ซีอุย ผิดจริง หรือ แพะรับบาป !?! เปิดตำนาน ฆาตกรสุดสะเทือนขวัญ !!! คดีที่หาคำตอบไม่ได้ตลอดกาล !!!

วันที่ ๑๖ กันยายน ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ บ้านเราได้ทำการประหารชีวิตนักโทษผู้ก่อคดีฆาตรกรรมสะเทือนขวัญอย่าง "ซีอุย แซ่อึ้ง" ด้วยการยิงเป้า ด้วยข้อหาฆาตรกรรมถึง ๖ คนด้วยกัน แต่เหตุที่ทำให้ชื่อของ ซีอุย แซ่อึ้ง ยังเป็นที่รู้จักถึงวันนี้ไม่ใช่เพียงเพราะการลงมือฆาตรกรรมเท่านั้น แต่เป็นเพราะพฤติกรรมหลังการฆ่าที่มีการผ่าเอาตับของเหยื่อมากิน จนกลายเป็นฆ่าตกรสะเทือนขวัญที่สุดตลอดกาล

ซีอุย มีชื่อจริงว่า หลีอุย แซ่อึ้ง แต่คนไทยเรียกเพี้ยนเป็น ซีอุย เกิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ ที่เมืองซัวเถา โดยเป็นลูกคนที่ ๓ จากพี่น้อง ๑๒ ของนายฮุนฮ้อ กับ นางไป๋ติ้ง แซ่อึ้ง ในครอบครัวยากจนที่ทำการเกษตร เมื่อยังเป็นเด็กและเป็นวัยรุ่น ซีอุยมีส่วนสูง ๑๕๐ เซนติเมตรเท่านั้น จึงมักถูกรังแกอยู่เสมอ จนกระทั่งมีนักบวชรูปหนึ่งได้แนะนำเขาว่า ถ้าอยากจะมีร่างกายแข็งแรงต้องกินเนื้อหรืออวัยวะมนุษย์ ซึ่งคำสอนนี้ได้ฝังอยู่ในใจซีอุยมาเสมอ

จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ซีอุยอายุครบ ๑๘ ปีเต็ม ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารรบในสงครามโลกครั้งที่สอง เขาประจำอยู่หน่วยรบทหารราบที่ ๘ ในขณะที่จีนและญี่ปุ่นทำสงครามกันอยู่ เขาถูกส่งไปรบในสมรภูมิพม่าแนวสนามรบตามรอยต่อตะเข็บแดนของจีน เป็นเวลาถึงหนึ่งปีเต็มที่ซีอุยต้องเผชิญกับความลำบากและเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายตลอด อาหารก็ขาดแคลน ขณะที่เพื่อนทหารก็ทะยอยตายไปเรื่อย ๆ จากการสู้รบ ซีอุยจึงได้ลิ้มรสชาติเนื้อมนุษย์เป็นครั้งแรกจากที่นี่

เมื่อสงครามสงบ ซีอุยถูกปลดจากการเป็นทหาร ด้วยความแร้นแค้น ซีอุยถูกเพื่อน ๆ ชักชวนให้เข้ามาหางานทำในเมืองไทย โดยหลบหนีเข้าเมืองมาด้วยการเป็นกรรมกรรับจ้างในเรือขนส่งสินค้าชื่อ "โคคิด" เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ ด้วยการหลบซ่อนมาเป็นเวลา ๓ สัปดาห์เต็ม โดยขึ้นฝั่งที่ท่าเรือคลองเตย และหลบซ่อนตัวในโรงแรมห้องแถวเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ต่อมาได้เดินทางไปยังอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปหาญาติ ที่นั่น ซีอุยทำงานด้วยการรับจ้างทำสวนผักและรับจ้างทั่วไปเป็นเวลานานถึง ๘ ปีเต็ม ก่อนที่ซีอุยจะก่ออาชญากรรม โดยที่ซีอุยมีนิสัยชอบเกาหัวและหาวอยู่เสมอ ๆ มีบุคลิกชอบเก็บตัว

ซีอุยได้จับเด็กมาผ่าเอาตับมากินโดยเชื่อว่าเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ โดยได้ทำการฆ่าเด็ก ๓ รายแรก ที่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนที่จะหลบหนีไปโดยรถไฟและก่อเหตุอีกที่งานฉลองตรุษจีนที่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สุดท้ายถูกจับได้หลังจากคดีฆาตกรรมในจังหวัดระยอง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ขณะเตรียมจะทำลายศพเด็กชายอายุ ๑๐ ขวบ ซึ่งเขาได้รับสารภาพว่า "เขาเคยฆ่าเด็กหญิง ๖ คน เพื่อนำตับและหัวใจมากิน" และในบรรดาเหยื่อของซีอุย มีเพียงเหยื่อรายแรกและเป็นรายเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้ เป็นเด็กผู้หญิงอายุ ๘ ขวบ

คณะแพทย์ได้ทำการตรวจสอบร่างกายของซีอุย ไม่พบความผิดปกติ ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่พบว่า ซีอุยมีความเชื่อผิดๆ คิดว่าการกินตับเด็กและหัวใจเด็กจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งสุดท้ายเขาถูกจับขังคุกและประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า เพราะในระหว่างดำเนินคดี ๙ วัน ซีอุยยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือ ๗ คดี ในวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๐๒


ภายหลังมีการสืบค้นคดีโดยรายการโทรทัศน์ บางอ้อ ทางช่อง ๙ รวมทั้งรายการ ย้อนรอย ทางไอทีวี มีหลักฐานพยานและรูปคดีที่บ่งชี้ว่า ซีอุย ไม่ได้ฆ่าเด็กทุกคน มีเพียงเด็กคนสุดท้ายเท่านั้นที่เป็นหลักฐานมัดตัว ขณะตำรวจได้เข้าจับกุมหลังจากซีอุยลงมือฆ่า และอวัยวะในร่างกายของเหยื่อทุกรายก็ไม่ได้สูญหาย จึงเป็นที่สงสัยว่าเหตุใด ซีอุย จึงรับสารภาพว่าเป็นผู้ฆ่าเหยื่อทุกราย และนำอวัยวะมากิน ซึ่งก็ยังเป็นประเด็นของรูปคดีที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดในปัจจุบัน บ้างก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของไทยได้ให้สัญญากับซีอุยว่าให้ซีอุยรับสารภาพ แล้วจะจัดการให้ได้กลับเมืองจีน ด้วยความที่ไม่จัดเจนในภาษาทำให้ซีอุยรับสารภาพ และถูกประหารชีวิตในที่สุด ซึ่งชาวบ้านร่วมสมัยที่ยังอาศัยในพื้นที่บางคนที่ยังมีชีวิตอยู่เชื่อว่าซีอุยไม่ได้เป็นฆาตกรตัวจริง

ปัจจุบัน ศพของซีอุยถูกเก็บเพื่อนำมาตรวจสอบ โดยเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยยังคงถูกเรียกชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า "พิพิธภัณฑ์ซีอุย"

อ้างอิงข้อมูลจาก - pantip.com , th.wikipedia.org , www.soccersuck.com


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ปิยะนัย เกตุทอง


HASTAG : คดีที่หาคำตอบไม่ได้ตลอดกาล  ซีอุย  เปิดตำนาน  สะเทือนขวัญ  ฆาตกร 

ติดตามข่าวอื่นๆ