"พึงรักษาความดีของตนไว้ ดุจเกลือรักษาความเค็ม" สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระ ๕๗ ปีแห่งการสถาปนา กฟภ.

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๕๐ น. เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปยังสำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระ ๕๗ ปีแห่งการสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

 

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า

 

"การจะบริหารองค์กรขนาดใหญ่ เช่นองค์กรของท่านทั้งหลาย ให้เจริญมั่นคงได้นั้น ‘ความสุข’ ของคนทำงาน เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะทำให้งานทั้งปวง ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและเรียบร้อย ส่งผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน

 

ความสุขในที่ทำงานจะเกิดได้ ก็ด้วยเหตุที่คนทำงานทุกคน ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม ๔ ประการ ตามที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทานไว้ ให้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน เรียกว่า 'สังคหวัตถุ ๔' อันประกอบด้วย

๑.ทาน การเอื้อเฟื้อเจือจานซึ่งกันและกัน ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว การทำงานจะต้องช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน ไม่เห็นแก่ตัว ต้องมีน้ำใจที่ดีต่อกัน

๒.ปิยวาจา การใช้วาจาประสานสามัคคีไมตรี สื่อสารกันอย่างไพเราะอ่อนหวานและจริงใจ ไม่พูดหยาบคาย ก้าวร้าว ต้องปรึกษาหารือกันด้วยท่าทีที่เป็นมิตร พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับกาลเทศะ

๓.อัตถจริยา การทำตนเป็นให้ประโยชน์ต่อผู้อื่นเสมอ คนทำงานต้องรู้จักช่วยเหลือกันด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความคิด อย่าทอดธุระว่าไม่ใช่เรื่องของเรา นี่ไม่ใช่ธุระในส่วนงานเรา แล้วจึงเพิกเฉย ไม่ช่วยเหลือกัน อย่างนั้นก็เป็นอันใช้ไม่ได้

และ ๔. สมานัตตตา การวางตนสมบทบาทหน้าที่ อย่างเสมอต้นอย่างเสมอปลาย ไม่เย่อหยิ่งถือตัว ไม่ตั้งแง่หาเรื่อง ต้องวางตนให้น่ารัก และน่าร่วมมือช่วยเหลือกัน เป็นคนคงเส้นคงวา มีความมั่นคงในอารมณ์

อาตมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะสามารถครองคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ไว้ได้ อย่างครบถ้วนสม่ำเสมอ มิเผลอให้ขาดตกบกพร่องไป เพื่อจะได้ก่อประโยชน์ให้สำเร็จแก่ตนเอง และแก่องค์กร และแก่สังคมส่วนรวม


และใคร่จะขอให้ท่านทั้งหลาย นึกถึงธรรมภาษิตที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงขอให้เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทวมหาเถร) แห่งวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ทรงค้นคิดธรรมภาษิตถวายให้พระองค์ข้อหนึ่ง คิดว่าท่านทั้งหลายส่วนมากคงจะเคยได้ยินได้ฟังและจำได้

ธรรมภาษิตข้อนั้นก็คือคำว่า สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิ สาธิกา ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้ทำงานร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญรุ่งเรืองให้สำเร็จ

ท่านลองนึกดูก็แล้วกัน ธรรมภาษิตนี้แต่เก่าก่อนอาตมาก็ลืมๆ ไป แต่มาปี ๒๕๖๐ ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่มานี้ ก็ปรากฏผุดขึ้นในใจอยู่เสมอมา ให้ท่านลองคิดดูก็แล้วกัน ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้ทำงานร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญรุ่งเรืองให้สำเร็จ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประสบความสำเร็จดังที่ปรากฏให้เราท่านทั้งหลายได้พบเห็นในขณะนี้ ก็ด้วยพนักงาน เจ้าหน้าที่ ท่านผู้นำแห่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพร้อมใจกันดำเนินตามธรรมภาษิตนี้เป็นแน่นอนจึงได้เจริญมาถึงทุกวันนี้

ขอให้รักษาความดีอันนี้ไว้ ดุจธรรมภาษิตที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงไว้ว่า รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุํ ลวณํ โลณตํ ยถา พึงรักษาความดีของตนไว้ ดุจเกลือรักษาความเค็ม"

 

ที่มา : สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
จินต์จุฑา เจนสระคู


HASTAG : กฟภ.  สมเด็จพระสังฆราช 

ติดตามข่าวอื่นๆ