เสียงสะท้อนนักกีฬา ต่อ พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ


ไทยเป็นชาติเดียวในทวีปเอเชียที่ริเริ่มประกาศใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 อันถือว่าเป็นกฎหมายกีฬาสำคัญในการยกระดับพัฒนาวงการกีฬาอาชีพไทยให้มีมาตรฐานก้าวหน้าทัดเทียมนานาชาติ มีทั้งหมด 74 มาตรา คุ้มครอง และสนับสนุนบุคคล 5 กลุ่มคือ นักกีฬาอาชีพ, บุคลากรกีฬาอาชีพ, สโมสรกีฬาอาชีพ, สมาคมกีฬาอาชีพ และผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ
เวลาเพียง 4 ปีที่ผ่านมากีฬาอาชีพของเมืองไทยถูกยกระดับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลายๆ ชนิดกีฬาได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนกีฬา อาทิ ฟุตบอล, วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, ตะกร้อ, กอล์ฟ เป็นต้น
จุดมุ่งหมายสำคัญของพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 คือ คุ้มครองสิทธิให้บุคลากรกีฬาทุกองคาพยพไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดข้อตกลงสัญญาร่วมกัน โดยเฉพาะนักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ รวมถึงอีกด้านหนึ่งเป็นการคุ้มครองสโมสรต้นสังกัดไม่ให้ถูกนักกีฬาเอาเปรียบด้วยเช่นกัน


ประเด็นใหญ่อย่างหนึ่งที่ภาครัฐอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย

(กกท.) ให้ความสำคัญอย่างมากคือ การป้องกันการล้มกีฬา ปราบปรามการล้มกีฬา ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่าง พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 อย่างจริงจัง ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดีเพราะบ้านเรายังคงมีเรื่องของการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาอยู่อย่างโจ่งครึม
ลองมาฟังเสียงสะท้อนจากบรรดานักกีฬาอาชีพที่พูดถึงการที่ประเทศไทยมี พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 นับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป

เริ่มที่คนดังอย่าง "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทยที่ย้ายจากเมืองทอง ยูไนเต็ด ไปเล่นในเจ-ลีก ญี่ปุ่น กับทีมคอนซาโดเล่ ซัปโปโล่ ในปัจจุบัน บอกว่า เป็นเรื่องดีและเห็นด้วยที่ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพขึ้น เป็นการคุ้มครองให้นักกีฬา และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถเล่นกีฬาอาชีพได้อย่างมั่นใจขึ้น มั่นใจว่าจะไม่โดนเอารัดเอาเปรียบในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องค่าจ้าง เรื่องการย้ายทีม และ

เรื่องความเป็นอยู่ต่างๆ ที่เป็นเรื่องของสวัสดิการที่นักกีฬาอาชีพทุกชนิดกีฬาควรจะได้รับตามสัญญาที่ระบุไว้ แต่สิ่งที่อยากเห็นนอกเหนือจากการที่มีการคุ้มครองตามกฎหมายแล้ว อยากเห็นผู้ที่บังคับใช้กฎหมายหนักแน่น ยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัดเอาจริงเอาจัง ทุกคนที่เกี่ยวข้องในกีฬาอาชีพน่าจะมีความเชื่อมั่นและมั่นใจมากขึ้น

 

 

 

 

"หน่อง" ปลื้มจิตร์ ถินขาว นักวอลเลย์บอลอาชีพของทีมบางกอกกล๊าส วีซี แสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องน่ายินดีมากและทุกวันนี้ก็เข้าเป็นสมาชิกยืนยันตัวตนเป็นนักกีฬาอาชีพกับพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 เรียบร้อยแล้ว นี่จะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้วงการกีฬาอาชีพของบ้านเราพัฒนาไปอีกระดับ การมีกฎหมายคุ้มครองจะทำให้เรารู้สึกอุ่นใจในการทำงานทั้งในและนอกสนามแข่งขัน การเล่นกีฬาสมัยนี้เป็นอาชีพได้แล้ว ก็ควรที่จะมีการได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย

"น้องเมย์" รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวชื่อดังของไทยสังกัดโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด บอกว่า ดีใจและเห็นด้วยอย่างมากที่ไทยมีพระราชบัญญัติกีฬาอาชีพ หลายกีฬา นักกีฬาหลายๆ ชนิดกีฬาก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน เพราะการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัยในวงการกีฬาอาชีพเพราะมีกฎหมายคุ้มครองอยู่ อยากฝากพี่ๆ น้องๆ นักกีฬาและทุกคนที่เกี่ยวข้องและได้รับการคุ้มครองจากพระราชบัญญัติให้เคารพและไม่ละเมิดกระทำผิดใดๆ

"โฟล์ท" รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ นักแข่งรถจักรยานยนต์จากค่าย เอพี ฮอนด้า บอกว่า เห็นด้วยอย่างมากที่ไทยมี พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ นี่เป็นเรื่องใหม่ของวงการกีฬาอาชีพของไทย ทุกคนต้องศึกษาไปพร้อมๆ กัน นักกีฬาเอง ผู้บริหารเอง เจ้าของทีม เจ้าของสโมสรต่างๆ เอง ที่ได้รับการคุ้มครองจากพระราชบัญญัติ ต้องศึกษารายละเอียดอย่างถ่องแท้ให้เข้าใจจะได้ไม่มีกรณีการละเมิดกฎหมายขึ้น แน่นอนว่าการมีกฎหมายคุ้มครองย่อมดีอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายผมมองว่าสำคัญกว่า ว่าจะใช้ในทิศทางใดจึงจะเกิดเป็นประโยชน์
นี่เป็นเสียงสะท้อนจากนักกีฬาอาชีพของเมืองไทยที่ต่างรู้สึกยินดีที่ประเทศไทยมี พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 บังคับใช้อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
อนันต์ คนกาญจน์


HASTAG : เสียงสะท้อนนักกีฬา ต่อ พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ  กกท  กีฬา 

ติดตามข่าวอื่นๆ