นปช.ล่า 1 ล้านชื่อ เอาผิด ป.ป.ช. แก้เกม - เกมแก้เก้อ คดี 99 ศพ ปี 53

ปฏิกิริยาใหม่จากฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ที่พยายามร้องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.รื้อคดีสลายการชุมนุมมวลชนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ขึ้นมาพิจารณาใหม่ หลังจาก ป.ป.ช.ตีไปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 

ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติยกฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกอีก 3 คน ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่หน้ารัฐสภาเมื่อปี 2551

เนื่องจากเป็นคดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทย์ฟ้องเอง ดังนั้น เมื่อศาลยกฟ้อง บรรดาแกนนำ นปช.จึงมองว่า ความคิดเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงไม่สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานอย่างใดอย่างหนึ่งได้ 

 

 

ดังนั้น ป.ป.ช.จึงควรหยิบคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ขึ้นมาดูใหม่ตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น ตั้งคณะพิสูจน์ความจริง ตั้งอนุกรรมการไต่สวน ก่อนจะประชุมพิจารณาชี้มูลความผิด แล้วส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องศาลเอาผิดจำเลย ซึ่งประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในขณะนั้น 

ประเด็นหลักในคดีนี้ ป.ป.ช.ชี้ว่า การชุมนุมของ นปช.ไม่ใช่การชุมนุมที่สงบปราศจากอาวุธ และอยู่ในช่วงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง มีบุคคลที่มีอาวุธปืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. จึงมีเหตุจำเป็นที่ ศอฉ. ต้องใช้มาตรการขอพื้นที่คืน เพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม ที่ นปช.ยังติดใจอยู่คือกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ว่ามีความตรงไปตรงมาหรือไม่ โดยแกนนำ นปช.มองว่า เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 คน ซึ่ง ป.ป.ช.ไม่ควรตีตกหรือยุติคดีด้วยตัวเอง แต่ควรให้ศาลได้พิจารณาตามกระบวนการ ดังนั้น จึงขอให้ ป.ป.ช.รื้อคดี โดยมีเหตุผล 

1.ความเห็นของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันกับชุดเก่านั้น มีความแตกต่างกัน ยกตัวอย่างกรณีเทียบเคียงคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 

2.ความเห็นของ ป.ป.ช.นั้น สามารถนำมาเป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้อง

3.รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ใช้กระสุนจริง ไม่เป็นไปตามหลักสากล 

4.กรณีชายชุดดำ ศาลได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า เหตุการณ์ 6 ศพ วัดปทุมฯ ไม่มีการยิงต่อสู้ ไม่มีชายชุดดำ ไม่มีเขม่าดินปืน 

5.ป.ป.ช.ชุดเก่าพิจารณาการชุมนุมตลอด 3 เดือนแบบได้เหมารวม โดยไม่แยกเป็นกรณีไป 
 

 

 


แม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ ป.ป.ช.จะรื้อคดีขึ้มมาพิจารณาใหม่ เพราะการจะรื้อคดีใหม่ได้นั้น จะต้องมีพยานและหลักฐานอันเชื่อได้ว่ามีมูลเหตุสมควร ไม่ใช่เอาเรื่องเก่ามาเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีอะไรใหม่เลย กระนั้น นปช.ก็เลือกเดินเกมแบบนี้ เพื่ออย่างน้อยก็จะได้ชื่อว่าใช้ความพยายามแล้ว

 

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ขู่ว่า หาก ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการใดๆ นปช.จะรอจนกว่าจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วรวบรวมรายชื่อประชาชน 1 ล้านชื่อ เสนอให้ประธานรัฐสภา เพื่อยื่นต่อประธานศาลฏีกา พิจารณาตั้งองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช. ขณะที่ ประธาน ป.ป.ช.ระบุว่า ถึงอย่างไร ป.ป.ช.คงไม่กล้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะหากทำเช่นนั้น ป.ป.ช.จะมีความผิดถึง 2 เท่า


ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ศาลฎีกามีคำสั่งยกฟ้อง นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ในข้อกล่าวหาที่นายสุเทพ บอกว่า "แปลกดี" คือความผิดฐานร่วมกันก่อให้เกิดการฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น เมื่อศาลยกฟ้อง นปช.ยิ่งต้องขยับมากขึ้น เพื่อแก้เกม หรือไม่ก็เป็นเกมแก้เก้อ

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
แสน มวลมิตร


HASTAG : ป.ป.ช.  นปช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ