบต่ำเพียง 1,380-5,000 รอบต่อนาที ทำให้ Series 4 บอดี้Coupe เป็นรถที่ขับสนุก..อีกคันหนึ่ง!! 

 

 

 

 

 

 

สอบทานในเชิงลึกตัวเลขจากโรงงานแจ้งไว้ว่า  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกลอคไว้ที่ 250 กม./ชม. เมื่อเรามาลองขับก็ถือว่าแรงทีเดียวสำหรับรถสปอร์ตเดิม ๆ ที่มาจากโรงงาน ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่ให้อัตราทดอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล ในช่วง 3 เกียร์สุดท้ายจะเป็นโอเวอร์ไดรฟว์เพื่อลดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ในขณะเดินทางไกล มีส่วนช่วยเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี  ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมืองทำได้ 11.4 กม./ลิตร นอกเมือง 19 กม./ลิตร โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15.2 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดน่าคบหามากทีเดียว ผิดกับบีเอ็มฯ ในยุคก่อน ๆ ที่ต้องคอยเติมน้ำมันกันค่อนข้างบ่อยเพื่อแลกกับสมรรถนะอันจัดจ้านชนิดหลังติดเบาะ 
 

 

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
พิเชษฐ์ แจ่มกระทึก


HASTAG : BMW Series 4  บีเอ็มดับเบิลยู  รถ  โฉมใหม่ 

ติดตามข่าวอื่นๆ