โยงใยอีกหลายกลุ่ม !!! "สมชาย" ชี้ 3 ข้อ ต้องจัดการเด็ดขาดดักทาง "ยิ่งลักษณ์-พวกกินเมือง"

วันที่ 28 สิงหาคม 2560 บนเฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ ได้โพสต์ข้อความยก3ข้อที่รัฐต้องจัดการเพื่อกำจัดขบวนการโกงกินบ้านเมืองให้สิ้น โดยยกมาจากกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรและนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ระบุว่า

เห็นพิธีกรทางสถานีโทรทัศน์บางช่องพยายามคะยั้นคะยอให้คนไทย ก้าวข้ามคุณยิ่งลักษณ์ พร้อมเชิญแขกมาให้สัมภาษณ์ให้สอดรับกัน ไม่ทราบว่าเป็นแค่เจตนาบริสุทธิ์หวังดีต่อบ้านเมืองจริงหรือ innocent จริงทั้งๆที่คดีทุจริตคดโกงจากกลุ่มกินเมืองนี้ยังไม่ยุติสะเด็ดน้ำ

-คดีบุญทรง ภูมิ และพวกยังอุทรณ์ต่อศาลฎีกาได้
-คดีคุณยิ่งลักษณ์ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาใหม่วันที่27ก.ย.60
-ศาลฎีกาออกหมายจับให้ผบ.ตร.ไปจับตัวคุณยิ่งลักษณ์ที่หลบหนีไปมาฟังคำพิพากษา

ยังมีคดีความที่ต่อเนื่องจากจีทูจีเก๊ภาค2ที่จะโยงใยไปยังอีกหลายกลุ่มก๊วน. และต้องสืบสาวทวงเงินภาษีคืนแผ่นดิน. มิรวมถึงคดีความอื่นๆที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เช่นคดีธนาคารกรุงไทย คดีเยียวยา7.5ล้าน คดีใช้เงินจัดทริปทัวร์ต่างประเทศ 54ทริป คดีศอฉฯลฯ

ดังนั้นสิ่งที่ผู้มีหน้าที่และอำนาจในรัฐบาล คสช. กระทรวง กรมที่เกี่ยวข้องต้องทำเร่งด่วน. มิใช่การรีบก้าวข้ามคุณปู เหมือนจินตนาการใครบางคนหากแต่ต้องเร่งจัดการความกระจ่างข้อเท็จจริงในการต้องคดีทุจริตให้ชัดเจนดังนี้

1)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องเร่งอออกคำสั่งในการติดตามจับกุมตัวอดีตนายก ปู มาดำเนินคดีโดยเร็ว. ในประเทศคงไม่ต้องไปตามแล้ว เพราะการข่าวชัดเจนว่าหลบหนีไปตั้งแต่วันพุธที่23ส.ค.60 ดังนั้นจึงต้องเร่งแปลคำสั่งหมายจับศาลฎีกาเป็นภาษาอังกฤษส่งให้หน่วยงานตำรวจสากล Inter-police เพื่อแจ้งหมายจับไปยังประเทศในภาคี 1000กว่าประเทศ ในการติดตามจับกุมส่งตัว. อย่ารอช้าหลายปีแบบเดียวกับที่สตชไ.ม่เคยออกหมายไปยังInter-police ในคดีพี่ชายเลย จนหมดยุครัฐบาลคมช.

2)กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศต้องเร่งพิจารณายกเลิกพาสปอร์ตเอกสิทธิทางการทูตเล่มแดงทันที เพราะหนีคดีทุจริต และเร่งพิจารณาเรื่องพาสปอร์ตเล่มอื่นๆต่อไปตามลำดับ

3)กระทรวงต่างประเทศควรมอบนโยบายให้เอกอัครราชทูตประจำทุกประเทศได้ประสานความเข้าใจกับรัฐบาลแต่ละประเทศเช่นสหรัฐอาหรับอามิเรตส์. อังกฤษ จีน สิงคโปร์ ฯลฯให้รับทราบว่าคดีคุณยิ่งลักษณ์มิได้เป็นคดีทางการเมือง แต่เป็นคดีเกี่ยวกบการละเว้น ประพฤติมิชอบทำให้เกิดการทุจริตจากจีทูจีจำนำข้าว. เพื่อไม่ให้เกิความเข้าใจผิดจนนำไปสู่การขอลี้ภัยทางการเมือง และถ้ามีการขอลี้ภัยแล้วไม่ได้รับอนุญาต จะได้มีหมายจับดักรอไว้


สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาตัดสิน2คดีใหญ่อย่างคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างหนาตา

แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้วนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เดินทางมารับฟังการคำพิพากษา อ้างว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน ล่าสุดศาลออกหมายจับแล้ว พร้อมยึดหลักทรัพย์ประกันตัว 30 ล้านบาท และนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง 27 กันยายน 2560 ในเวลา 09:00 น. หากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมา ศาลอาจจะมีการพิจารณาพิพากษาลับหลังจำเลยได้

สำหรับคดีของนายบุญทรงนั้น นายบุญทรงได้เปิดเผยก่อนเข้าฟังคำตัดสินของศาลฎีกาฯ ว่า ไม่กังวลเพราะที่ผ่านมาได้ต่อสู้เต็มที่ เพราะได้แสดงหลักฐานอย่างเต็มที่แล้ว วันนี้ได้มีการเตรียมหลักทรัพย์และหลักฐานในการยื่นประกันตัว และยื่นอุทธรณ์ในคดี หากศาลพิพากษาว่าตนมีความผิด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คิดเรื่องการยื่นอุทธรณ์

ภายหลังมีคำสั่งตัดสินของศาลออกมาโดยระบุว่า ได้ตัดสินนายบุญทรง เติภิยาภิรมณ์ 42ปี ส่วนทางด้านเสี่ยเปี๋ยงอีก 48 ปี ส่วน นายภูมิ สาระผล อีก36ปี พร้อมพวกอีก 28คน ปมทุจริต โครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) พร้อมรวมค่าชดใช้ค่าเสียหาย 16,000 ล้านบาท ไม่รอลงอาญา

รวมทั้งลงโทษจำคุกข้าราชการและบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และเอกชนอีก 2 รายร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% นับตั้งแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ ส่วนจำเลยอื่นให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนเช่นเดียวกัน

 

 

อ้างอิง สมชาย แสวงการ


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สินีนุช บรรเจิดธนากุล


HASTAG : ดักทาง  ยิ่งลักษณ์หนี  จีทูจี  สมชาย แสวงการ  บุญทรง เตริยาภิรมย์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ